มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 21 ฉบับที่ 313 มีนาคม 2541]

ทำอย่างไรเมื่อลูก

ปัสสาวะรดที่นอน

อารยา ทวิชศรี


"ลูกโตจนอายุตั้ง 11 ขวบ แล้วนะทำไมถึงยังฉี่รดที่นอนได้ทุกวัน แม่บอกให้ลุกขึ้นมาฉี่ตอนกลางคืนก็ไม่ยอมตื่น แล้วอย่างนี้ จะแก้นิสัยได้อย่างไร"
คุณแม่น้องดาวบ่นด้วยความอารมณ์เสีย เมื่อตื่นขึ้นมาพบรอยด่าง เป็นดวงใหญ่สีเหลืองอ่อน ๆ ตามผ้าห่มและผ้าปูที่นอน น้องดาว ก้มหน้าร้องไห้กระซิกๆ เมื่อถูกคุณแม่ต่อว่า

น้องดาวปิดความลับของตนเองไว้ ไม่ยอมบอกคุณครูและเพื่อนสนิท ที่โรงเรียน เพราะเกรงว่าทุกคนจะรังเกียจและจะถูกเพื่อนล้อ น้องดาวไม่เคยไปค้างบ้านเพื่อนที่ไหนเลย แม้ว่าเพื่อนจะพยายาม ชวนน้องดาวหลายครั้งก็ตาม ในบางครั้งเพื่อนของน้องดาว ก็มาค้างที่บ้านน้องดาว และน้องดาวก็แก้ปัญหาด้วยการนอนในถุงนอน ที่หนาๆ ปูกับพื้น เพราะเมื่อฉี่ใส่แล้วก็จะมองไม่รู้ ทุกๆ เดือน คุณแม่น้องดาวสังเกตว่าลูกจะไม่ฉี่รดที่นอนเพียงแค่ 1-2 คืนเท่านั้น นอกนั้นก็จะฉี่รดที่นอนทุกวันแม้ว่าคุณแม่จะตั้งนาฬิกาปลุกไว้ที่หัวเตียง แต่ก็ไม่สามารถทำให้น้องดาวตื่นนอนตอนกลางคืน และลุกเข้าห้องน้ำ ด้วยตนเองได้เลย

การที่เด็กฉี่รดที่นอนอยู่เสมอนั้นเป็นเพราะว่า กระเพาะปัสสาวะ มีขนาดเล็กมาก จึงไม่สามารถควบคุมการเก็บกักปัสสาวะไว้ได้นานๆ ประกอบกับเด็กไม่ช่วยตนเอง ที่จะตื่นมากลางดึกเพื่อเข้าห้องน้ำ คุณพ่อคุณแม่บางคนเข้าใจว่า ทำไมลูกถึงมักง่ายและขี้เกียจเข้าห้องน้ำ เมื่อรู้สึกปวดปัสสาวะ ตรงกันข้ามกับคุณพ่อคุณแม่บางครอบครัว จะเข้าใจจิตใจลูกและไม่โทษว่าเป็นความผิดของลูก เพราะเกรงว่า จะทำให้ลูกรู้สึกอายและมีปมด้อยในจิตใจ

ปัญหาการฉี่รดที่นอนของเด็กมักจะเกิดกับเด็กในวัย 3 ขวบ เป็นส่วนใหญ่ และเริ่มลดน้อยลงตามลำดับอายุตั้งแต่ 4 ขวบ จนถึงอายุ 18 ปี การที่ฉี่รดที่นอนของเด็ก ในช่วงวัยเริ่มต้นจนถึงอายุไม่เกิน 6 ขวบเป็นเรื่องปกติของเด็ก โดยในตอนกลางวันเด็กจะไม่ฉี่ราด แต่ในตอนกลางคืนเด็กจะขับปัสสาวะออกมา โดยไม่รู้ตัว เด็กที่มีพฤติกรรมชอบฉี่ราดที่นอนจนเป็นปกตินิสัย ส่วนใหญ่จะมีกระเพาะปัสสาวะที่เล็ก ซึ่งไม่สามารถเก็บกักปัสสาวะไว้ได้นาน ตลอดทั้งคืน และมักจะไม่ยอมตื่นเมื่อมีความรู้สึกว่าปวดปัสสาวะ

คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่เข้าใจว่า เหตุที่ทำให้ลูกฉี่รดที่นอนเกิดจากลูก มีปัญหาทางด้านอารมณ์และจิตใจ แต่จริง ๆ แล้ว การที่ลูกฉี่รดที่นอน เพราะเนื่องจากไม่สามารถควบคุมความสามารถในการขับถ่ายปัสสาวะ ในขณะนั้นได้

