มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือhey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 21 ฉบับที่ 314 เมษายน 2541]

ทำอย่างไร?...

ลูกถึงจะเป็นสุขช่วงปิดเทอม

รศ.สุพัตรา สุภาพ


ช่วงนี้ปิดเทอม เด็กๆ จึงมักอยู่บ้านเกือบ 2 เดือนเศษๆ พ่อแม่จึงไม่ควรรีบร้อนให้แกทำอะไร เพราะเรียนมามากแล้ว ตั้งแต่อนุบาลจนถึงประถมต้น ถ้ายังไม่ทำก็ทำเสียอย่างน้อย ให้ลูกน้อยของเราได้พักสมองบ้าง ให้แกได้สนุกและเป็นสุข เช่น ดูโทรทัศน์พาไปเที่ยว เยี่ยมญาติ เป็นต้น แกจะได้รู้สึกว่าบ้านคือบ้าน บ้านไม่ใช่โรงเรียน ให้เพื่อนบ้านมาเที่ยวที่บ้านของเรา สนุกกับลูกของเราเป็นการหาเพื่อนให้ลูกจะได้ไม่เหงา โดยเฉพาะลูกคนเดียว จะเหงามากถ้าไม่มีกิจกรรมอะไรให้แกทำ และต้องดูว่าลูกชอบทำอะไร ถ้าชอบดูการ์ตูนก็ ให้แกดูหรือเช่ามาดู, ชอบวาดภาพก็ให้แกวาดภาพ, ชอบเล่นเกมกดก็ให้แกเล่น หรือเล่นเกมคอมพิวเตอร์ ฯลฯ

ถ้าเด็กอยู่บ้านมีความสุข แกก็จะไม่ไปไหน พ่อแม่บางคนคิดว่า ถ้าหยุดต้องเรียนกวดวิชา

เด็กอนุบาลหรือประถมต้นไปบีบแก เร่งรัดแกมากนักไม่ดี แกอาจเบื่อการเรียนได้ เด็กเหมือนเครื่องจักร ให้โอกาสแกได้พักผ่อน แกจะดีขึ้นเหมือนเติมพลัง พอพักสัก 2-3 อาทิตย์ ก็อาจจะวางโครงการว่า ให้ลูกทำอะไรดี

ถ้าเป็นเด็กเล็กๆ อาจพาไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือชายทะเล หรือไปอยู่กับญาติ เช่น คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย หรือญาติที่ไว้ใจ ถ้าแยกกันอยู่คนละจังหวัดเป็นการไปทำความคุ้นเคยกัน อย่างน้อย ดีกว่าปล่อยให้อยู่กับพี่เลี้ยง หรืออยู่คนเดียว หรือฝากสถานเลี้ยงเด็ก
สถานเลี้ยงเด็กบางแห่ง ต้องดูให้ดี อาจจะโดนข่มขืนเป็นของแถม ตัวอย่างก็มีแล้ว เด็ก 3 ขวบถูกข่มขืน และก่อนหน้านี้ข่มขืนไปกี่คน ข่าวไม่ได้แจ้งเพราะเด็กเล็กๆ จะไม่กล้าบอกกลัวคนที่ข่มขืนตัว

ถ้าเป็นระดับประถมอาจจะพาไปว่ายน้ำ เข้าค่ายเป็นค่ายฝึกเชาว์ปัญญา หรือค่ายแบบที่มีพ่อแม่ไปด้วยก็ได้ จะได้สนุกทั้งครอบครัว ไม่ว่าจะมีลูกเล็กหรืออยู่ระดับประถม
ยามนี้ถ้าพ่อแม่ลาพักร้อนได้ ค่ายแบบครอบครัว จะเป็นประโยชน์มาก เพราะพ่อแม่จะได้ไม่ต้องห่วง และยังมีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกับลูกเป็นการสร้างความรัก ความอบอุ่นในครอบครัว หรือพาลูกไปชมธรรมชาติ ซึ่งชมรมแบบนี้ก็มีไม่น้อยไม่ว่าจะเป็นชมรมดูนก ชมรมปลูกป่า แรลลี่ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ กีฬา วาดภาพ ฯลฯ
ลูกจะสนุกและได้ความรู้ แม้ลูกจะไปตามลำพัง (ต้องระดับประถม) ก็ไม่ต้องห่วงมาก จะมีครูอาจารย์หรือพี่เลี้ยงดูแลเต็มที่ การไปเข้าชมรมหรือเข้าค่าย จะช่วยให้เด็กได้มีเพื่อน แบ่งปันรู้จักทำงานเป็นกลุ่ม

