มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม 2542 ]

มาพูดคำหวานๆ ในบ้านกันเถอะ

นิ่มนุช ประสานทอง


ในการอยู่ร่วมกันกับบุคคลอื่น สิ่งที่เราใช้สื่อสารกันมากอย่างหนึ่ง คือ คำพูดนั่นเอง คำพูดของเราจะเป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมให้เรามีความก้าวหน้า มีมิตรสหาย มีคนมารัก มาชอบ มาให้การสนับสนุนค้ำจุน ก็เพราะมีคำพูดที่ดี เป็นปิยวาจา คือ วาจาอันเป็นที่รัก พูดอันใดหรือกล่าวถ้อยคำใดก็ล้วนเพราะเสนาะหู เป็นที่หลงไหล น่าเชื่อถือและคล้อยตาม ว่ากันว่าหวานใดก็ไม่เท่าความหวานของคำพูด ดังได้กล่าวไว้ในโลกนิติคำโคลงว่า

"หวานใดในโลกนี้ มีสามสิ่งนา
หวานหนึ่งคือรสกาม อีกอ้อย
หวานอื่นหมื่นแสนทราม สารพัด หวานเอย
หวานไปปานรสถ้อย กล่าวเกลี้ยงคำหวาน"

หวานเพียงใดเห็นไหมคะ ธรรมดาคนเรานั้น มักชอบฟังคำพูดไพเราะเสนาะโสตกันทุกคน เวลามีคนมาพูดเพราะ ๆ ด้วยอารมณ์ในขณะนั้น ก็จะดีและมีความสุข เพราะเราได้ฟังสิ่งที่ดีที่ไพเราะเสนาะหู ก็บังเกิดความสบายอกสบายใจ จะพูดจะทำสิ่งใดก็สะดวก คำพูดเพียงประโยคเดียวอาจจะทำให้คนรับฟัง เหมือนลอยอยู่บนฟากฟ้า หรือจมอยู่ใต้พื้นพสุธา การเลือกใช้ถ้อยคำที่เหมาะสม และถูกกาลเทศะด้วยการมีสติปัญญาไตร่ตรอง กลั่นกรองสิ่งที่จะพูดให้เหมาะสมแล้วจึงพูดออกมา จะทำให้ท่านมีความน่าเชื่อถือและเป็นผู้ที่มีวาจาเป็นอมตะ

ในครอบครัวก็เช่นเดียวกัน ครอบครัวใดที่มีวาจาที่ดี ที่ไพเราะ ให้แก่กันและกันเสมอ พูดกันด้วยความสุภาพให้เกียรติซึ่งกันและกัน มีกำลังใจให้กันเสมอ มีคำพูดที่ดี ๆ จะมอบให้แก่กัน คนในครอบครัวนั้นจะเป็นคนที่มีสุขภาพจิตดี และเป็นครอบครัวที่มีความสุขและมีความสามัคคีกันอย่างที่สุด

บางท่านอาจจะบอกว่า ก็เป็นคนคุ้นเคยกัน ทั้งนั้นพูดอย่างไรก็ได้ไม่เป็นไร ก็คนในบ้านเราทั้งนั้น ไม่เห็นต้องมีพิธีรีตอง หรือต้องสุภาพอะไร นี่เป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง คิดดูซิว่า คนเราจะต้องอยู่กับเขาตลอดเวลานั้นเป็นใคร ไม่ใช่คุณตาข้างบ้าน ที่เราทักทายเขาด้วยความสุภาพ ไม่ใช่คุณป้าหน้าปากซอยที่เรามีไมตรีและมีรอยยิ้มให้เสมอ หรือคนอื่น ๆ แต่เป็นสมาชิกในครอบครัวของเรานี่เอง คนเหล่านี้ซิที่เราจะต้องพูดดี จะต้องทำดีกับเขา จะต้องเห็นอกเห็นใจ จะต้องให้น้ำใจ ให้กำลังใจ มีความเมตตาและพร้อมให้อภัยแก่เขา เพราะเขาจะเป็นคนที่ให้กำลังใจแก่เราได้ตลอดเวลา เขาจะเป็นผู้เกื้อหนุนและค้ำจุนเราในยามที่เราทดท้อหรือผิดหวัง

ดังนั้นภายในบ้านแต่ละบ้าน ควรได้พูดจากันด้วยภาษาดอกไม้ และเป็นถ้อยคำที่ให้ความหวานฉ่ำชื่นใจแก่ผู้รับฟัง โดยการพูดให้ความรู้สึกในทางบวกแก่คนฟัง มีดังนี้

  1. พูดกันด้วยถ้อยคำที่สุภาพเสมอ อย่าใช้คำพูดห้วน ๆ การพูด ประชดประชัน กระแหนะกระแหน ใช้คำพูดเสียดสี เยาะเย้ยถากถาง เพื่อให้เกิดความเจ็บช้ำน้ำใจซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดความบาดหมางและความน้อยอกน้อยใจตามมาภายหลัง
  2. มีคำพูดที่ให้กำลังใจแก่กันและกัน เมื่อสมาชิกในบ้านเกิด ความท้อแท้หรือหวั่นไหวในการดำเนินชีวิต ในหน้าที่การงาน หรือในการเรียน เช่น "คุณได้ทำหน้าที่ของคุณได้อย่างดีที่สุดแล้ว อย่ากังวลไปอีกเลย" หรือ "พ่อเข้าใจจิตใจลูกที่สุดจ้ะ จงก้าวเดินต่อไป ในทางที่ลูกเห็นว่าถูก ว่าเหมาะ ต่อไปเถิดลูก"
  3. ให้คำชม พูดชมเชยซึ่งกันและกัน เช่น พูดว่า "วันนี้คุณแต่ตัว สวย (หล่อ) มาก ใครๆ จะต้องอิจฉาฉันแน่ที่เดินควงกับสาวสวย (หนุ่มหล่อ) คนนี้" หรือ "คุณทำผมทรงนี้ทำให้คุณดูสดใสขึ้นมาก" ฯลฯ
  4. มีคำพูดหยอกล้อกระเซ้าเย้าแหย่กันบ้าง หัดสร้างอารมณ์ขัน เพื่อเพิ่มบรรยากาศที่เป็นกันเองและอบอุ่น
  5. ในครอบครัวควรมีคำว่า "ขอบคุณค่ะ (ครับ)" เมื่อได้รับการ ช่วยเหลือ ได้รับสิ่งของหรือได้รับคำชมเชย มีคำว่า "ขอโทษค่ะ (ครับ)" เมื่อไปล่วงเกินหรือทำผิดต่อใคร ก็ควรจะได้ขอโทษ ให้ติดปากไว้เป็นเสน่ห์และทำให้คนรักค่ะ"

ลองปฏิบัติดูนะคะ แล้วคุณจะแปลกใจที่ครอบครัวของคุณมี ความสุข มีความรักและความอบอุ่นเพิ่มมากขึ้น

นิ่มนุช ประสานทอง


ขอบคุณหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600