มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารบันทึกคุณแม่ ปีที่ 6 ฉบับที่ 66 มกราคม 2542]

เมื่อลูกไม่อยากกินข้าว

สนับสนุนข้อมูลโดย โรงพยาบาลมิชชั่น


การปฏิเสธอาหาร

การปฏิเสธอาหารเป็นปัญหาที่มีแนวโน้มในปัจจุบันเพิ่มมากขึ้นทุกวัน เนื่องจาก เพราะความไม่เข้าใจในพัฒนาการของเด็ก ปัญหานี้อาจเริ่มเห็นได้ตั้งแต่ก่อนอายุ 1 ขวบ และจะเห็นชัดเจน เมื่อเข้าสู่ขวบปีที่สอง ความพยายามที่จะเคี่ยวเข็ญให้เด็กกินมากขึ้น และเอาชนะเด็ก โดยการขู่บังคับ หรือการต่อรองต่างๆ เพื่อให้เด็กกินอาหารมักไม่เป็นผลสำเร็จ แต่กลับจะทำให้เป็นปัญหาหนักขึ้น และปัญหาจะเป็นเรื้อรังถึงวัยอนุบาล และบางรายอาจเป็นเด็กที่กินยากไปจนโต
ส่วนใหญ่เด็กที่มาด้วยปัญหานี้ จะมีน้ำหนักและส่วนสูงอยู่ในเกณฑ์ปกติ และเมื่อซักประวัติโดยละเอียด และรวบรวมปริมาณอาหารที่เด็กกินทั้งหมด ในรอบ 24 ชั่วโมง จะพบว่า ปริมาณอาหารที่เด็กได้รับนั้นเพียงพอ หรืออาจจะมากกว่าความต้องการของร่างกายด้วยซ้ำ ก่อนอื่นอยากให้ผู้ปกครองได้เข้าใจลักษณะพื้นฐานบางอย่าง

ปัจจัยด้านตัวเด็ก

ความต้องการปริมาณอาหารของเด็กแต่ละคนไม่เท่ากัน เด็กที่มีโครงสร้างเล็ก ก็จะต้องการอาหารน้อยกว่าเด็กที่โครงสร้างใหญ่กว่า

  • ความอยากอาหารของเด็กจะไม่เท่ากัน และในเด็กคนเดียวกัน จะมีความอยากอาหารมากน้อยต่างกันในแต่ละมื้อ
  • ความชอบ ไม่ชอบอาหารแต่ละอย่างก็ไม่เหมือนกัน การบังคับให้กินอาหารที่เด็กไม่ชอบก็จะทำให้เด็กเบื่ออาหารได้
  • การดุว่า, การตำหนิ เด็กที่กินอาหารเองแล้วหกเลอะเทอะ ทำให้เด็กไม่อยากอาหารด้วย เนื่องจากเด็กในวัยนี้ชอบที่จะทำเอง
  • ความอยากอาหารจะลดลง ขณะที่เจ็บป่วย ถ้าพ่อแม่บังคับ ให้กินอาจเกิดปัญหาได้

ปัจจัยด้านพ่อแม่

  • ความรักและความคาดหวังสูงโดยไม่ค่อยได้ประเมิน ความต้องการเด็ก
  • ความกังวลที่มากเกินไป
  • ความเอาใจใส่ต่อน้ำหนักของเด็กมากเกินไป เนื่องจาก เด็กจะมีอัตราการเจริญเติบโตช้าลงอยู่แล้ว เมื่ออายุมากขึ้น ถ้าน้ำหนักเป็นไปตามเกณฑ์ ตามสมดุลสุขภาพก็ถือว่าเป็นอันใช้ได้
  • ขาดความเข้าใจในพัฒนาการของเด็ก