ถ้าลูกไม่เข้าค่าย พ่อแม่ก็ต้องทำเป็นครูหรือพี่เลี้ยงของลูก ยามสุดสัปดาห์ช่วงไม่ได้ทำงาน เช่น เล่นกับลูก หรือพาลูกไปปิกนิกแถวบ้าน เช่น สวนสาธารณะ อาจจะทำอาหารไปกินกันเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ
หรือพาลูกไปเที่ยวสวนสัตว์ให้ลูกรู้จักสัตว์ต่างๆ พาไปดูภาพยนต์ ซึ่งปิดเทอมจะมีภาพยนต์สำหรับเด็กไม่น้อย หรือไม่ก็พาลูก ไปรู้จักหรือคุ้นเคยกับโรงเรียน เช่น ถ้าจบอนุบาลต้องขึ้นชั้นประถม 1 ก็ต้องบอกเล่าให้แกฟังว่า แกจะได้เพื่อนใหม่มีของเล่นใหม่ๆ เป็นการปูทางไม่ให้แกกลัวที่ใหม่แต่ให้รู้สึกว่าที่ใหม่ก็เป็นสิ่งที่ดีอีกแห่ง ที่แกจะได้มีโอกาสไปในไม่ช้านี้

ถ้าอยู่ระดับประถม 1 ต้องขึ้นประถม 2 ก็เตรียมพร้อมให้แก เช่น อาจจะช่วยหาคนมาติวแกบางวิชา ที่แกมีปัญหาไม่ว่าจะเป็นเลขคณิต ภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะเลขคณิต ถ้าอ่อนมากต้องปรับปรุงตัว เพื่อแกจะได้เข้าใจ เพราะถ้าแกไม่เข้าใจ แกจะเกลียดคณิตศาสตร์ไปในที่สุด เพราะท้อใจ

ผู้เขียนเคยให้คำปรึกษาพ่อแม่บางท่านเรื่องลูกอ่อนคณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ จนเด็กไม่ใส่ใจสองวิชานี้ ต่อมาเด็กจะไม่ยอมทำการบ้าน เวลาสอบมักตกประจำ ผู้เขียนจึงคุยกับเด็กก็ได้ความว่า คุณครูดุแกเลยกลัวไม่กล้าถามเวลาไม่เข้าใจ พอไม่เข้าใจ คุณครูดุมากขึ้น แกเลยกลัวคุณครูไม่กล้าเข้าใกล้

เลขคณิตเป็นวิชาที่ต้องเข้าใจ ไม่ใช่ท่องจำและต้องทำแบบฝึกหัดมากๆ ส่วนภาษาอังกฤษต้องท่องศัพท์ และเข้าใจหลัก ถ้าไม่ขยันทำแบบฝึกหัด ก็ยากที่จะทำได้ดี ในที่สุดเลยแนะให้ไปปรึกษากับคุณครูสอนเลขคณิต และภาษาอังกฤษ ซึ่งคุณครูทั้งสองคนก็ดีช่วยประคับประคองให้กำลังใจจนเด็กผ่าน

