มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 21 ฉบับที่ 315 พฤษภาคม 2541]

ของรัก ของหวง ของลูกวัยน้อย

อารยา ทวิชศรี


ในวันหยุดสุดสัปดาห์ คุณแม้นพาน้องพีร์วัย 2 ขวบ ไปเดินเล่นและซื้อของในซูเปอร์มาเก็ตที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในวันนั้นน้องพีร์นั่งอยู่ในรถเข็น ไม่ร้องกวนคุณแม้นเลย แม้ว่าคุณแม้นจะใช้เวลาในการซื้อของนานเท่าไรก็ตาม และหลังจากจ่ายสตางค์ซื้อของเสร็จก็หอบของใส่รถเข็นมาที่รถ เมื่อจัดแจงให้น้องพีร์นั่งเรียบร้อยและเอาของใส่รถแล้ว คุณแม้นก็เตรียมสตาร์รถ ทันใดนั้นน้องพีร์ก็ร้องขึ้นมาด้วยความตกใจ
"เจ้าปอม ปอม ของพีร์หายไปไหน"

คุณแม้นตกใจในอากัปกิริยาและน้ำเสียงของลูก และนึกในใจว่า ถ้าเจ้าตุ๊กตาหมาตัวโปรดของน้องพีร์หายไปจริงแล้ว คุณแม้นจะทำอย่างไร เมื่อคิดได้ดังนั้นคุณแม้นก็รีบพาลูก กลับเข้าไปในซูเปอร์มาเก็ตอีกครั้ง และมองหาตามชั้นวางของ โชคดีที่น้องพีร์เห็นเจ้าปอม ปอมวางอยู่บนชั้นขนมที่มีลูกกวาด และช็อกโกแลตที่น้องพีร์ใช้เวลาเลือกอยู่นาน น้องพีร์ร้องออกมาเสียงดัง ด้วยความดีใจ
"อยู่นั่นเอง เจ้าปอม ปอมเพื่อนรัก"
ว่าแล้วน้องพีร์ก็วิ่งไปหยิบตุ๊กตาหมาตัวเก่าสีซีดเข้ามากอด ด้วยความดีใจ นับตั้งแต่วันนั้น น้องพีร์ก็ยิ่งติดเจ้าปอม ปอมมากขึ้น และอุ้มกอดอยู่ตลอดเวลาไม่ยอมให้คลาดสายตา แม้ว่าจะเป็น เวลาก่อนเข้านอนและหลังตื่นนอนก็ตาม

ของรักของหวงของลูกไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาตัวนิ่มๆ หมอนใบซีดๆ เก่าๆ หรือผ้าห่มเล็กๆ บางๆ ที่ลูกน้อยของคุณมักหิ้วติดตัว ไปไหนมาไหนด้วยเสมอนั้น มีความสำคัญต่อจิตใจมากมายเหลือเกิน สิ่งของเหล่านี้ส่งผลทางจิตใจของลูก ให้รู้สึกปลอดภัย และช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด และความวิตกกังวล ให้กับลูกในขั้นเบื้องต้นได้ จากผลการสำรวจพบว่า เด็กที่มีวัฒนธรรมทางตะวันตกประมาณ 60% มักจะติดตุ๊กตาสัตว์ หมอนหรือผ้าห่มมากกว่าเด็กที่มีวัฒนธรรมทางตะวันออก

การที่ลูกรักและหลงใหลในสิ่งของสักอย่างหนึ่ง และต้องมีอันพลัดพรากจากไป เป็นการช่วยให้ลูก ได้เผชิญกับสถานการณ์จำลองเมื่อถึงคราวที่จะต้องพลัดพราก จากอกพ่อแม่ไปใช้ชีวิตด้วยตนเองจริงๆ เด็กหลายคน เมื่อรู้ว่าตนเองทำตุ๊กตาตัวโปรดหายไป ก็จะเสียใจร้องไห้ และมีอาการเศร้าซึมพานไม่ทานข้าว คุณพ่อคุณแม่หลายท่าน เมื่อเห็นว่าลูกเป็นเช่นนี้ก็รู้สึกกลุ้มใจ และมีความรู้สึกในตอนนั้นว่า ลูกขาดสิ่งนั้นในชีวิตไม่ได้ ในขณะเดียวกันเด็กที่ติดตุ๊กตา มักจะถูกคาดเดาไว้ล่วงหน้าว่าเป็นเด็กที่อ่อนแอและเลี้ยงไม่โตซักที แต่ในปัจจุบันความคิดเห็นดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงไป สิ่งของเหล่านี้มีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการทางจิตใจของเด็กทั้งนี้ เพราะจะช่วยให้เด็กได้รู้จักปลอบใจและควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ เมื่อต้องพลัดพรากจากสิ่งที่ตนรัก เด็กเหล่านี้จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ที่มีจิตใจเข้มแข็งสามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ดี เมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์นั้นจริง ๆ