เด็กที่มีปัญหาในเรื่องการฉี่รดที่นอนเป็นประจำ ส่วนใหญ่จะสามารถหยุดพฤติกรรมได้ในช่วงระหว่างอายุ 6 ขวบถึง 10 ขวบ ถ้ายิ่งพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งเคยมีปัญหานี้มาก่อน ลูกก็อาจจะหยุดพฤติกรรมนี้ได้ในเวลาไล่เลี่ยกับอายุของพ่อหรือแม่ ที่สามารถหยุดพฤติกรรมนั้นได้เช่นกัน

เคล็ดลับช่วยให้ลูกไม่มีปัญหาฉี่รดที่นอน

  • พยายามที่จะเตือนและบอกลูกก่อนนอนว่า ให้ตื่นขึ้นมาฉี่ในห้องน้ำ โดยคุณอาจจะเปิดไฟในห้องน้ำรอไว้ให้ลูกเลยในกรณีที่ลูก ไม่สามารถเอื้อมเปิดไฟได้ หรือคุณอาจจะเตรียมกระโถนไว้ให้ข้างเตียง

  • อย่าปลุกลูกให้ตื่นไปฉี่ในตอนกลางคืนด้วยตัวของคุณเอง พยายามฝึกให้แกมีความรับผิดชอบตนเอง โดยคุณอาจจะวางนาฬิกาปลุก ให้แกสักเครื่อง เพราะเมื่อตราบใดที่คุณยังปลุกแกทุกวันแกก็จะไม่ยอมตื่นง่าย ๆ และทำให้เสียนิสัยไม่ยอมช่วยตนเองไปจนโต

  • ถ้าลูกปัสสาวะบ่อยๆ ในช่วงเวลากลางวัน พยายามบอกให้ลูก รู้จักฝึกอดกลั้นไม่ปัสสาวะบ่อยๆ โดยพยายามยืดช่วงเวลาให้นานขึ้น ในแต่ละครั้งที่เข้าห้องน้ำ แต่ถ้าลูกไม่ยอมก็ไม่ต้องไปบังคับ จนเกิดการทะเลาะกันขึ้น

  • อย่าเตือนให้ลูกเข้าห้องน้ำตอนกลางวัน แต่ควรเตือนให้ลูกเข้าห้องน้ำช่วงกลางคืนโดยเฉพาะช่วงก่อนเข้านอน

  • พยายามให้ลูกดื่มน้ำมากๆ ในตอนเช้า และช่วงสายในตอนเช้า ทั้งนี้เพราะการที่ลูกดื่มน้ำเข้าไปได้มากเท่าไร ก็จะทำให้กระเพาะปัสสาวะ ขยายใหญ่ขึ้น แต่ก็จะทำให้ลูกมีปริมาณน้ำปัสสาวะมากขึ้นเช่นกัน

  • พยายามใช้คำพูดที่นิ่มนวลถ้าเห็นว่า ลูกดื่มน้ำมากเกินไปก่อนเวลาเข้านอน 2 ชั่วโมง แต่ไม่ต้อง เคร่งครัดมากถึงกับต้องจำกัดปริมาณน้ำดื่มให้ลูก

  • ก่อนเข้านอนควรให้ลูกสวมใส่เสื้อผ้าที่หนาพอสมควร โดยอาจให้สวมทับชุดนอนอีกชั้นหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกัน ไม่ให้เตียงเปียก สำหรับเด็กที่มีอายุไม่ถึง 4 ขวบ ควรให้ใส่ผ้าอ้อม รองกันเปื้อน (Diapers) แต่ถ้าเด็กอายุเกิน 4 ขวบแล้ว ควรใช้แผ่นพลาสติกปูรองกับเบาะแทนการใช้ผ้าอ้อมรองกันเปื้อน

  • ทุกๆ เช้าถ้าตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าลูกฉี่รดที่นอน ควรฝึกลูกให้เป็นนิสัย ด้วยการให้ลูกนำชุดที่เปียกไปจุ่มลงในอ่างน้ำ เพื่อขจัดกลิ่นฉี่ก่อนนำรวมซัก และควรให้ลูกอาบน้ำทุกวันก่อนไปโรงเรียนด้วย ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ มีกลิ่นฉี่ติดตัว ซึ่งอาจทำให้เพื่อนล้อและรังเกียจได้ ถ้าคุณไม่มีเวลาซักผ้าทุกวัน ก็ควรหาผ้ารองฉี่ปูไว้ที่บริเวณก้นของลูกทุกคืนถ้าผ้ารองฉี่เปียกในตอนเช้า ก็นำไปจุ่มน้ำบิดให้แห้งและตากไว้ก่อนเพื่อป้องกันกลิ่นเหม็น จนกว่าคุณจะมีเวลาทำความสะอาดอีกครั้งหนึ่ง

