มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือhey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 21 ฉบับที่ 312 กุมภาพันธ์ 2541]

ทำไม? เด็กไม่ยอมกินข้าวหรือดื่มนม

รศ.สุพัตรา สุภาพ


ออยเป็นเด็กอายุ 3 ขวบ ตัวเล็กมากและมีพี่ชื่ออ้อยอายุ 8 ขวบ แต่เหมือนสัก 6 ขวบ

คุณปวีณา (แม่) บอกว่าลูกของเธอเลี้ยงยากแต่เล็ก ออยตัวเล็กไม่ยอมดื่มอะไรนอกจากนม แถมไม่ยอมเคี้ยวอะไร หรือกินอาหารอะไรที่ผิดไป ส่วนคนโตคือ หนูอ้อยไม่ชอบกินข้าว ชอบกินแต่ขนม

เรื่องลูกไม่ยอมกินอะไรจึงไม่ใช่ความผิดของเด็ก จริงๆ แล้วอยู่ที่ผู้ใหญ่มากกว่า

Dr.Berry Brazelon ผู้เชี่ยวชาญรักษาโรคของเด็ก และเป็นพิธีกรรับปรึกษาเรื่องเด็กทางโทรทัศน์บอกว่า
"อย่าคิดว่าเด็กเล็กหรือโตไม่มีความคิดอ่านของตัวเอง ผู้ใหญ่จึงไม่ควรคิดแทนเด็ก เช่น เด็กเล็กร้องไห้อาจจะหิว หรือท้องอืดท้องเฟ้อก็ได้ อย่าคิดว่าแกร้องเพราะงอแง แต่แกร้องเพราะ ต้องการความช่วยเหลือ"

ถ้าผู้ใหญ่อยากให้เด็กสงบควรดูให้ดี สังเกตให้ได้ว่า อาการของแกแปลว่าอะไร อาจจะต้องโอ๋นิดหน่อย ด้วยการกอดสักนิด ลูบหลังสักหน่อยเพื่อให้ใจน้อยๆ ของแกได้เป็นสุข แล้วค่อยมาแก้ปัญหาต่อไปว่า ลูกน้อยต้องการอะไรแน่

ถ้าแกยังเล็กนัก ดูว่าแกไม่อยากดื่มนมเพราะอะไร เพราะเด็กไม่ใช่แค่หิวแต่แกหิวอย่างอื่นด้วย หลายคนไม่เข้าใจ เวลาป้อนนมเด็กเล็กๆ จะให้ดูดขวดนมในเปลทั้งๆ ที่แกอยากดูดบนตักแม่ เวลาดูดไปได้เห็นหน้าแม่แกจะสุขใจอย่าบอกใคร ยิ่งแม่อุ้มแนบอกดื่มนมเหมือนดื่มนมของแม่แกจะยิ่งปลื้ม ที่แม่ทำไมรู้ใจแกจังเลยแล้วเด็กจะดื่มนมอย่างเป็นสุข

ถ้าเป็นเด็กโตต้องดูว่า แกไม่กินเพราะอะไร เบื่ออาหารหรือเปล่า ก็ขนาดผู้ใหญ่กินอาหารซ้ำๆ ซากๆ ทุกวันยังเบื่อได้ แล้วนับประสาอะไรกับเด็กย่อมเบื่อได้บ้าง แม่ต้องรู้จักปรุงอาหารให้มีรสชาติ ไม่ใช่กินแล้วเหมือนกินกระดาษ คือ จืดชืดไม่พอยังพานติดคอด้วย หรือบางครั้งแม่ไม่รู้ ให้อาหารที่เด็กไม่ชอบกิน เช่น เด็กบางคนไม่ชอบกินผัก แม่ต้องหลอกล่อเอาผักใส่ไปในสิ่งที่แกชอบ ถ้าบังคับแกกินมาก ๆ แกอาจร้องไห้ หรือแผดเสียงให้หายแค้นใจก่อนยอมอ้าปากกินด้วยความจำใจ

