มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam


เพศศึกษา...ประสาวัยรุ่นยุคสหัสวรรษ


เพศศึกษา (Sex education) หมายถึง การสอนหรือการให้ความรู้ทางเพศ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับ การเจริญเติบโต พัฒนาการและบุคลิกภาพ รวมทั้งสุขปฏิบัติๆ เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ เจตคติที่ดี หรือความรู้สึกที่ดี ในเรื่องธรรมชาติทางเพศ พฤติกรรมทางเพศซึ่งเกี่ยวข้องกับสุขภาพ สวัสดิภาพและมนุษยสัมพันธ์ที่ดีงามระหว่างกัน ทั้งด้านสังคมส่วนตัวและส่วนรวม

เพศศึกษาเป็นเรื่องที่สำคัญเกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์เป็นอย่างมาก และเป็นส่วนสำคัญของบุคลิกภาพมีอิทธิพลต่อพัฒนาการด้านร่างกาย จิตใจ รวมทั้งการปรับตัวเข้ากับสังคม ปัญหาครอบครัว และปัญหาสังคมอื่นๆ อีกมากมายที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ส่วนใหญ่ล้วนมีพื้นฐานมาจากเรื่อง "เพศ" อาทิเช่น ปัญหาความสับสนในบทบาทของแต่ละเพศ (เกย์, เลสเบี้ยน, ไบเซ็กส์ชวล) การคบเพื่อนทางเพศ, การมีเพศสัมพันธ์ก่อนการสมรส, การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงปรารถนา, การทำแท้ง, ความสัมพันธ์ฉันท์สามี-ภรรยา รวมทั้งการมีเจตคติความเชื่อ และค่านิยมที่ผิดเกี่ยวกับเรื่องเพศ

ปัญหาทางเพศต่างๆ ที่เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากสภาพสังคม และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปตามอิทธิพลของอารยธรรมตะวันตก และสาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาทางเพศ คือ การขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องเพศศึกษา หรือได้รับความรู้ในการแก้ปัญหาทางเพศที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะวัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยที่ได้รับอิทธิพลจากแรงผลักดัน ของธรรมชาติทางเพศอย่างมาก วัยนี้มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งร่างกายและจิตใจ อารมณ์ และสังคม เมื่อวัยรุ่นก้าวสู่วุฒิภาวะทางเพศ และยังเป็นแรงผลักดัน ทำให้ลักษณะทางเพศชายและหญิงเจริญมากพอ ที่จะทำหน้าที่ได้ตามธรรมชาติ และยังเป็นแรงผลักดัน ให้เกิดอารมณ์ทางเพศด้วย ระยะนี้วัยรุ่นจะมีความสนใจ ในเรื่องเพศสูง สนใจเพศตรงกันข้าม อยากรู้ในสิ่งแปลกใหม่ อยากทดลอง และมีการเรียนรู้เรื่องเพศจากกลุ่มเพื่อน, รุ่นพี่, และสื่อสารมวลชน ทั้งในรูปของนิตยสาร, หนังสือพิมพ์, วีดีทัศน์, ภาพยนต์ หรือจากหญิงให้บริการทางเพศ ผลที่ได้รับคือ วัยรุ่นได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน และคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงมาก ทำให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องและก่อให้เกิดปัญหา พฤติกรรมทางเพศในวัยรุ่นตามมา

วิทยาการก้าวหน้า : เพศศึกษาโฉมใหม่

โฉมหน้าของเพศศึกษาสมัยใหม่ จึงมุ่งหวัง ที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงในเรื่องเพศศึกษาของสังคมไทยดังนี้คือ

  • ผู้ใหญ่เข้าใจและยอมรับว่าผู้เยาว์ทุกวัยเป็นผู้มีเพศ และมีความต้องการเกี่ยวกับเพศวัยของเขา
  • จุดประสงค์ที่สำคัญของเพศศึกษา มิใช่เพื่อควบคุม และกดดันการแสดงออกทางเพศทั้งหมด แต่เพื่อชี้ให้เห็นว่ามีวิธีการและหนทางมากมาย ที่จะช่วยให้เราใช้เพศของเราทำให้ชีวิตสมบูรณ์อิ่มเอิบ และสมประสงค์มากขึ้น
  • เพศศึกษาเป็นการศึกษาจริงๆ ไม่ใช่การบังคับให้เชื่อฟัง กฎเกณฑ์ทางศีลธรรม แต่ต้องช่วยให้เยาวชนมีความรู้ เจตคติ และทักษะที่จะช่วยให้เขาเลือกและตัดสินใจด้วยตนเองด้วยสติปัญญา
  • เพศศึกษาต้องช่วยให้แต่ละคนเข้าใจถึงการเกี่ยวเนื่องของเพศ กับการพัฒนาและความเป็นอยู่ของสังคม
  • ผู้ใหญ่ต้องการเพศศึกษาเช่นกัน เพื่อให้ชีวิตทางด้านเพศ และชีวิตสมรสของตนเป็นที่พึงพอใจเพื่อลดช่องว่างระหว่างวัย และเพื่อให้เกิดการผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงในการแก้ไขเจตคติ, ค่านิยม, การศึกษา และกฎหมายที่เกี่ยวกับเพศให้เหมาะสม กับยุคสมัยและสังคมที่เปลี่ยนไป
  • ผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับเพศ ยึดหลักว่า มนุษย์ทุกคนมีสิทธิเลือก และตัดสินใจด้วยตนเองและด้วยสติปัญญาอย่างฉลาด มิใช่ปล่อยให้ทุกอย่างเกิดตามแรงผลักดันภายในตน หรือการชักชวน, ยั่วยุ

เพศศึกษาประสาวัยรุ่น : อย่างไรดี ?

