มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam

[คัดลอกจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2543]


"...ทุกคนมีศักยภาพ
แต่ระบบสังคม
ไม่ยอมเปิดโอกาส
ให้เป็นคนเต็มร้อย
เพราะถูกนำไปแปร
เป็นเครื่องมือการผลิต...
วันแห่งการปลดปล่อย

ความเป็นคนถูกแลกเปลี่ยนมาเป็นค่าเลี้ยงดู ทำให้ศักยภาพที่ดีๆ ในตัวมนุษย์ถูกทอดทิ้ง ไม่สามารถจะดึงออกมาใช้ ระบบหรือสังคมไม่เปิดพื้นที่ ในการฝึกฝนและยกระดับ ไม่ช้าศักยภาพต่างๆ ในตัวคน (เรา) ก็จะค่อยๆ แห้งเฉาไป...วันใดที่ปลดเกษียณหรือเขาเลิกจ้างคน (เรา) ก็จะไม่เหลืออะไรให้เป็นความภาคภูมิใจกับชีวิต ในที่สุดก็ตายไปอย่างเงียบเหงา..." อย่าง น่าเสียดายจริงๆ

ที่ผมยกเอาทัศนะของคุณเสกสรรค์ ประเสริฐกุล มาเขียน เพราะผมเพิ่งจะมารู้ว่า สิ่งที่ผมคิด ผมใฝ่หา และรอวันเวลา ที่จะปลดปล่อยมาตลอด มันไปตรงกันกับที่คุณเสกสรรค์ว่า ในข้อที่ว่า...

"(ผมคิดว่า)....ผมเป็นคนมันมีศักยภาพ.... เป็นคนเต็มร้อย... ด้านที่ (ผม) ควรจะดึงมาสู่ศักยภาพสูงสุดอีกหลายๆ ด้านถูกทอดทิ้ง.. .(แล้วถ้าผม) ไม่ดึงมันออกมา ไม่ให้พื้นที่มันในการฝึกฝน ไม่ยกระดับมันขึ้นมา มันก็เหมือนสรรพสิ่งในโลก... ถ้า (ผม) ไม่พัฒนา...มันก็(จะ) ค่อยๆ แห้งเฉาไป...(ผมกลัวตอนที่) เขาเลิกจ้างแล้ว (ผมจะ) ตายไปอย่างเงียบเหงา...

วันเกษียณจึงเป็นวันที่ผมตีปี๊บดีใจ ว่าสิ่งที่ผมคิดแต่คนอื่น (ผู้เคยร่วมงาน) หาว่าผมบ้า โง่ นั้น มีคนเขาคิดเหมือนผม... แถมเป็นนักคิดคนดังระดับชาติ อันเป็นข้อยืนยันว่าผม (ไม่) บ้าแน่ๆ ที่ทุบหม้อข้าวราคาร่วมสามหมื่นบาท มาใช้กะลามะพร้าวราคา 0 หุงต้มแทน ในบ่อซีเมนต์ข้างบ้าน

ภรรยาผมนำตะพาบน้ำจากสระ ตอนที่ตัวมันยังเล็กเท่ากล่องไม้ขีด กับลูกปลาดุกตัวเท่านิ้วก้อยมาเลี้ยงไว้หลายตัว จนกระทั่งตะพาบน้ำตัวโตเท่ากะมังใบย่อม ปลาดุกตัวเท่าน่อง ยาวเท่าแขน เลี้ยงมาประมาณ 3-4 ปี ผมแกล้งให้ปลาดุก กระโดดหนีบ่อไปตอนมีฝนใหญ่ น้ำท่วมหลายตัว จนเหลือแต่ปลาดุกที่ใหญ่มากกับตะพาบน้ำ มันคงกระโดดไปเองไม่ไหว หรือไม่ก็คงจะอยู่มาจนชินบ่อไม่อยากไปไหน

ผมรอหาจังหวะที่จะเอามันไปปล่อยมาตลอดเวลาเป็นปีๆ แต่หาจังหวะไม่ได้สักที เพราะการจะปล่อยสัตว์ ซึ่งคนชอบนำมากินเป็นอาหารนั้น หากปล่อยไปไม่ดี เท่ากับส่งมันไปลงหม้อแกง จึงต้องให้มันรอดจริงๆ และต้องเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่

หลังจากยื่นใบลาไปได้ประมาณ 10 วัน วันที่ 20-21 ก.ย.42 ทางหน่วยงานต้นสังกัด มีโทรสารแจ้งให้ผู้เข้าโครงการ เปลี่ยนเส้นทางชีวิต ทบทวนใหม่ว่า ต้องการเปลี่ยนเส้นทางชีวิตแน่หรือ? เพราะบางคนอาจจะลาออกเพราะโกรธนาย โกรธผู้ร่วมงาน โกรธภรรยา...ถ้าไม่แน่ใจยังเปลี่ยนใจได้ ให้เวลาคิดอีก 2 วัน แต่ผมไม่ใช่ตะพาบน้ำหรือปลาดุก ดังนั้น ผมมีแต่ภาวนาเร่งให้ วันที่ 1 ตุลาคม อันเป็น "วันปลดปล่อย" มาถึงเร็วๆ เพราะผมจะออกไปเป็นคนเต็มร้อย...ไปพัฒนาศักยภาพของผม... ก่อนที่มันจะเหี่ยวแห้งเฉาตายสูญหายไป

