มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 21 ฉบับที่ 319 กันยายน 2541]

เมื่อเท้าลูกน้อย…ผิดปกติ

พญ.วิญญารัตน์ ตันศิริ


ผู้หญิงทุกคนที่มีโอกาสเป็น"คุณแม่" มักจะพูดถึงวินาทีแรกที่ได้เห็นหน้าลูกว่า เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของชีวิต ก็เจ้าตัวน้อยอีกนั่นแหละที่เป็นสิ่งเติมเต็ม ให้ครอบครัวสมบูรณ์ขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่คุณแม่ปรารถนา ที่จะเห็นลูกน้อยมีอาการครบสามสิบสองและร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ คุณแม่ก็มีความสุขแล้ว แต่ถ้าอวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดของลูกผิดปกติ คนที่เดือดร้อนและกังวลใจเป็นที่สุดก็คือคุณแม่นั่นเอง

มีคุณแม่ท่านหนึ่ง วิตกเกี่ยวกับเท้าของลูกที่ผิดปกติว่า
"เท้าของลูกดิฉันไม่เหมือนของลูกเพื่อน"
"เท้าของลูกดิฉันแบนผิดปกติ" คุณแม่บางรายบอกว่า
"เท้าของลูกดิฉันมีนิ้วเกิน นิ้วติดกัน นิ้วไม่ครบ ขาดหายไปก็มี"

เป็นคำกล่าวของคุณแม่ที่ลูกมีเท้าผิดปกติ เพราะเกรงว่า ถ้ารักษาไม่หายเมื่อลูกโตขึ้นเป็นหนุ่มเป็นสาวจะทำให้เกิดปมด้อยได้ ความจริงความผิดปกติของเท้าเด็กนั้น อาจเป็นสภาวะ ทางสรีระของเท้าเด็กเอง และธรรมชาติแก้ไขได้เมื่อเติบโตขึ้น

ความผิดปกติในเท้าเด็กนั้นมีมากมาย ที่พบได้เช่น

เท้าแบน

เป็นความผิดปกติที่พบได้บ่อยมากในเด็กทารกทั่วไป เรียกตามประสาชาวบ้านว่า ตีนเป็ด สภาวะเช่นนี้ ถ้าพ่อแม่ไม่ให้ความสนใจนัก อาจจะไม่รู้เรื่องเสียด้วยซ้ำว่า ลูกมีฝ่าเท้าแบนทั้งๆ ที่บางครั้งเป็นมากด้วย บางท่าน ให้ความสนใจมากเกินไป ถึงกับพาลูกๆ เร่ร่อนไปหาหมอหลายแห่ง เพื่อให้เกิดความแน่ใจว่าลูกมีเท้าไม่ผิดปกติทั้งๆ ที่แพทย์ ได้อธิบายแล้วว่า ไม่ควรวิตกหรือยังไม่มีความจำเป็น ที่จะต้องรักษาอะไรมากมายนักเพราะในระหว่างที่ทารก อยู่ในครรภ์มารดานั้น ฝ่าเท้าอาจบิดไปบิดมาท่าทางของทารกที่ประคับประคอง บีบรัดโดยมดลูก ทำให้ฝ่าเท้าเฉออกนอกลำตัว หรือบิดเข้าหาตัวมากเกินไป พอคลอดออกมาลักษณะของเท้าจะกลับคืนสู่ปกติ เหมือนเด็กทั่วๆ ไป ภายในช่วง 5 อาทิตย์หลังคลอด ก่อนเด็กเดินได้ฝ่าเท้าจะมีลักษณะแบนราบ ไม่มีอุ้งเท้าอย่างที่เห็นในเด็กโต ในช่วงที่เด็กเริ่มหัดเดินเตาะแตะ จะเห็นว่าขาทั้งสองข้างและฝ่าเท้าทั้งสองถ่างออกกว้าง น้ำหนักตัวอาจตกลงมาทางด้านในของฝ่าเท้าแบน เมื่อเด็กอายุมากขึ้น เด็กเดินได้เก่งขึ้น การยืนการเดิน ทำได้ตรงและถนัดขา และเท้าทั้งสองข้างจะเข้ามาชิดกัน แนวน้ำหนักตัวจะตกลงไปตามแกนของกระดูกขา และลงไปทางด้านนอกของฝ่าเท้า ช่วงนี้จะเห็นว่า เด็กมีความเจริญเติบโตที่เป็นปกติและเริ่มมีอุ้งเท้าเกิดขึ้น

จากการสังเกตพบว่า เท้าแบนนั้นบางครั้งเป็นพันธุกรรม การที่ฝ่าเท้าแบนในช่วงอายุ 12-30 เดือน ถือว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงทางสรีระร่างกาย ถ้าหากอายุเกิน 3 ขวบ แล้วฝ่าเท้ายังแบนอยู่ ถือว่าเป็นความผิดปกติและควรรีบไปรักษา เพราะในช่วงนี้ เด็กเริ่มมีอาการเท้าแบนได้ อาการที่จะเกิดขึ้นคือ การปวดเมื่อยน่องในตอนเย็นหรือค่ำๆ หรือตอนกลางคืน เด็กอาจลุกขึ้นมาร้องไห้ด้วยอาการปวดน่องหรือมีอาการกล้ามเนื้อเกร็ง ต้องให้คุณพ่อคุณแม่ช่วยบีบนวดอาการปวดจะบรรเทาลง

