มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 21 ฉบับที่ 311 มกราคม 2541]

เลี้ยงลูกให้เจริญอาหารได้อย่างไร

อารยา ทวิชศรี


"ทำไมลูกต้องให้แม่อารมณ์เสียทุกครั้งที่ป้อนข้าวด้วยนะ บอกให้เคี้ยวก็ไม่เคี้ยว มัวแต่อมข้าวไว้ในปาก แล้วเมื่อไร จะกินข้าวหมดจาน"

คุณแป้นเริ่มโมโหกับพฤติกรรมของลูกสาววัย 3 ขวบ ที่ไม่ค่อยยอมกินอาหาร เมื่อถึงเวลากินข้าวทีไรก็มักจะบิดเบือน และต้องคอยตามป้อนและคะยั้นคะยอให้กินตลอดเวลา ทุกครั้ง แกมักจะง่วนอยู่กับกองของเล่น ไม่สนใจและไม่อยากกินอาหารเลย ไม่ว่าคุณแป้นจะพยายามปรุงอาหารหลายหลากชนิด แต่ก็ไม่ได้ทำให้แก กินได้มากเท่าไร ถ้ามื้อไหนใส่ผักปนเข้าไปจะยิ่งไม่กิน และบางครั้ง ก็ไม่ยอมกินเนื้อสัตว์ด้วย คุณแป้นเริ่มหนักใจกับพฤติกรรม การกินของลูกสาว ที่นับวันยิ่งแย่ลง ผิดกับลูกชายวัยขวบกว่า ที่ดูจะเจริญอาหารมาก กินได้ทุกอย่างเห็นอะไรก็กินหมด เผลอๆ ก็จะแย่งพี่สาวกินด้วยซ้ำ

ถ้าคุณมีลูกที่ไม่ค่อยอยากกินอาหารอะไร แต่ก็ยังเจริญเติบโตได้เป็นปกติดี และเล่นซนได้ทั้งวันอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ก็ไม่ต้องแปลกใจสงสัย เพราะเด็กในช่วงอายุระหว่าง 1-5 ขวบ จะเริ่มเลือกรสชาติของอาหาร และเบื่ออาหารได้ง่าย และจะไม่ค่อยถูกใจอาหารการกิน ที่คุณพ่อคุณแม่สรรหามาให้ คุณพ่อคุณแม่หลายคนเกรงว่า ลูกอาจจะผอมอ่อนแอและไม่สบายได้ง่าย ทั้งนี้เนื่องจาก การกินอาหารไม่เพียงพอ ซึ่งการที่คุณขอร้องแกมบังคับ รวมทั้งการเสนอข้อแลกเปลี่ยน เช่นการที่คุณบอกลูกว่า
"ถ้าลูกกินผักในจานนี้หมด แม่จะมีรางวัลเป็นไอศกรีมให้กับลูก"
เด็กส่วนใหญ่มักจะหวังรางวัลจากคุณพ่อคุณแม่ จึงพยายามกินให้หมด แต่ถ้าครั้งใดไม่มีรางวัลก็จะขาดแรงจูงใจที่จะกินให้หมด ซึ่งจะก่อให้เกิดผลเสียกับเด็กในด้านสุขนิสัยการกินด้วย

ขอแนะนำเคล็ดลับต่อไปนี้ ในการช่วยทำให้ลูกมีความสุขในการกิน และทำให้เจริญอาหารได้มากขึ้นในแต่ละมื้อ ซึ่งความสำเร็จนั้น ขึ้นอยู่กับความพยายามของคุณพ่อคุณแม่เป็นสำคัญ

  • สร้างบรรยากาศช่วงมื้ออาหารให้น่ารื่นรมย์ โดยคุณอาจจะชวนลูกพูดคุยซักถาม เกี่ยวกับเรื่องราวในชีวิตประจำวัน ที่ผ่านมา ทั้งนี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและสร้างบรรยากาศ การกินอาหารให้มีรสชาติมากยิ่งขึ้น