การแก้ไข

ถ้าการมีน้ำหนักตัวน้อยนั้นเป็นจากพันธุกรรม หรือลักษณะเฉพาะตัวของเด็กเอง ที่ทำให้เด็กกินน้อย ให้เตรียมอาหารเด็กที่มีคุณค่ามากขึ้น การแก้ไขในเด็ก ที่ไม่ยอมกินอาหารจริงๆ นั้นพ่อแม่ต้องใช้ความอดทน และการเอาจริงในการปฏิบัติด้วยความสม่ำเสมอ ซึ่งต้องใช้เวลานาน ที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กได้ ทำได้โดย

1. พ่อแม่ควรปล่อยให้เรื่องการกินอาหารเป็นหน้าที่รับผิดชอบ ของตัวเด็กเอง โดยที่จะไม่แสดงความเดือดร้อนว่าเด็กจะกินหรือไม่กิน หรือกินมากน้อยเพียงใด พ่อแม่ที่มีหน้าที่จัดเตรียมอาหารไว้เท่านั้น โดยวิธีปฏิบัติดังนี้

  • เตรียมอาหารให้เด็กกินเป็นเวลา ในบรรยากาศที่สงบ และไม่มีสิ่งดึงดูดความสนใจของเด็ก ออกจากการกินอาหาร เช่น ปิดโทรทัศน์ และการกำหนดเวลาการกิน เช่น ไม่เกิน 30 นาที
  • เตรียมอาหารที่เด็กชอบ เด็กส่วนมากชอบอาหารที่มีสีสันและดูน่ารับประทาน อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องหาอาหารที่จะทำความยุ่งยากให้พ่อแม่มากเกินไป เพื่อตามใจเด็ก
  • ตักอาหารให้เด็กปริมาณแต่น้อย อาจให้เด็กเป็นคนกำหนดเอง ถ้าหมดแล้วค่อยเติมใหม่
  • ไม่บังคับหรือเคี่ยวเข็ญให้เด็กกิน ถ้าเด็กไม่กิน หรือหมดเวลาที่กำหนดแล้วก็ให้เก็บอาหารออกจากโต๊ะ โดยบอกเพียงว่า หมดเวลาแล้ว ระวังที่จะไม่บ่นว่า หรือแสดงสีหน้าไม่พอใจ
  • แสดงความพอใจเมื่อเด็กกินได้ อาจให้ของหวานหรือขนมที่เด็กชอบ แต่ไม่ให้เป็นสินบน หรือให้เด็กต่อรอง
  • ถ้าเด็กไม่ยอมกินอาหารหรือกินน้อยมาก ต้องไม่ให้ขนมหรือเครื่องดื่มอื่นใดทั้งสิ้น นอกจากน้ำเปล่า จนกว่าจะถึงมื้อถัดไป แต่ถ้าเด็กกินได้ดี อาจมีอาหารว่างเล็กน้อย ระหว่างมื้อหลักได้
  • ให้เด็กกินอาหารเองถ้าทำได้ โดยพยายามไม่ป้อนอาหารให้

2. กรณีเด็กเลือกไม่กินอาหารบางอย่าง ที่พ่อแม่เห็นว่าควรจะกิน เช่น ไม่กินผักก็ไม่ควรบังคับขู่เข็ญ ซึ่งนอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว ยังอาจทำให้เด็กเกลียดอาหารชนิดนั้นไปเลย ควรให้เด็กคุ้นเคย โดยการดัดแปลงอาหารนั้นในรูปแบบต่าง ๆ ที่สำคัญคือ ผู้ใหญ่ต้องทำเป็นแบบอย่าง โดยกินอาหารนั้น ด้วยท่าทีที่แสดงความพึงพอใจ

ไม่มีคนใดที่ยอมอดอาหารจนเป็นอันตราย แต่เด็กบางคนอาจกินได้น้อยลงหรือไม่ยอมกินเลย ในระยะแรกของการปฏิบัติ ซึ่งจะไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด แต่ต้องอาศัยเวลาและความมั่นคง เข้มแข็งของพ่อแม่ จึงจะทำให้เด็กเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารได้ในที่สุด

สนับสนุนข้อมูลโดย โรงพยาบาลมิชชั่น


ขอบคุณนิตยสารบันทึกคุณแม่ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600