บางครั้งแม่ไม่รู้หรอกว่า เด็กบางคนทนกินข้าวกับบางคนไม่ได้ ก็เหมือนผู้ใหญ่ที่เกลียดใคร ก็ไม่อยากเข้าใกล้เช่นกัน หรือบางทีแม่ห่วงมรรยาทมากไปบ่นว่าลูกต้อหน้าธารกำนัลว่า
ทำไมกินมูมมาม
ข้าวหกเกลื่อนกลาดเชียว
มือทำไมเลอะเทอะ
อมข้าวเต็มปากได้ยังไง ฯลฯ

เสียงแม่บ่นว่า ทำให้แกขายหน้าไม่พอ ยังทำให้แกหมดอารมณ์จะกินต่อไป เพราะเสียงแม่โซปราโนแบบนั้น ทำให้แกหมดอารมณ์กินเอาง่ายๆ พอเด็กทำหน้าเบื่อหรือไม่ยอมกิน หรือกินน้อยลง แม่ก็หาว่าแกดื้อ แม่เข้าใจผิดแบบนี้อยู่เรื่อยมาตั้งแต่เด็กยังไม่เกิด ไม่ทราบว่า ไปเอาความคิดมาจากไหน ใครบอกว่าเด็กอยากถูกเอ็ด การถูกเอ็ดถูกว่าอาจจะร้ายพอกับการขาดอาหาร

อย่าลืมเด็กโกรธเป็นพอๆ กับผู้ใหญ่และอาจจะโกรธเร็วกว่า เพราะไม่รู้ว่าจะบอกอย่างไร เนื่องจากกลัวผู้ใหญ่ไม่เข้าใจเลยแสดงออกมา ให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่ถ้าเด็กประท้วง พ่อแม่ใส่ใจหรือปลอบโยน เด็กจะเริ่มคิดว่านี่คงเป็นหนทางให้แม่รู้ว่าแกโกรธอย่างไร พอทำนานๆ เข้า ก็ชักเห็นเป็นสิ่งดี อย่างน้อยก็มีคนเริ่มเหลียวแลแกดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม บางครั้งเด็กไม่กินอาหารเพราะ พ่อแม่ตามใจแกด้วยการให้เงินไปซื้อขนมกินจนอิ่มทั้งๆ ที่ของนั้นอาจจะไม่ได้ประโยชน์เช่น ทอฟฟี่ ทำให้ฟันผุ, ขนมหวาน ทำให้อ้วน น้ำอัดลม, ไอศกรีม ยิ่งทำให้ตุ้ยนุ้ยขึ้น พวกฟาสต์ฟู้ด ทำให้ไม่ได้คุณค่าของอาหารเท่าที่ควร ฯลฯ สิ่งเหล่านี้มีแต่ทำให้อิ่ม จนถึงเวลากินอาหารจะกินไม่ลง

พ่อแม่จึงต้องหันมาปรับปรุงตัวเอง รวมทั้งผู้คนรอบตัวเด็ก จะต้องเข้าใจว่า จะทำให้เด็กพอใจกับการกินอาหารอย่างไร จึงจะทำให้เป็นการกินอย่างเป็นสุขและสุขกับการกิน ไม่ใช่ทำให้เด็กเบื่อหรือกลัวที่จะกินอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากับใคร

ผู้เขียนมีเพื่อนวัย 9 ขวบ คนหนึ่งแถวบ้านสมัยเด็กๆ มักจะทำท่ากังวลเวลากินอาหารมื้อเย็น ผู้เขียนสงสัยและเพื่อนไม่กล้าบอก จนกระทั่งวันหนึ่งเขาคงอัดอั้นตันใจมากจึงเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า บ้านของเขาตอนเย็นจะต้องกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน โดยจะมีปู่ซึ่งมีอำนาจสูงสุดและมีย่าอำนาจรองลงมา พ่อแม่อยู่ในโอวาทปู่ย่าอย่างมาก

เวลากินข้าวจึงเป็นเวลาของปู่ย่าที่จะอบรมสั่งสอนลูกๆ หลานๆ เป็นประจำจนเขาเบื่อ เนื่องจากเขาแค่เด็กคนหนึ่ง ที่ยังอยากสนุก ไม่อยากฟังร่ายยาวของปู่ย่าตอนกำลังกิน
ช่วงนั้นเขาเด็กเกินกว่าจะรู้ว่าปู่ย่าหวังดีแค่ไหน แถมพ่อแม่คอยสนับสนุนปู่ย่าจนเขาตัวลีบลงทุกวัน จนแทบอยากแทรกตัวหนีไปจากอาหารมื้อนั้น