  • ให้ลูกมีส่วนร่วมในการวางแผนว่าจะกินอะไรดีในแต่ละวัน ด้วยการพาลูกไปซื้ออาหารในซูเปอร์มาเก็ตด้วย โดยให้ลูก มีส่วนร่วมในการช่วยหยิบอาหารใส่รถเข็นและให้ลูกได้เลือกว่า อยากกินอะไร และเมื่อคุณแม่ปรุงอาหาร ก็ควรให้ลูกมีส่วนร่วมบ้าง เช่น ให้ช่วยเด็ดใบผักหรือช่วยคนไข่ในถ้วย

  • ให้ลูกรับผิดชอบในส่วนของอาหารของตนเอง โดยแล้วแต่ว่าลูกจะกินได้ปริมาณเท่าไร เพราะเด็กจะมีความสามารถ ในการกินอาหารได้ตามที่สมองจะสั่งการว่า ตนนั้นต้องการปริมาณอาหารเท่าไร เพื่อเพียงพอในการเจริญเติบโต หน้าที่หลักของคุณจะต้องจัดหาอาหาร ในแต่ละมื้อให้มีคุณค่าทางอาหารที่อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ สำหรับเด็กวัยที่กำลังเจริญเติบโต หลักสำคัญคือ ถ้าลูกหิวก็จะกินเอง แต่ถ้าลูกไม่หิวก็ไม่ต้องไปบังคับปล่อยให้แกอดมื้อนั้นไป และรอให้หิวเต็มที่ ในมื้อต่อมา รับรองว่าลูกของคุณจะกินอาหารได้มากกว่าปกติ

  • หลีกเลี่ยงการคุยเกี่ยวกับการกิน โดยไม่ควรพูดพาดพิง และตำหนิว่าทำไมลูกถึงกินอาหารได้น้อย เด็กควรที่จะมีทัศนคติว่า การกินนั้นเป็นการทำให้ตนเองพอใจมากกว่าทำให้คนอื่นพอใจ

  • ตักอาหารให้ลูกกินในจำนวนที่พอเหมาะ ไม่ให้มากเกินไปจนทำให้เด็กเหนื่อยในการกิน พานอิ่มไปเลยด้วยซ้ำ ขอแนะนำเคล็ดลับว่าถ้าคุณตักอาหารจำนวนที่พอเหมาะลงในจานใบใหญ่ ่เด็กก็อาจจะได้มีกำลังใจและพยายามกินอาหารนั้นได้หมด และเกิดความภูมิใจในตนเองว่าทำได้สำเร็จ

  • อย่าบังคับลูกกินอาหารที่ไม่ชอบ เพราะจะทำให้ลูกยิ่งเบื่ออาหาร ถ้าลูกไม่กินก็ไม่ต้องบังคับ ถ้าคุณรู้ว่าอาหารมื้อนี้จะไม่เป็นที่ถูกใจลูก ก็ควรเตรียมอาหารที่สามารถมาทดแทนอาหารมื้อหลัก ซึ่งอาจจะเป็น อาหารจำพวกของว่างที่เด็กๆ มักชอบเช่น กุ้งชุปแป้งทอด ไส้กรอก หรือมันฝรั่งทอด แต่ไม่ต้องถึงกับเอาใจลูกด้วยการทำอาหาร ตามที่ลูกสั่งทันที

  • ให้ลูกได้มีโอกาสชิมอาหารใหม่ ๆ และให้คำชมเชยลูก ในฐานะที่เป็น "นักชิมที่ดี" หรือให้หมั่นชิมอาหารที่ไม่ค่อยชอบหลายๆ ครั้ง ซึ่งอาจจะถึงสิบครั้งก็เป็นได้ จนกระทั่งเด็กรู้สึกคุ้นเคยกับรสชาติของอาหาร และต่อมาก็เริ่มเอร็ดอร่อยกับอาหารชนิดนั้นในที่สุด ทั้งนี้เพื่อสร้างทัศนคติ ในการกินที่ดี ไม่เลือกอาหาร คุณควรบอกลูกว่าการชิมอาหารไม่ได้หมายถึง การที่จะต้องกินอาหารนั้นและไม่มีการบังคับว่าจะต้องกิน

