มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2541]

ฆ่าตัวตาย

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์


มีข่าวทางสื่อมวลชนเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายอยู่หลายครั้ง และมีการวิเคราะห์วิจารณ์ไปยังสื่อมวลชนหลายแขนงในเชิงวิเคราะห์วิจารณ์ และให้ความรู้เพื่อให้มวลชน และครอบครัวตระหนักช่วยกันระมัดระวัง และป้องกันมิให้การฆ่าตัวตายระบาดเป็นแฟชั่น หรือมิให้เกิด การฆ่าตัวตายโดยไม่จำเป็น และไร้เหตุผล เพราะเบื้องหลังของการตายนั้น ย่อมก่อให้เกิดความเศร้าโศก สะเทือนใจต่อผู้อยู่เบื้องหลัง และส่วนใหญ่จะไร้ประโยชน์ ไร้ค่า และถูกลืมไปในที่สุด

แพทย์หญิงสุพัฒนา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา แพทย์ที่ปรึกษา โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ได้รวบรวมการค้นคว้าด้านคลินิก และวัฒนธรรมทางสังคมของผู้ตั้งใจฆ่าตัวตายอย่างจริงจัง ในวัฒนธรรมตะวันตก
แสดงว่าผู้มีประวัติ และลักษณะต่อไปนี้ หลายประการร่วมกัน มีอันตรายสูงที่จะฆ่าตัวตายมากกว่าพวกที่มีลักษณะตรงข้าม

  1. มีประวัติเคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้ว
  2. อายุ 40 ปีขึ้นไป และยิ่งอายุมากขึ้นแนวโน้มอันตรายก็ยิ่งสูง ขึ้น ในบรรดาผู้ป่วยจิตเวชทั้งหมด ผู้ป่วยซึมเศร้าชนิดต่างๆ และผู้ป่วยโรคจิตชนิดซึมเศร้าในวัยต่อ มีอัตาการฆ่าตัวตายสูงสุด

  3. มีโรคประจำตัวร้ายแรง หรือ สุขภาพเสื่อมโทรมาก
  4. เป็นโสด, หย่า, ร้าง, ม่าย หรือ สมรสแล้วแต่ไม่มีบุตรเลย
  5. เกิดภาวะเศรษฐกิจคับขัน โดยที่ปกติเป็นผู้มีการครองชีพ ระดับสูง เช่น นักธุรกิจ, นักบริหาร เป็นต้น

  6. อยู่ในเมืองใหญ่ที่มีพลเมืองหนาแน่น
  7. เป็นคนไม่ใคร่มีเพื่อน หรือไม่สามารถทำตัวเป็นเพื่อนใครได้
  8. มีประวัติติดสุราหรือยาเสพย์ติดอื่น

  9. มีประวัติผิดปกติทางจิตเวช ยกเว้นพวกปัญญาอ่อน ซึ่งไม่ใคร่ฆ่าตัวตาย สเตงเกล กล่าวว่า 1 ใน 3 ของบรรดาผู้ฆ่าตัวตาย เป็นผู้ป่วยจิตเวช และ 2 ใน 3 เมื่อศึกษาย้อนหลังพบว่า มีอารมณ์ไม่คงที่เช่นปกติ

  10. ในบรรดาคริสต์ศาสนิกชน พวกนิกายโปรเตสแตนต์ ฆ่าตัวตายมากกว่าพวกคาทอลิก ยกเว้นชาวออสเตรีย ซึ่งเป็นคาทอลิกที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงมาก และนอรเวกับเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นโปรเตสแตนต์ที่มีอัตราการฆ่าตัวตายต่ำ

  11. มีประวัติการฆ่าตัวตายในครอบครัว การฆ่าตัวตายตามที่มีบุคคล ที่มีความสำคัญต่อชีวิตของผู้ป่วยเกิดจากกลไกการเลียนแบบ มิใช่พันธุกรรม

  12. พวกวิกลจริตที่มีความขัดแย้งภายในมีแนวโน้มอันตรายสูง กว่าพวกที่มีความขัดแย้งใจระหว่างบุคคลอย่างปัจจุบัน

