มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
http://www.geocities.com/Tokyo/Harbor/2093/
จำสั้นๆ i.am/thaidoc

[คัดลอกหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันที่ 22 มกราคม 2543]

ระวัง! ข่าวฆ่าตัวตายดาบสองคม


สัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อมวลชนเสนอข่าววัยรุ่นฆ่าตัวตาย 2 ราย

ที่ขึ้นหัวให้ติดตามต่อไปเรื่อย รายหนึ่งเป็นเด็กหญิงอายุ 7 ขวบ อยู่ที่ จ.สระบุรี ถือมีดกวัดแกว่งอยู่ริมระเบียงตึกในโรงเรียนแห่งหนึ่ง กรณีนี้ผู้เห็นเหตุการณ์สามารถช่วยเหลือลงมาได้

รายที่ 2 นักเรียนหญิงโรงเรียนดังในกรุงเทพฯ กระโดดตึกตาย ขณะนี้ก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่จากนิสัยส่วนตัว และเธอเป็นหนึ่งในวัยรุ่นที่ชื่นชอบศิลปินญี่ปุ่น "ฮิเดะ" นักร้องดังวงเอ๊กซ์-เจแปน ที่ผูกคอตายเมื่อ 2 ปีก่อน รายหลังนี้ สังคมที่ขาดสติโยนความผิดให้กับ "ฮิเดะ" ประณามว่าเป็นการฆ่าตัวตายเลียนแบบกัน

จริงเท็จคืออะไร คนตอบคือ คนตาย ก็หมายความว่าจะไม่ได้คำตอบ!!!

เมื่อ 2 ปีก่อนที่ "ฮิเดะ" ฆ่าตัวตาย ณ คอลัมน์นี้ มีคุณแม่ท่านหนึ่งเขียนจดหมายมาปรึกษาว่า ลูกสาวไม่เป็นอันกินอันนอน ร้องไห้คร่ำครวญถึงศิลปินในดวงใจ ไปยืนไว้อาลัยกับกลุ่มเพื่อน คุณแม่กลุ้มใจมากกลัวว่า ลูกสาวจะตายตามนักร้องหนุ่มไป เพราะเด็กวัยนี้ อาจจะไม่มีความยับยั้งชั่งใจ หุนหันพลันแล่น คิดอะไรคิดสั้นๆ ง่ายๆ ไม่กี่วันต่อมาก็มีเด็กสาวคนหนึ่งเขียนจดหมายด้วยเลือดของเธอ ระบายความในใจให้ฟังว่าการชื่นชอบของกลุ่มวัยรุ่น โดยเฉพาะการชื่นชอบ "ฮิเดะ" ไม่ได้ทำให้เขาขาดสติ แต่ถ้าใครที่ไม่เข้าใจความรู้สึก ก็อย่ามาวิพากษ์วิจารณ์กันง่ายๆ และเธอก็เกลียดการวิจารณ์ที่ขาดน้ำใจนั้นด้วย

ขณะที่ได้รับจดหมายๆ ใหม่ๆ ก็นึกเป็นห่วงเหมือนกันว่า เมื่อเด็กคนนี้ลงได้เขียนจดหมายเลือดมาต่อว่าปานนี้แล้ว แสดงว่าเธอจะต้องมีการแสดงออกที่เข้มข้น อย่างใดอย่างหนึ่งกับการตายของ "ฮิเดะ" แน่ ก็ห่วงต่อไปอีกว่า ในคำตัดพ้ออ่านแล้วรู้สึกได้ว่า คนรอบข้าง พ่อแม่ คนใกล้ชิด สังคมกำลังมองเธออย่างไม่เข้าใจ ก็กลัวเหมือนกันว่าจะไปฆ่าตัวตาย เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ผู้เขียนก็จะรู้สึกผิดมาก ที่จับสัญญาณอันตรายได้แล้วแต่ไม่ได้แสดงความช่วยเหลือ

2 ปีที่ผ่านไปไม่มีข่าวว่าเด็กไทยฆ่าตัวตายเพราะ "ฮิเดะ" จนกระทั่งสัปดาห์ที่ผ่านมา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา ทั้งกรมสุขภาพจิตวันนี้ชื่อว่า "น้องกวาง" ไม่ได้ฆ่าตัวตาย เพราะ "ฮิเดะ" แน่ ขณะที่สื่อมวลชนได้ฟังธง และรายงานข่าวโยนความผิดไปให้คนตาย

อยากจะบอกว่าการฆ่าตัวตาย ไม่มีสาเหตุใด เป็นสาเหตุที่แท้จริงเพียงสาเหตุเดียว หากแต่เป็นผลรวมของความทุกข์ ความคับข้องใจนานัปการที่ซับซ้อน กดดันผู้นั้นอยู่ ทั้งในระดับจิตสำนึกและจิตใต้สำนึก แม้ว่าในบางกรณี อาจจะดูเหมือนมีเหตุจูงใจที่ชัดเจน ก็ไม่ควรฟังธงลงไปเลยว่า ฆ่าตัวตายเพราะอกหัก หรือน้อยอกน้อยใจอะไรสักอย่าง เพราะใจคนเรามันซับซ้อนเหลือเกิน แต่สิ่งที่น่าเชื่อเหลือเกินก็คือ อุบัติการณ์การฆ่าตัวตาย หรือพฤติกรรมการเลียนแบบการฆ่าตัวตาย น่าจะมาจากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนเป็นเหตุใหญ่