การที่เด็กชอบสิ่งของที่มีลักษณะนุ่มเบาและอ่อนละมุน กับผิวสัมผัส ทั้งนี้เพราะเด็กมีความรู้สึกอบอุ่นเหมือนกับว่า ได้สัมผัสเนื้อและเส้นผมของแม่ สังเกตว่าเด็กบางคน จะมีความรู้สึกที่ดีมากๆ กับสิ่งที่ตนรักโดยดูจากการสัมผัสที่อ่อนละมุน ของเด็ก เช่น การอุ้มตุ๊กตาด้วยความระมัดระวัง, การสัมผัส อย่างแผ่วเบาทะนุถนอม, การถูใบหน้าลงบนผ้าห่มเล่นที่ใบหน้า จนเผลอหลับไป

ในช่วงเวลานอนตอนกลางวันและก่อนเข้านอนตอนกลางคืน รวมทั้งในช่วงเวลาที่เด็กมีอารมณ์เศร้าสร้อย มักจะมีสิ่งของ ที่ตนรักอยู่ใกล้ตัวตลอด มิเช่นนั้นก็จะนอนไม่หลับและจะร้องโยเยตลอด คุณแม่น้องพีร์เล่าให้ฟังว่า วันหนึ่งได้บอกลูกว่า รู้สึกปวดหัวมาก น้องพีร์ก็จัดแจงรีบเอาผ้าห่มผืนโปรดมาถูให้ที่หน้าผาก 2-3 ครั้ง และยิ้มอย่างอารมณ์ดีเหมือนมั่นใจว่า ผ้าห่มผืนนี้จะช่วยบรรเทา อาการปวดหัวให้คุณแม่ได้ มีคำถามว่า

ถ้าเด็กบางคนไม่ติดสิ่งของอะไรเลย จะมีการปรับตัว ในการเข้าสังคมได้ดีกว่าเด็กที่ติดสิ่งของหรือไม่ ? คำตอบคือ ไม่จำเป็นเสมอไป เด็กบางคนจะมีวิธีการปลอบใจตนเอง ด้วยการนั่งเก้าอี้โยกไป-มา หรือไม่ก็ดูดนิ้วมือเป็นประจำ ตรงกันข้ามกับเด็กบางคน ซึ่งจะไม่สนใจและยึดติดกับสิ่งของ รอบตัวมากนัก ทั้งนี้เพราะผู้เป็นแม่ได้ให้ความอบอุ่นและอยู่ใกล้ชิด ตลอดทั้งวัน เด็กที่ชอบยึดติดกับสิ่งของส่วนใหญ่จะมีความรู้สึก และอารมณ์ที่อ่อนไหวง่าย และมีสมาธิความสนใจที่น้อยกว่า เด็กที่ไม่ติดกับสิ่งของใดๆ เลย

เด็กส่วนใหญ่จะเริ่มมีของรักของห่วงเมื่ออายุเกือบ 1 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เด็กเริ่มหัดเดินและเริ่มมีความมั่นใจว่า ตนทำสิ่งนั้นได้เอง เด็กจะมีความรู้สึกกล้าๆ กลัวๆ ในช่วงนี้ แต่ถ้าได้อยู่ใกล้คุณพ่อคุณแม่ก็จะมีความสุข แต่ถ้าถูกแยกจากพ่อแม่ ในช่วงบางเวลา ก็จะมีความรู้สึกกลัวปนกับความตื่นเต้น เด็กจะเริ่มไขว่คว้าและหยิบฉวยสิ่งของจากสิ่งแวดล้อมที่อยู่ใกล้ตัว เด็กส่วนใหญ่จะเลือกติดผ้าห่ม เพราะสามารถหยิบฉวยได้ง่าย จากในเปลนั่นเอง แต่ถ้าคุณวางตุ๊กตาไว้หลายตัวในเปล เด็กจะเลือกหยิบตุ๊กตาตัวที่ใกล้มือที่สุด และถ้าตุ๊กตาตัวไหน ที่เด็กหยิบบ่อยที่สุด นั่นก็หมายถึงว่าตุ๊กตาตัวนั้นเป็นตุ๊กตาตัวโปรดปราน ให้คุณสังเกตว่าเด็กบางคน อาจจะไม่ได้ติดสิ่งของเพียงแค่อย่างเดียว อาจจะติดสิ่งของสองอย่างในเวลาเดียวกัน เช่นเด็กบางคน อาจจะติดได้ทั้งผ้าห่มและตุ๊กตาหมีทั้งในช่วงก่อนเข้านอนตอนกลางวัน และก่อนเข้านอนตอนกลางคืน ถ้าสิ่งใดสิ่งหนึ่งขาดหายไป ก็จะทำให้เด็กมีอารมณ์ที่ขุ่นมัวได้เช่นกัน

