มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 22 ฉบับที่ 12 ธันวาคม 2541]

คุณแม่รู้ดีกว่าใคร แต่ไม่สะดวกใจที่จะพูด


ผลการสำรวจของ ดูเร็กซ์ ชี้ให้เห็นว่าผู้ปกครอง ไม่สะดวกใจที่จะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเพศกับลูก

ในการสำรวจข้อเท็จจริงจากผู้คนทั่วโลก เกี่ยวกับแหล่งข้อมูล เรื่องเพศศึกษา พบว่า
วัยรุ่นในปัจจุบันต่างกำลังหันหน้าเข้าปรึกษาผู้ที่ไม่สามารถ ให้คำตอบได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ในขณะที่วัยรุ่น (อายุ 16-19 ปี) ที่มีความคิดที่รอบคอบต่างบอกว่า ตนอยากเรียนรู้เรื่องเพศจากผู้ปกครอง แต่ผลสำรวจจากโครงการ "ดูเร็กซ์ โกลบัล เซ็กซ์ เซอร์เวย์ 1998" ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 3 แสดงให้เห็นว่า จริงๆ แล้ววัยรุ่นทั่วโลก เรียนรู้เรื่องเพศศึกษาจากเพื่อน

โครงการ "ดูเร็กซ์ โกลบัล เซ็กซ์ เซอร์เวย์ 1998" จัดทำขึ้นโดยบริษัท ลอนดอน อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป พีแอลซี ผู้ผลิตถุงยางอนามัยชั้นนำของยี่ห้อ "ดูเร็กซ์" ซึ่งมีวางจำหน่าย ในประเทศต่างๆ กว่า 130 ประเทศทั่วโลก วัตถุประสงค์ของโครงการคือ เพื่อสำรวจพฤติกรรมและทัศนคติด้านเพศสัมพันธ์ใน 14 ประเทศทั่วโลก

ผลการสำรวจแสดงให้เห็น วัยรุ่นอยากให้ผู้ปกครอง เป็นผู้ให้ความรู้เรื่องเพศศึกษามากที่สุด
วัยรุ่นร้อยละ 24 กล่าวว่า พวกเขาพอใจที่จะพูดคุยเรื่องเพศกับแม่ ในขณะที่ในความเป็นจริงมีเพียงร้อยละ 14 เท่านั้น ที่ได้รับความรู้จากแม่ วัยรุ่นร้อยละ 12 กล่าวว่าพวกเขาอยากเรียนรู้จากพ่อ ในขณะที่ร้อยละ 16 ต้องการเรียนรู้เรื่องเพศศึกษาจากโรงเรียน

แม้ว่าวัยรุ่นถึงร้อยละ 88 กล่าวว่า
"ไม่ต้องการเรียนรู้เรื่องเพศจากเพื่อน"
แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีวัยรุ่นจำนวนถึงร้อยละ 30 ที่มีเพื่อน เป็นที่ปรึกษาหลัก สิ่งที่พิสูจน์ว่า คำแนะนำของเพื่อนมักจะไม่ได้เรื่องก็คือ ผู้ตอบแบบสอบถามทุกวัยถึงร้อยละ 42 ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก เพราะทำตามเพื่อนๆ และต้องการให้เพื่อนยอมรับ กลายเป็นกลุ่ม ที่ต้องพบกับประสบการณ์อันน่าผิดหวัง เรื่องมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก

สำหรับประเทศไทยนั้น การที่พ่อแม่กับลูกๆ ไม่มีการพูดคุยกัน เรื่องการให้ความรู้เรื่องเพศ สะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติ แนวอนุรักษ์นิยมเกี่ยวกับเรื่องนี้