  13. มีประวัติบ้านแตก หรือครอบครัวแตกแยก ก่อนอายุ 15 ปี สหรัฐศึกษาเด็กหญิงวัยรุ่นที่พยายามฆ่าตัวตาย พบว่า 2 ใน 3 ชีวิตครอบครัวที่ยุ่งเหยิงและแตกแยก พ่อแม่หย่าร้าง หรือแยกกันอยู่ มีเฆอร์และจาคอบส พบว่า เด็กวัยรุ่นที่พยายามฆ่าตัวตาย ขาดพ่อแม่ ต้องอยู่ในความอุปการะของญาติ หรือผู้ใจบุญ หรือ พ่อแม่ชอบย้ายบ้าน, ย้ายโรงเรียนให้ลูก และพ่อแม่ทะเลาะกันหรือทะเลาะกับลูก เด็กเหล่านั้น จึงรู้สึกว่าตนถูกชิงชังมาแต่เด็ก พ่อหรือแม่มักเคยพูดกับลูกว่า "ถ้าแกไม่เกิดมาชีวิตฉันก็จะดีกว่านี้" หรือ "รู้ยังงี้ปล่อยให้รถทับตายเสียก็ดี" ชีวิตครอบครัวรูปนี้ทำให้โครงสร้างของผู้ป่วยไม่เข้าร่องเข้ารอย ทำให้ทนความผิดหวังไม่ค่อยได้ โดยเฉพาะการถูกปฏิเสธจากผู้อื่น เช่น เมื่อคู่รักทิ้งไป ปฏิกิริยาที่แสดงออกคือ การแยกตัว หรือ ฆ่าตัวตาย

  14. ภายหลังการสูญเสียที่มีความสำคัญต่อชีวิตในระยะเวลา ไม่เกิน 6 เดือน
  15. ญาติแสดงท่าทีไร้ความเห็นใจ

  16. อาการบอกเล่า หรืออาการแสดง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ ป่วยจิตเวช
    16.1 อาการเศร้าร่วมกับความรู้สึกผิด และดูถูกตนเอง
    16.2 หมกหมุนคิดว่าตนป่วยทางกายอย่างรุนแรง หรือบ่น แต่อาการทางกายซ้ำซาก บางคนไม่แสดงอาการเศร้าเลย บ่นแต่อาการฝ่ายกายอย่างเดียว หรือในเด็กวัยรุ่น ความเศร้า อาจแสดงออกมาในรูปตรงข้าม คือ มีพฤติกรรมก้าวร้าวทำลาย ทำให้จิตแพทย์วินิจฉัยพลาดไป อาการเศร้าที่แฝงเร้นอยู่ในรูปอาการอื่น นี้เรียกว่า ครีทแมน และคณะรายงานว่า ในผู้ป่วย 120 ราย รายที่มีความเศร้าซ่อนอยู่ จิตแพทย์สามารถวินิจฉัยได้ว่า มีอาการเศร้าเพียง 21 ราย เท่านั้น

    16.3 นอนไม่หลับและกังวลเรื่องนี้มาก
    16.4 กลัวว่าตนทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น
    16.5 พูดถึงการฆ่าตัวตาย แสดงความสนใจข่าวการตายอย่างผิดปกติ, พูดทำนองสั่งเสีย หรือเขียนจดหมายร่ำลา 60-75% ของผู้ป่วยจิตเวชที่ฆ่าตัวตาย มักบอกให้ผู้หนึ่งผู้ใดทราบล่วงหน้า แต่มักไม่ค่อยบอกแพทย์ผู้รักษา 15% เขียนข้อความทิ้งไว้ก่อนฆ่าตัวตาย

    16.6 มีประสาทหลอนชนิดน่าหวาดกลัวและร้ายแรง ซึ่งทรมานจิตใจ และขู่ขวัญผู้ป่วยจนทนไม่ได้จึงตัดสินใจ หนีให้พ้นความหวาดกลัวนั้นด้วยการฆ่าตัวตาย

    16.7 ฝันร้ายและฝันอย่างเป็นพยาธิสภาพ ศาสตราจารย์ คีลโฮลท์ซ แห่งบราซิลเตือนว่า ผู้ป่วยซึมเศร้าที่มีเนื้อหาความในฝัน ในทางทำลายตนเอง พึงระวังการฆ่าตัวตายให้จงหนัก
    16.8 รู้สึกหมดพลังชีวิต หรือไร้สมรรถภาพโดยสิ้นเชิง