กว่า 30 ปี ในระบบราชการ
ผมมีแต่งานที่ถูกสั่งๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ให้ผมทำ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
แม้แต่เรื่องที่ผมเห็นว่าห่วยสิ้นดี ทำให้เอกสารหลักฐานการเป็นครูมืออาชีพ ไว้ให้ตรวจ ซึ่งผมไม่รู้ว่าทำไปทำไม ทำแล้วได้อะไรขึ้นมา อยากดูผลการผลิตทำไม่ดูพืชผล (ตัวเด็ก) วัดทดสอบเอาซี... ทำไมไปบ้ากับเอกสาร

แต่ผู้ใหญ่สั่งต้องทำ ที่ผ่านๆ มา เด็กโง่ไม่ได้เรียน เพราะครูเอาแต่นั่งเขียน พิมพ์ อัดสำเนาโรเนียว เย็บเล่ม...ในขณะเดียวกันสิ่งที่ผมเห็นว่าเป็นประโยชน์ เช่น... เด็กโรงเรียนบ้านดอนทรายของผมเขียนเรื่องลง "จุดประกายวรรณกรรม" ปีนี้มีผลงานลงไปแล้ว 4-5 คน เขียนกลอนสั้นๆ ลง ขวัญเรือน ขายหัวเราะ เขียนภาพการ์ตูน และเรื่องลงดอกบัวน้อย (ของสันติอโศก) กว่า 10 คน เคยได้รับรางวัลระดับชาติมาแล้วห้าหกปีกว่า 10 คน

ผมเรียนจบศิลปศึกษามาคนเดียว ในจังหวัดชุมพร ผอ.ปจ.สั่งแต่งตั้งผมเป็นประธานชมรมครูศิลปศึกษา พวกกลุ่มค้านตัดชื่อผมออกตั้งพวกตนแทน ปลดผมออกจากคณะกรรมการตัดสิน งานวาดภาพประกวด ในระดับอำเภอและจังหวัดหมดสิ้น แล้วให้ผมไปทำ ในสิ่งที่ผมทำไม่ได้และไม่ถนัด เช่น งานการเงิน การพัสดุก่อสร้าง ฯลฯ

ชมรมศิลปะตั้งแล้วทำงานไม่เป็นจึงมาเชิญผมไปเป็นวิทยากร แต่ผมลาออกมาเสียก่อนแล้ว พวกเขายังไม่รู้ว่า ผมออกมาเพราะอะไร เขาไม่ใช้ผมในสิ่งที่ผมมีผมเป็น ไปใช้ในสิ่งที่ผมไม่มีไม่เป็น ให้ผมฟังคำสั่งและทำตามสั่งอย่างเดียว ให้อาจารย์ 3 ระดับ 8 เป็นยามเฝ้าโรงเรียน แล้วผมจะอยู่ทำหำอะไร...

ผมเริ่มชีวิตใหม่ในวันแรกเกษียณด้วยการปลดปล่อยปลาและเต่า โดยนำไปมอบให้ที่หน่วยอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ จากนั้นจ ึงหันมาตัดแต่งกิ่งไม้ดอกหน้าบ้าน เอาดอกเก่ากิ่งเก่ากิ่งแก่ทิ้ง รอให้ออกดอกใหม่ให้เป็นสัญลักษณ์แก่ชีวิตใหม่ ในบ่อปูนซีเมนต์ติดตัวบ้าน เอาบัวสีต่างๆ ปลูกในกระถางลงไปใส่แทน สร้างบรรยากาศใหม่

สายๆ ผมนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ คิดและเขียน เช้ากับบ่ายผมพัฒนารอบๆ บ้านให้มีบรรยากาศที่ผมต้องการ อิสรภาพของผมนี้ช่างหอมหวน เหลือเกิน

สองเดือนที่ผ่านมา ผมรับเงินเดือน 0 บาท แต่กลับมีความสุขกว่าที่เคยรับเงินเดือนๆ ละ 27,000 กว่าบาท ข้าราชการท่านใดจะลองมาพัฒนาศักยภาพชีวิต ดึงความสามารถอันล้นเหลือที่มีอยู่ในตัวคุณขึ้นมา ให้พ้นจากอาการแห้งเหี่ยวตายซาก สดชื่นเหมือนบัวในสระข้างบ้านผม ก็ขอเชิญชวนนะครับ โครงการนี้ปีหน้ายังมีอีก

ไพบูลย์ พันธ์เมือง


ขอบคุณหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600