ผู้คนทั่วโลกร้อยละ 83 เห็นว่า เด็กๆ ควรได้รับการปูพื้นฐาน เรื่องเพศศึกษาตั้งแต่ก่อนอายุ 14 ปี และช่วงอายุ 10-11 ปีเป็นช่วงอายุที่เหมาะสมที่จะเริ่มเรียนรู้เรื่องดังกล่าว ในขณะที่ประเทศไทยนั้น มีเพียงร้อยละ 56 ที่เห็นควร ให้เด็กเรียนรู้เรื่องเพศตั้งแต่ก่อนอายุ 14 ปี และมีถึงร้อยละ 22 ที่เห็นว่า อายุที่เหมาะสม คือ 15 ปีขึ้นไป นอกจากนั้นชาวไทย และชาวฮ่องกงร้อยละ 4 ยังเป็นประเทศที่มีผู้เห็นว่า ไม่ควรมีการสอน เรื่องเพศศึกษาเลย เป็นจำนวนมากที่สุดกว่าประเทศอื่น

มีบางประเทศที่มีความคิดล้ำหน้ากว่าประเทศอื่นๆ ในเรื่องอายุที่เหมาะสม สำหรับการสอนเรื่องเพศศึกษา โดย 1 ใน 3 ของชาวอิตาเลียน สนับสนุนให้มีการสอนเรื่องเพศศึกษาตั้งแต่อายุก่อน 10 ปี และมากกว่าครึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 54) ที่เห็นว่า ควรเริ่มให้การศึกษา ในช่วงอายุไม่เกิน 11 ปี ส่วนชาวเม็กซิโกเห็นด้วยอย่างยิ่งกับความคิด โดยร้อยละ 23 เชื่อว่า ควรเริ่มสอนเรื่องเพศศึกษาตั้งแต่ก่อนอายุ 10 ปี และร้อยละ 38 เห็นว่าควรเริ่มในช่วงอายุ 10-11 ปี จึงเหมาะสม

ผลจากการสำรวจเกี่ยวกับการทำแท้ง สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่ทุกประเทศทั่วโลก จะต้องให้ความรู้เกี่ยวกับเพศศึกษาและการคุมกำเนิดอย่างละเอียด
ผู้คนทั่วโลก 6 ใน 10 คน (ร้อยละ 61) กล่าวว่า ตนรู้จักคนที่เคยทำแท้งมาแล้ว คนไทยร้อยละ 46 ตอบว่า รู้จักคนที่เคยทำแท้ง ซึ่งเป็นอัตราเท่าๆ กันกับเม็กซิโก แต่แอฟริกาใต้เป็นประเทศที่มีตัวเลขต่ำที่สุดคือ ร้อยละ 36 ในรัสเซีย ตัวเลขนี้สูงถึงร้อยละ 88 ในขณะที่สเปนและแคนาดาเป็นประเทศถัดมา ที่มีตัวเลขสูงเช่นกัน คือ ร้อยละ 73 และ 71 ตามลำดับ

มร.จอน เกรย์ ผู้จัดการประจำภูมิภาค ประเทศไทย มาเลเซียและสิงคโปร์ บริษัท ลอนดอน อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ปพีแอลซี ผู้ผลิต ถุงยางอนามัยดูเร็กซ์กล่าว
"ไม่ว่าจะเป็นยุคใดสมัยใด ความจำเป็นของการให้ความรู้ เรื่องเพศศึกษายังคงมีอยู่เสมอในทุก ๆ ประเทศ "ดูเร็กซ์" มีนโยบายมุ่งที่จะเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเพศศึกษาในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มวัยรุ่น โดยดำเนินการผ่านกิจกรรม สัมมนาที่สถานศึกษา การประกวดและการให้การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของเยาวชน เช่น คอนเสิร์ต ดูเร็กซ์ มุ่งมั่นที่จะเผยแพร่ข้อมูลไปยังกลุ่มวัยรุ่น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่เกิดจากพฤติกรรมการเพศสัมพันธ์ ที่ไม่รู้จักการป้องกัน"

ไม่ว่าการให้ความรู้เรื่องเพศจะเป็นไปด้วยวิธีใดก็ตาม ดูเหมือนว่าวัยรุ่นจะเป็นกลุ่มที่รับข้อมูลเหล่านั้นได้มากกว่า คนในวัยอื่นๆ 7 ใน 10 (ร้อยละ 70) ของวัยรุ่นทั่วโลกที่มีอายุระหว่าง 16-19 ปี ตอบว่าพวกเขาให้วิธีการคุมกำเนิดวิธีใดวิธีหนึ่ง เมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ในขณะที่กลุ่มอายุอื่น ๆ เพียง 5 ใน 10 (ร้อยละ 53) เท่านั้นที่รู้จักคำนึงถึงเรื่องนี้