ผู้ใหญ่ไม่รู้หรอกว่า ความหวังดีบางครั้งดูเหมือนเป็นความหวังร้าย หรือฝันร้ายของเด็ก การพูดการสอนซ้ำๆ ซากๆ เด็กจะเบื่อที่จะฟัง เหมือนผู้ใหญ่เองทนฟังใครพูดบ่อยๆ เหมือนเทปตกร่องไม่ได้เช่นกัน… ดูๆ กลายเป็นคนจู้จี้ เด็กเลยพลอยเซ็งขึ้นทุกวัน บางครั้ง จึงอาจแสดงความกระด้างกระเดื่องไปบ้าง พ่อแม่หรือผู้ใหญ่จะโกรธ หาว่าไม่เชื่อฟังไม่พอยังอวดดีอีกต่างหาก

เด็ก ๆ เสแสร้งไม่เป็นอาจแสดงอะไรไม่ถูกใจผู้ใหญ่ไปบ้าง ก็เพียงอยากให้ผู้ใหญ่เข้าใจ เช่น กระทืบเท้าตาขวาง, หน้างอ, ร้องไห้เสียงดัง, โยนของ, ลุกหนี, ไม่กินข้าว, งอน ฯลฯ
จึงร้องไห้ขอความเห็นใจ เพราะไม่รู้ว่าจะระบายความแค้นใจ ด้วยวิธีไหน และพอยิ่งโตอารมณ์จะยิ่งมีลีลาแปลก เพราะเรียนรู้มากขึ้น จากพ่อแม่ จากเพื่อน หรือจากใครก็ตาม ซึ่งถ้าพ่อแม่ไม่เข้าใจ ก็จะลงมือลงไม้หรือเฆี่ยนตีเกินกว่าเหตุ

Dr.Berry Brazelton เตือนผู้ปกครองเสมอว่า ในฐานะท่านเป็นหมอเด็กขอแนะนำพ่อแม่ว่า
"อย่าใช้การเฆี่ยนตีแก้ปัญหา ขอให้ใช้เหตุผลแก้ข้อข้องใจ ลองสมมติว่าเราเป็นเด็ก เราเคยเป็นแบบนี้บ้างไหม และเคยคิดไหมว่า พ่อแม่ไม่น่าจะตีเราแบบนั้น บางคนแค่กินข้าวหกไม่กี่เม็ดแม่ก็ตีเกินกว่าเหตุ"

เรื่องการเฆี่ยนตีเด็กเกินความจำเป็นนี้ ผู้เขียนเห็นด้วยกับ Dr.Berry Brazelton ว่าน่า มีผลเสียมากกว่าผลดี เพราะเด็กอาจไม่เข้าใจ ถ้าแกยังเล็กแกอาจเลียนแบบก็ได้ เห็นได้ชัดว่าเด็กยากจนไม่น้อย มักจะใช้ความรุนแรงเหมือนพ่อแม่เมื่อโตขึ้น หรืออาจเกิดความโกรธสะสมได้ ซึ่งมีตัวอย่างแล้วที่แม่ตีเด็กคนหนึ่งมาก พอโตขึ้นเขาหนีออกจากบ้าน และไม่เคยมาเยี่ยมแม่ ไม่ว่าเจ็บหรือตายก็ไม่มาเผา

สภาพแบบนี้ผู้พบเห็นสลดใจ พ่อแม่รักลูกจึงควรมีเหตุผลในทุกเรื่อง แล้วลูกจะเจริญเติบโตได้อย่างมีสุขภาพที่ดี
โดยเฉพาะเรื่องกินอาหารไม่ได้แก้ไม่ยาก ต้องแก้ "ใจ" ของกันและกันระหว่างแม่กับลูกให้ได้ผลแบบใจถึงใจ (น้อย ๆ) ของลูกนั่นแหละ

รศ.สุพัตรา สุภาพ


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600