แพทย์หญิงสุพัฒนา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ได้สรุปกลไกของจิตใจ และความสัมพันธ์ของความคิดฆ่าตัวตายไว้ว่า

ความคิดอยาก ฆ่าตัวตาย ชั่วขณะหรือชั่วอารมณ์วูบหนึ่ง อาจเกิดขึ้นได้ในคนปกติ แต่ถ้าคิดซ้ำซากก็เป็นพยาธิสภาพ หลายคนเชื่อว่าผู้ฆ่าตัวตายทุกคน ในขณะฆ่าตัวตายจะต้องมีความผิดปกติ ทางจิตเวช แต่สเตงเกลเองเห็นว่า คนฆ่าตัวตายไม่จำเป็นต้องมีจิตใจ ผิดปกติเสมอไป การฆ่าตัวตายเป็นพฤติกรรมผิดปกติ เพราะคนส่วนมาก จะไม่ฆ่าตัวตาย แม้จะตกอยู่ในภาวะเช่นเดียวกันนั้น

ทั้งการพยายามฆ่าตัวตาย และการฆ่าตัวตาย อย่างจริงจังไม่ ผูกพันกับพยาธิสภาพอย่างใดอย่างดียว แต่มักพบได้บ่อยในผู้ที่มีอาการซึมเศร้า ผู้คิดฆ่าตัวตายทุกคนมีความรู้สึกตรงกันข้ามทั้งสองฝ่ายปนกันอยู่ คือ ทั้งอยากตาย และอยากมีชีวิตอยู่ในขณะเดียวกัน เพียงแต่มีความรู้สึก ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากกว่าเท่านั้น

การฆ่าตัวตายอาจเป็นการลงโทษตนเอง, เป็นการแก้แค้นผู้อื่น, หรือเนื่องมาจากความเชื่อเรื่องเกิดใหม่ในชาติหน้าร่วมกับคนที่ตนรักก็ได้ ทุกคนที่คิดฆ่าตัวตายจะมีความรู้สึกอย่างหนึ่งคล้ายกัน คือ รู้สึกว่าตน "ขาดความรัก" การฆ่าตัวตายจึงอาจเป็นการยังความสำนึกผิด ให้บังเกิดแก่บุคคลสำคัญในชีวิตของเขา ซึงได้ละเลยหรือทอดทิ้งเขา ถือเป็นการแก้แค้นวิธีหนึ่ง

แม่ชาวสวีเดนเลี้ยงลูกอย่างปล่อยให้พึงตนเองโดยเร็ว แม่จะแสดงให้ลูกรู้ว่าแม่พอใจและภูมิใจมากถ้าลูกมีความสามารถ ทั้งยังอบรมลูกให้เก็บความรู้สึกและไม่ก้าวร้าวเมื่อโกรธ ชาวสวีเดน ผู้ไม่มีทางระบายความโกรธ, ซ้ำยังได้รับการปลูกฝังว่าความสำเร็จ และความสามารถเป็นความสำคัญของชีวิต, จึงเกลียดชังตัวเองมาก ถ้าชีวิตในด้านการงานล้มเหลว, วิธีลงโทษตนเองคือ การฆ่าตัวตาย อัตราการฆ่าตัวตายในสวีเดนจึงสูงมาก

ความรู้จากแพทย์หญิงสุพัฒนา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ทั้งหมดนี้น่าจะทำให้ประชาชนในยุคปัจจุบันที่ถูกกระทบ จากความเปลี่ยนแปลงรอบด้าน ทั้งภายในประเทศและจากนอกประเทศ ในทุกๆ ด้าน เช่น ด้านสังคม เศรษฐกิจ การศึกษา การเมือง ทำให้สถาบันครอบครัวไม่มั่นคง หรือทำให้สถาบันครอบครัวล่มสลาย เพิ่มมากขึ้น ปัญหาการฆ่าตัวตาย จึงตามหลังมาอย่างกระชันชิด และจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น การมีความรู้ที่เพียงพอ การปรับตัวที่เหมาะสม และความสามารถในการเกื้อกูลช่วยเหลือ เมตตากรุณา และอภัยให้กันเท่านั้นที่จะช่วยลดภาวะฆ่าตัวตายลงได้บ้าง

นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์


ขอบคุณหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600