ส่วนใหญ่เด็กที่ฝ่าเท้าแบน ไม่ชอบวิ่งเล่น หรือออกกำลังกายกลางแจ้งอย่างเด็กปกติทั่วไป เพราะจะรู้สึกปวดเมื่อยน่องเร็วกว่าปกติ แม้แต่การเล่นกีฬาบางอย่างก็ไม่สามารถสู้เพื่อนได้ จะเห็นว่าเด็กที่มีฝ่าเท้าแบนที่เราพบนั้น มีลักษณะของมืออ่อนเท้าอ่อน จนสามารถดัดให้เท้าหรือมือแอ่นได้มากๆ เด็กที่มีฝ่าเท้าแบนมากๆ และถ้าใส่รองเท้าแข็งๆ เป็นประจำจะเห็นว่า เท้ามีขอบด้านในหนาขรุขระซึ่งเกิดจากผิวหนังด้านนี้ ้มีอาการเสียดสีกับหนังร้องเท้าที่สัมผัสกันตลอดเวลา

การรักษา

การรักษาเด็กที่มีฝ่าเท้าแบนนั้น ถ้าเด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ ยังไม่มีความจำเป็น ต้องเดือดร้อนในการรักษา แต่คอยดูว่าเป็นมากขึ้นหรือไม่ พอเด็กโตขึ้นเรื่อยๆ หลัง 3 ขวบ ไปแล้วเท้ายังแบนมากอยู่ ควรพาไปรักษา ซึ่งอาจจะเริ่มจากการที่คุณแม่ พาลูกหัดเดิน หรือวิ่งบนปลายเท้าและกระตุ้นให้เด็กออกกำลังกาย บริหารร่างกายหรือเล่นกีฬา แพทย์บางท่าน จะแนะนำให้ใส่รองเท้าพิเศษด้วย โดยเฉพาะส่วนเสริมอุ้งเท้า เพราะจะช่วยให้เด็กไม่รู้สึกเกร็งเท้าเวลาเดิน

ในกรณีที่มีฝ่าเท้าแบนในเด็กที่มีอายุมากขึ้นตั้งแต่ 10-15 ปี อาจจะมีสาเหตุมาจากอย่างอื่น เช่น เอ็นร้อยหวายตึง โรคข้ออักเสบ อาจเกิดจากการติดเชื้อโรคข้ออักเสบพวกรูมาตอยด์ หรือในบางรายอาจเกิดจากกระดูกผิดปกติมาตั้งแต่กำเนิด คือ กระดูกของเท้าติดกันจะทำให้เท้าแบนเกิดขึ้น ความผิดปกติเหล่านี้ สมควรได้รับการรักษาที่ถูกต้อง เริ่มตั้งแต่การให้สวมใส่รองเท้าพิเศษ ถ้ามีอาการผิดปกติมาก จำเป็นต้องผ่าตัดรักษา

เท้าปุก

โรคเท้าปุกในเด็กมีหลายชนิดแต่ชนิดที่พบได้บ่อยจะพบว่า ปลายเท้าบิดเข้าในส้นเท้าสูง และบิดเข้าในด้วย บางชนิดเป็นกลับกันคือ ส้นเท้าจะชี้ลงต่ำปลายเท้ากระดกขึ้น และบิดออกนอก

การรักษา

ความพิการของขาชนิดนี้ ควรกระทำตั้งแต่อายุน้อยๆ โดยเฉพาะหลังคลอดหนึ่งอาทิตย์ เพราะเนื้อเยื่อต่างๆ ยังอ่อนดัดได้ง่าย วิธีการรักษานั้นมีมากแต่ส่วนใหญ่ คือ การดัดเท้าให้ตรงขึ้น ใส่เฝือกประคองไว้ เปลี่ยนใส่เฝือกดัด เป็นระยะๆ จนกว่าเท้าจะดีขึ้นจึงให้ใส่รองเท้าพิเศษแทน จนเด็กเดินได้ และเมื่อเด็กเดินได้ดีแล้ว ก็ยังแนะนำให้ใส่รองเท้าพิเศษ สำหรับเดินอีกต่อไปจนกว่าเท้าจะดีขึ้น บางรายเป็นมาก เมื่อได้รับการรักษาโดยการเข้าเฝือกดัด ใส่รองเท้าพิเศษแต่ไม่ได้ผล หรือในรายที่เป็นมากจนคิดว่ารักษาโดยวิธีดังกล่าวไม่หาย ให้ใช้วิธีการผ่าตัดในการรักษา

นิ้วเท้าเกิน, ติดกัน, นิ้วขาดหาย

การที่มีนิ้วเท้าเกินหรือติดกัน ไม่จำเป็นต้องทำอะไร ในอันดับแรก เพราะถือว่าเป็นความผิดปกติมาแต่กำเนิด ในรายที่นิ้วเกินก็เอาออก ในรายที่นิ้วติดกันก็แยกออก ส่วนรายที่นิ้วหายไปเหลือข้างละ 3-4 นิ้ว พบในเด็กน้อยมาก ควรจะมีการรักษาทางด้านจิตใจจะดีกว่า การผ่าตัดนิ้วที่เกินหรือแยกนิ้วทำในรายที่ระยะอายุยังน้อยๆ ได้ ถ้าไม่เสี่ยงต่อการดมยาสลบ เช่น ในช่วงอายุ 1-3 ขวบแรกเกิด

ยังมีความผิดปกติของเท้าอีกมาก ซึ่งพบได้ไม่บ่อยนัก แต่สำหรับคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านที่ลูกมีความผิดปกติดังนี้ ขออย่าให้วิตกกังวลมากนัก และไม่จำเป็นต้องรักษา เพียงแต่ดูแลให้ถูกวิธี แต่สำหรับในรายที่เป็นมาก ควรนำไปรักษาอย่างถูกวิธีตั้งแต่เนิ่นๆ และแนะนำให้รักษา ตั้งแต่อายุน้อยๆ เพราะผลของการรักษาดีกว่าการรักษาในอายุมาก

กองบรรณาธิการ


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600