เห็นได้ชัดจากผลการสำรวจความเห็นและทัศนคติของประชาชน และสื่อมวลชนต่อพฤติกรรมการเลียนแบบการฆ่าตัวตายปี 2543 ที่ศูนย์สารนิเทศฯ กรมสุขภาพจิตทำขึ้นหลังจากที่มีข่าวว่าเด็ก 7 ขวบ ฆ่าตัวตายไม่กี่วัน ผลสรุปว่า ในความคิดเห็นของสื่อมวลชนด้วยกันเอง เห็นด้วยว่าการประโคมข่าวฆ่าตัวตายทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ มากถึง 56.5% ไม่เห็นด้วย 34.8% อีกทั้งเห็นด้วยว่า การเผยแพร่ข่าวการฆ่าตัวตายที่บอกวิธีการอย่างละเอียด เปรียบเสมือนการชี้โพรงให้กระรอกกับผู้ที่กำลังมีปัญหามากถึง 65.2% ขณะที่ไม่เห็นด้วย 34.8% และที่น่าสนใจก็คือ เห็นควรให้ปรับปรุง การเสนอข่าวฆ่าตัวตายที่ปรากฏในสื่อปัจจุบันมากถึง 95.7%

ทั้งนี้ น.พ.ยงยุทธ วงภิรมย์ศานติ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสุขภาพจิต ให้ทรรศนะว่า การเสนอข่าวการฆ่าตัวตายมีโอกาสที่จะทำให้เพิ่มและลด การระบาดของการฆ่าตัวตายได้ ภายหลังการเสนอข่าว โดยขึ้นอยู่กับวิธีการเสนอข่าว ถ้าการเสนอข่าว มีลักษณะที่ลงเป็นข่าวครึกโครม ให้ภาพและวิธีการฆ่าตัวตายอย่างละเอียด ใช้วิธีการเชื่อมโยงสาเหตุการฆ่าตัวตายอย่างง่ายๆ ให้สีสันของการฆ่าตัวตาย รวมทั้งการพยายามทำให้เห็นว่า การฆ่าตัวตายเป็นฮีโร่ ถ้าเสนอข่าวเช่นนี้ จะทำให้มีการฆ่าตัวตายในลักษณะคล้ายๆ กันมากขึ้น

แต่ถ้ามีการเสนอข่าวในมุมตรงข้าม คือเน้นว่า การฆ่าตัวตายไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง ชี้ให้เห็นว่าการฆ่าตัวตาย มาจากหลายสาเหตุที่มีความซับซ้อน เสนอข่าวแบบให้ความรู้ ความเข้าใจกับประชาชนที่มีอาการของโรคซึมเศร้า ให้ไปขอรับคำปรึกษาจากจิตแพทย์ หากเสนอข่าว ในลักษณะเช่นนี้ก็ช่วยลดอัตราการฆ่าตัวตายได้

"การเสนอข่าวในลักษณะแรกที่ผมบอกว่า ทำให้การฆ่าตัวตายเพิ่มมากขึ้นนั้น ไม่ได้หมายความว่า ข่าวไปทำให้คนทั่วไปคิดอยากฆ่าตัวตาย แต่เราต้องเข้าใจว่า ในประชากรจะมีคนจำนวนหนึ่งประมาณ 10% ที่มีสภาวะทางจิตใจย่ำแย่ หรือมีปัญหาอยู่แล้ว คนเหล่านี้เมื่อได้รับข่าวในทางลบ ก็จะยิ่งมีแนวโน้มทำให้คล้อยตามและตัดสินใจฆ่าตัวตายมากขึ้น บางคนอาจกำลังเลือกวิธีการพอเห็นตัวอย่างก็เลยเลือกวิธีในลักษณะเดียวกัน"

และที่สำคัญ น.พ.สุจริต สุวรรณชีพ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต แจ้งว่า กรณีข่าวเด็ก 7 ขวบฆ่าตัวตายนั้น จากที่เจ้าหน้าที่ลงไปสอบสวนสาเหตุและคุยกับเด็ก เด็กบอกว่ากำลังจะปีนไปตัดมะขาม ไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่ขณะเดียวเด็กคนนี้ก็มีปัญหาทางบ้านจริงๆ แต่ก็ไม่เคยคิดฆ่าตัวตาย

ไม่ทราบว่าการเสนอข่าวเช่นนี้ใครควรรับผิดชอบเด็ก วันนี้เด็กถูกมองว่ามีปัญหาจนคิดฆ่าตัวตายไปแล้ว ใครจะช่วยเด็ก

หากมีปัญหาทางสุขภาพจิต โทรศัพท์ปรึกษา ได้ที่โรงพยาบาลศรีธัญญา โทร.525-0981-5 หรือ 525-2333-5 หรือใช้บริการฮอตไลน์คลายเครียดได้ที่โทร.1667 ตลอด 24 ชั่วโมง


ขอบคุณพิมพ์มติชนรายวัน ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600