  • ถ้าลูกไม่ชอบกินผักให้กินผลไม้ เพื่อทดแทน คุณค่าของอาหารที่ขาดหายไป เด็กบางคนจะไม่ชอบกินผักใบเขียว เช่นผักกวางตุ้งหรือผักบุ้ง ดังนั้นคุณควรให้ลูกได้กินผักที่มีสีเหลืองแทน เช่น ฟักทอง แครอทหรือมันฝรั่ง ซึ่งเด็กจะชอบกินมากกว่า เพราะมีรสชาติไม่ขม แต่ถ้าเด็กไม่ชอบกิน ก็ไม่ควรบังคับ คุณอาจจะจัดหาผลไม้ที่ให้คุณค่าทางอาหารในกลุ่มเดียวกันเข้ามาทดแทน

  • ถ้าลูกคุณอายุประมาณ 6-8 เดือน บางครั้งควรจัดหาอาหารที่ลูก สามารถหยิบจับเข้าปากด้วยตนเองได้ง่าย โดยที่คุณไม่ต้องคอยป้อน เพราะจะทำให้เด็กรู้สึกสนุก และเพลิดเพลินกับการกินอาหาร

  • ไม่ควรสร้างขอแม้ว่า จะไม่ให้ลูกกินของว่าง ถ้ากินอาหารไม่หมด ทางที่ดีคุณควรจัดของหวานในจำนวนที่พอเหมาะ ให้กับแกไว้ทุกมื้อ

  • ในช่วงก่อนมื้ออาหาร ลูกมักจะหิว ดังนั้นจึงควรให้ลูกกินขนม ในจำวนที่พอเหมาะ เพราะมิเช่นนั้นลูกอาจจะกินอาหาร ได้ไม่มากในแต่ละมื้อ อย่างไรก็ตามการจัดหาขนมหรือของว่าง ควรอยู่ในสัดส่วน 1 ใน 3 ของจำนวนอาหารที่ลูกจะต้องกินในแต่ละมื้อ เมื่อถึงเวลาอาหารให้คุณแน่ใจว่าลูกหิวและพร้อมที่จะกิน และไม่ควรปล่อย ให้ลูกหิวในระหว่างมื้อนาน เพราะจะทำให้ลูกเบนความสนใจ ไปกินขนมหรือของว่างแทน

  • ให้จำกัดปริมาณนมที่จะให้ลูกน้อยกว่า 16 ออนซ์ต่อวัน ทั้งนี้เพราะนมนั้นมีคุณค่าทางอาหาร และปริมาณแคลอรี่เท่ากับอาหาร ที่คุณจัดให้ลูกกินแต่ละมื้อ เด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ขวบ จะดื่มนมในปริมาณที่มากต่อวัน ทำให้เด็กอิ่มและไม่อยากกินอาหารตามปกติ และการที่เด็กดื่มน้ำผลไม้มากเกินไป ต่อวัน ก็มีผลให้ไม่หิวและไม่อยากกินอาหารเช่นกัน ดังนั้นควรจำกัด ให้ดื่มได้ไม่เกิน 6 ออนซ์ต่อวันก็จะเหมาะสม แต่ถ้าลูกรู้สึกกระหายน้ำ ในช่วงก่อนกินอาหาร ก็ควรเสนอให้ลูกดื่มน้ำเปล่าก็จะเป็นทางเลือกที่ดี

  • ไม่ควรให้ลูกใช้เวลากินอาหารบนโต๊ะนานเกินไป ขณะที่ทุกคนอิ่มกันหมดแล้ว เพราะจะทำให้ลูกมีความรู้สึกว่า ช่วงเวลามื้ออาหารเป็นช่วงวลาที่น่าเบื่อและมีความรู้สึกว่าตนเองถูกบังคับ

การให้วิตามินลูกกินเป็นประจำทุกวัน ถึงแม้จะไม่จำเป็น แต่ถ้ากินในปริมาณพอเหมาะและถูกสัดส่วน ก็จะไม่ก่อให้เกิดอันตราย และยิ่งถ้าคุณพิจารณาแล้วว่า ลูกไม่ค่อยรับคุณค่าทางอาหาร ในปริมาณที่พอเหมาะ ทั้งนี้เนื่องจากการที่แกกินอาหารได้ ไม่มากในแต่ละมื้อ และมักจะเบื่ออาหารเป็นประจำ จึงจำเป็นต้อง เพิ่มคุณค่าทางอาหารด้วยการให้วิตามินเข้าไป และในวิตามินบางชนิด ก็ช่วยทำให้เด็กอยากกินอาหารได้มากขึ้น

อารยา ทวิชศรี


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600