นอกจากนั้น กลุ่มที่นิยมใช้ถุงยางอนามัย มากที่สุดคือ วัยรุ่น
โดยร้อยละ 62 มีเพศสัมพันธ์โดยใช้ถุงยางอนามัย ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา คนอายุระหว่าง 20-29 ปี เพียงร้อยละ 52 ที่มีเพศสัมพันธ์โดยใช้ถุงยางอนามัย ตัวเลขนี้ลดลงไปอีก ในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยเหลือเพียงร้อยละ 29 การที่จำนวนวัยรุ่นที่นิยมใช้ถุงยางอนามัยเป็นตัวเลขที่สูงนั้น สอดคล้องกันกับจำนวนตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่า วัยรุ่นเป็นกลุ่มที่มีความกังวลเกี่ยวกับการติดเชื้อเอชไอวี /เอดส์ สูงที่สุดเช่นกัน 3 ใน 4 ของวัยรุ่น (ร้อยละ 75) ตอบว่า มีความกังวลเกี่ยวกับการติดเชื้อ ในขณะที่กลุ่มอายุระหว่าง 20-29 ปี มีจำนวนลดลงเหลือร้อยละ 68 และยังลดลงไปอีกเป็นร้อยละ 58 ในกลุ่มอายุ 30 ขึ้นไป

เมื่อดูพฤติกรรมการใช้ถุงยางอนามัยบ้าง พบว่า
คนทั่วโลกทุกเชื้อชาติ ทุกวัย ทั้งผู้หญิงและผู้ชายต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ถุงยางอนามัยเป็นวิธีการคุมกำเนิดที่มีผลดีต่อสุขภาพมากที่สุด 2 ใน 3 ของกลุ่มตัวอย่าง (ร้อยละ 65) เลือกให้ถุงยางอนามัยเป็นวิธีการที่ดีที่สุด เมื่อพิจารณาในแง่ผลดีต่อสุขภาพ โดยมียาคุมกำเนิดตามมาห่างๆ เป็นอันดับ 2 (ร้อยละ 11) อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทยนั้น ร้อยละ 61 กล่าวว่า ถุงยางอนามัยเป็นวิธีการคุมกำเนิดที่หามาใช้ได้ง่ายที่สุด ซึ่งนับว่าเป็นประเทศที่มีตัวเลขสูงที่สุดจากการสำรวจทั้งหมด ชาวฝรั่ง เศสร้อยละ 21 และชาวฮ่องกงร้อยละ 14 ต่างเห็นว่ายาเม็ดคุมกำเนิดหาได้ง่าย

ประเทศที่ร่วมโครงการ "ดูเร็กซ์ โกลบัล เซ็กซ์ เซอร์เวย์ 1998" มี14 ประเทศ คือ อเมริกา ออสเตรเลีย อังกฤษ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮ่องกง อิตาลี เม็กซิโก โปแลนด์ รัสเซีย แอฟริกาใต้ สเปน และไทย มีผู้เข้าร่วมในการสำรวจประมาณ 10,000 คนทั่วโลก อายุระหว่าง 16-45 ปี และมีเพศสัมพันธ์เป็นประจำ แบบสอบถามที่ใช้ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้ตอบเติมคำตอบได้โดยลำพัง โดยเป็นคำถามในหัวข้อต่างๆ เช่น พฤติกรรมทางเพศสัมพันธ์ และสุขภาพจำนวนความถี่ของการมีเพศสัมพันธ์ อายุเมื่อมีประสบการณ์ ทางเพศสัมพันธ์ครั้งแรก จำนวนคู่นอนระยะเวลาในการมีเพศสัมพันธ์ และชนชาติที่เซ็กซี่ที่สุด


ขอบคุณนิตยสารใกล้หมอ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600