พ่อแม่บางครอบครัวจะวางระเบียบกับลูก โดยจะอนุญาติให้ลูก เล่นกับสิ่งของที่ตนเองชอบได้ เฉพาะในช่วงนอนตอนกลางวัน และก่อนนอนตอนกลางคืน หรือไม่ก็จะไม่อนุญาตให้ลูกนำสิ่งของนั้น ออกไปเล่นข้างนอนบ้าน ถ้าระเบียบนี้ถูกวางไว้ตั้งแต่เริ่มต้น ลูกจะเข้าใจและปฏิบัติตามระเบียบนั้นได้ดี การที่คุณพ่อคุณแม่ วางสิ่งของที่ลูกชอบในตำแหน่งเดิมที่ลูกสามารถหา และหยิบฉวยได้ด้วยตนเอง ในช่วงเวลาที่รู้สึกเศร้าสร้อยหดหู่ ก็จะเป็นผลดีทางจิตใจให้กับเด็ก ถามเด็กส่วนใหญ่ว่า ทำไมตุ๊กตาที่ไม่มีชีวิตเหล่านี้กลายมาเป็นเพื่อนรักของพวกเขา ? ก็ได้รับคำตอบว่า ตุ๊กตาเหล่านี้จะไม่หนีพวกเขาไปไหน เมื่อยามที่พวกเขาเหงาและต้องการเพื่อนปลอบใจ

ถามคุณแม่ว่าถ้าลูกทำตุ๊กตาตัวโปรดหาย คุณแม่จะสามารถคาดเดาได้หรือไม่ว่าลูกจะมีความรู้สึกอย่างไร ? คำตอบก็คือ เด็กหลายคนเมื่ออยู่ในสภาพสูญเสียสิ่งที่ตนเองรัก ก็จะมีสภาพจิตใจหดหู่ และมีความรู้สึกหงอยเหงาเศร้าซึม อยู่ประมาณอย่างน้อย 3-4 วัน การอยู่เป็นเพื่อนลูกในช่วงเวลานั้น สำคัญต่อจิตใจลูกมาก และความหมั่นตอบคำถามในเรื่องที่ลูกสงสัย รวมทั้งให้กำลังใจไม่พูดซ้ำเติมให้ลูกรู้สึกหดหู่มากไปกว่านี้ มีเด็กบางคนทำใจได้เร็วและไม่ยึดติดกับสิ่งของนั้นนาน จึงสามารถหาสิ่งอื่นมาทดแทน ความรู้สึกเหงาในจิตใจ ได้เร็วกว่าเด็กอื่นๆ เด็กเหล่านี้จะมีจิตใจเข้มแข็ง สามารถแก้ปัญหานั้นได้ด้วยตนเองโดยมักจะพูดปลอบใจว่า ตนนั้นโตแล้วไม่ต้องการมีเพื่อนเล่นเป็นตุ๊กตาอีกต่อไป

ส่วนใหญ่แล้วเด็กในช่วงอายุ 1-13 ขวบ จะยังคงมีความรู้สึก ผิดหวังและเสียใจ เมื่อทราบว่าตุ๊กตาตัวโปรดของตนนั้นหายไป ตุ๊กตาส่วนใหญ่ที่ยังคงเป็นที่รักและนิยมของเด็กได้แก่ตุ๊กตาหมี, ตุ๊กตาหมาและตุ๊กตากระต่าย สถานที่ที่เด็กมักจะทำหายคือ สนามบินและโรงแรมต่างๆ โดยมักจะลืมไว้ในตู้เสื้อผ้า หรือไม่ก็ถูกห่อรวมไว้กับผ้าปูที่นอนและส่งซักไป เด็กจะเริ่มไม่ติดตุ๊กตา เมื่อวัยเริ่มเข้าระดับชั้นประถมแต่ยังไม่สามารถระบุอายุได้ชัดเจน ต่อเมื่อเด็กมีความรู้สึกอายเกรงว่าจะถูกเพื่อนล้อหรือไม่ก็เริ่มจะมีเพื่อนๆ มากขึ้นก็จะลืมเลือนตุ๊กตาตัวโปรดไปในที่สุด โดยคุณอาจจะเห็นลูกเริ่มวางใจเก็บตุ๊กตาไว้ในบ้าน นั่นก็หมายถึงว่าลูกเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว

อารยา ทวิชศรี


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600