  • ถ้าในกรณีที่ลูกฉี่รดที่นอนควรรีบเปิดหน้าต่างห้อง เพื่อให้แสงแดด ส่องเข้ามาและระบายกลิ่นอับด้วย อย่างไรก็ตามควรซักล้างที่นอน ทุกสัปดาห์และตากไว้ให้แห้ง จะช่วยทำให้ขจัดกลิ่นฉี่ที่ติดอยู่กับที่นอนได้ดี

  • ถ้าวันไหนที่ลูกไม่ฉี่รดที่นอน ควรให้คำชมและให้รางวัล ด้วยการติดสติ๊กเกอร์รูปดาวหรือสติ๊กเกอร์หน้ายิ้มที่ปฏิทิน โดยติดให้ตรงกับวันที่ลูกไม่ฉี่รดที่นอน ทั้งนี้เพื่อดูว่า ลูกมีพัฒนาการดีขึ้นในแต่ละเดือนหรือไม่

  • ถ้าลูกยังไม่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ก็อย่าท้อแท้ใจและพานอารมณ์เสีย เพราะเด็กทุกคนก็ไม่ชอบที่จะตื่นขึ้นมาในสภาพที่เปียกเฉอะแฉะ เด็กที่มีปัญหานี้มักจะต้องการความเห็นอกเห็นใจ ไม่ชอบการถูกต่อว่า หรือถูกทำโทษด้วยการตี คุณพ่อคุณแม่ควรอธิบายให้พี่น้องของลูกทุกคนเข้าใจ และเห็นใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และไม่ควรปล่อยให้มีการล้อเลียน จนเกิดการทะเลาะวิวาทกัน

ทำอย่างไรเมื่อลูกอายุ 6 ขวบ แล้วแต่ยังฉี่รดที่นอนอีก

สร้างโปรแกรมการฝึกตื่นนอนด้วยจิตตนเอง และพยายามฝึกให้ลูกทุกวัน ก่อนเวลาเข้านอน วิธีการฝึกมีดังต่อไปนี้

  1. นอนราบบนที่นอนแล้วปิดตาทั้งคู่ให้สนิท โดยให้สมมติว่าใน ขณะนี้เป็นช่วงเวลากลางคืนแล้ว
  2. ให้นึกภาพว่าขณะนี้ตนเองมีความรู้สึกว่ากำลังปวดปัสสาวะถี่ ขึ้นเรื่อย ๆ
  3. ให้นึกภาพว่าความรู้สึกดังกล่าวกำลังจะทำให้คุณตื่นจากการ นอนหลับ
  4. ให้นึกภาพว่าความรู้สึกของคุณตอนนี้เหมือนกับว่าได้ยิน เสียงใครเรียกให้ตื่นก่อนที่จะฉี่รดที่นอน
  5. จากนั้นก็ให้รีบตื่นขึ้นและวิ่งไปเข้าห้องน้ำให้ทันท่วงที
  6. เตือนตนเองให้ตื่นและพยายามทำอย่างที่ฝึกฝนให้ได้ เมื่อถึง เวลานั้น

ถ้าลูกของคุณรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะความเปียกชื้น คุณควรบอกให้ลูกรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่และเข้าห้องน้ำอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ เมื่อลูกจะเข้านอนอีกครั้งก็ให้ใช้ผ้าปูรองตรงส่วนที่เปียกเสียก่อน เด็กที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในขณะที่ตนเองเปียกชื้นนั้น ในอีกไม่นาน ก็จะสามารถตื่นขึ้นมาได้เองเมื่อรู้สึกว่าตนเองเริ่มปวดปัสสาวะ และจะไม่ฉี่รดที่นอนอีก แต่อย่างไรก็ตามคุณพ่อคุณแม่ ก็อย่าเพิ่งใจร้อน เพราะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนั้นย่อมต้องใช้เวลา และความพยายาม แต่ในที่สุดก็จะเลิกฉี่รดที่นอนได้เองเมื่อแกโตมากขึ้น

การที่คุณพ่อคุณแม่เข้าใจลูกในปัญหาดังกล่าว จะช่วยทำให้ลูกมีกำลังใจ และพยายามฝึกตนเองไม่ให้ฉี่รดที่นอนได้ดีมากกว่าเด็กที่ถูกดุด่าว่ากล่าว และถูกตำหนิในความผิดที่ตนเองทำขึ้น ซึ่งเด็กเหล่านี้จะมีความรู้สึกอาย และขาดความมั่นใจในตนเอง ซึ่งจะมีผลต่อการปรับตัวของเด็กในสังคมต่อไป

อารยา ทวิชศรี


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600