พอปิดเทอมปีที่แล้ว เด็กคนนี้ได้พักผ่อน 3 อาทิตย์ หลังจากนั้น ก็ให้นักศึกษาที่เข้ากับเด็กได้ดี มาติวภาษาอังกฤษกับเลขคณิต นักศึกษามีหลักสังคมวิทยาและจิตวิทยา ในการสอนเด็กแบบง่ายๆ ให้เข้าใจประกอบกับนักศึกษามีพรสวรรค์ มีอารมณ์ขัน เด็กจึงเรียนอย่างสนุก เรียกว่า มีทั้งชม ทั้งยอ ผิดก็ไม่ว่าแต่จะค่อยๆ อธิบาย เวลาทำได้ก็จะบอกว่าเก่ง เด็กจึงมีกำลังใจเรียนไปได้ดี เป็นการเอาเลขคณิตที่ ป.1ไม่เข้าใจ อันเป็นหลักพื้นๆ มาสอนและต่อด้วยเลข ป.2 เทอมต้นที่แกจะเรียนต่อไป

ผลคือ ตอนแกอยู่ ป.2 เด็กทำเลขคณิตและภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น โดยมีพี่เลี้ยง (นักศึกษา) มาช่วย พอสิ้นปีครูก็ชมว่า เด็กพัฒนาได้ดี และคิดว่าถ้าขึ้น ป.3 แกจะเรียนดีขึ้นกว่าปัจจุบัน เด็กได้ฟังก็ปลื้ม

พอปิดเทอมนี้ เด็กบอกแม่ว่าจะเรียนพิเศษพี่ (นักศึกษา) อีก แม่บอกว่าพักผ่อนก่อนให้สบาย เรียนเมื่อไรก็ได้ เด็กยืนยันว่า จะเรียนไม่ขอพัก แต่พี่ (นักศึกษา) ขอพักเอง ขอกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ เด็กถึงได้ยอมแถมบอกแม่ว่า จะขอเรียนต่อถึงเดือนพฤษภาคม ไม่เรียนแค่เมษายนอย่างปีที่แล้ว แม่ต้องไปกระซิบกับพี่นักศึกษาอีกว่า อยากให้ลูกพักสมอง เดือนพฤษภาคมจะได้มีพลังเรียนตอนปิดเทอม

จากเรื่องที่ยกมานี้ จะเห็นได้ว่า ช่วงปิดเทอม เด็กจะมีความสุขจากกิจกรรมต่างๆ หรือไม่ อยู่ที่พ่อแม่ รู้จักเลือกสรรสิ่งที่ดีที่พอเหมาะพอควรแก่ลูก ไม่ใช่ปล่อยให้ลูก เล่นตลอดเวลาเกือบ 2 เดือนเศษ ๆ เพราะเด็กคือ เด็ก ถ้าไม่ให้แกเรียนรู้บ้างแกอาจลืมที่เรียนมาหมด อย่าลืมว่า ความจำของเด็กมีช่วงสั้นๆ โดยเฉพาะเด็กอนุบาลและเด็กระดับประถมต้น ซึ่งอายุยังน้อย เราจึงต้องดูว่า เมื่อไรควรพัก เมื่อไรควรซ่อมแซมแก ถ้าเด็กเป็นบ้านก็ต้องดูว่า บ้านหลังนี้ต้องซ่อมแซมอุดรูรั่วตรงไหนให้ดีขึ้น ถ้าขืนปล่อยปละละเลยไม่ดูให้ดีบ้านอาจพังได้ นั่นคือ พอเลื่อนชั้นเรียนใหม่เด็กจะงงอยู่เรื่อย

อย่าลืมพ่อแม่จำนวนไม่น้อยให้ลูกศึกษาตำราเรียนล่วงหน้าในช่วงปิดเทอม หนทางสายนี้เราไม่อยากแข่งขันกับใคร แต่มีคนอยากจะแข่งขันกับลูกเราอยู่เรื่อย ไม่เว้นแม้กระทั่งเด็ก ๆ ซึ่งถูกจับให้ประชันกันตั้งแต่เล็ก เราอย่ากดดัน แต่เป็นผู้นำทางให้ลูกรัก อยู่ได้อย่างเป็นสุขก็น่าจะใช้ได้แล้ว

รศ.สุพัตรา สุภาพ


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600