การให้ความรู้เรื่องเพศสำหรับวัยพายุบุแคมนี้ ควรประกอบด้วย ความเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและชีวภาพทางเคมี รวมถึงการปฏิบัติตัวเพื่อสุขภาพอนามัยทางเพศ การวางตัวและการสร้างความสัมพันธ์กับเพศตรงข้าม และการสร้างเจตคติทางเพศที่ถูกต้องเหมาะสม

1. ความรู้ด้านร่างกายและชีวภาพทางเพศ

เพศหญิง ควรได้รับความรู้เกี่ยวกับร่างกาย และการปฏิบัติตัวดังนี้

เต้านม : เป็นส่วนหนึ่งของอวัยวะเพศหญิง เพื่อทำหน้าที่สร้างน้ำนมสำหรับเลี้ยงลูก เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น เต้านมจะค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากอิทธิพล ของฮอร์โมนเพศหญิง

เต้านมอาจจะมีขนาดใหญ่หรือเล็กก็ได้ขึ้นอยู่กับรูปร่าง และพันธุกรรมจึงไม่ควรกังวลใจ ควรปรึกษามารดา หรือญาติผู้หญิงเกี่ยวกับการเลือกขนาดของยกทรงให้เหมาะสม เพื่อช่วยเสริมสร้างความมั่นใจแก่เด็กหญิง

นอกจากนี้เต้านมยังเป็นสัญลักษณ์ของเพศหญิง และดึงดูดความสนใจแก่เพศตรงข้าม เจ้านมเมื่อถูกสัมผัสกระตุ้นจะทำให้เกิดความรู้สึกทางเพศได้ เพศหญิงควรระมัดระวังมิให้มีการแตะต้องสัมผัส อันอาจจะเป็นหนทางนำไปสู่การเกิดอารมณ์ทางเพศได้ การรักษาความสะอาดอาบน้ำชำระร่างกายตามปกติ ถ้าอากาศแห้งให้ใช้เบบี้ออย์หรือโลชั่นอ่อนๆ ทาได้เหมือนผิวหนังทั่วๆ ไป

อวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง ประกอบด้วย

  • อวัยวะสิบพันธุ์ภายใน ได้แก่ รังไข่, ท่อมดลูก, มดลูก และช่องคลอด
  • อวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก ได้แก่ เนินหัวเหน่า, แคมใหญ่, แคมเล็ก, คริสตอริส, เวติสบูล, ปากช่องคลอด, เยื่อพรหมจารี และต่อมบาร์โธลิน

ไข่ : เป็นเซลล์เพศหญิงอยู่ในรังไข่ ไข่จะสุกเดือนละ 1 ฟอง และเดินทางไปตามท่อมดลูก ถ้าผสมกับตัวอสุจิของเพศชายจะทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้

เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น อวัยวะสืบพันธุ์เหล่านี้จะเติบโตมาก เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสืบพันธุ์ จะสังเกตได้จาก การมีขนขึ้นบริเวณหัวเหน่า, การมีประจำเดือน โดยทั่วไป เด็กหญิงจะเข้าสู่วัยแตกสาว เมื่ออายุอยู่ระหว่าง 11-15 ปี เด็กหญิงจะเริ่มมีประจำเดือนครั้งแรก ซึ่งจะช้าหรือเร็ว ขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ สุขภาพร่างกาย และสภาวะแวดล้อม ซึ่งกาเปลี่ยนแปลงนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โลหิตประจำเดือนเกิดจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศหญิง ทำให้มีการลอกหลุดตัวของผนังเยื่อบุมดลูก เมื่อไข่ไม่ถูกผสมและไม่ฝังตัว ไม่ใช่เลือดเสียแต่ประการใด

การรักษาความสะอาด อาบน้ำชำระร่างกายตามปกติ ไม่ควรใช้น้ำหรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคสวนล้างภายในช่องคลอด เพราะอาจทำให้ติดเชื้อได้ และควรเปลี่ยนผ้าอนามัยปล่อยๆ เพื่อให้ไม่มีกลิ่นอับหมักหมม อวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกของเพศหญิง จะไวต่อการสัมผัสกระตุ้นมาก เรียกว่า "จุดไวสวาท" วัยรุ่นหญิงควรจะระมัดระวังในการคบเพื่อนต่างเพศ วางตัวให้เหมาะสม ไม่อยู่ใกล้ชิดกันตามลำพังในที่ลับตาคน เพราะการแตะต้องสัมผัสจะเป็นการกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ และอาจนำไปสู่ความต้องการทางเพศและเกิดมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรได้

เพศชาย ควรให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง ทางร่างกายในวัยรุ่น ดังนี้

ระบบสืบพันธุ์ทางเพศชาย ประกอบด้วย

  • อวัยวะสืบพันธุ์ภายใน ได้แก่ ท่อส่งอสุจิ, ถุงผลิตน้ำหล่อเลี้ยงอสุจิ, ท่อหลั่งน้ำกามและต่อมลูกหมาก
  • อวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกหรืออวัยวะเพศ ได้แก่ ลูกอัณฑะ, ท่อเก็บอสุจิซึ่งอยู่ภายในถุงอัณฑะและองคชาติ

น้ำอสุจิ : เป็นของเหลวสีขาวข้น ซึ่งหลั่งออกมาจากองคชาติ ขณะมีความสุขสุดยอดทางเพศ ประกอบด้วยตัวอสุจิและของเหลว ที่ผลิตจากท่อเก็บตัวอสุจิ

ตัวอสุจิ : เป็นเซลล์ของชายสำหรับการผสมกับไข่ของหญิง เพื่อกำเนิดเป็นทารก เมื่อชายมีการตื่นตัวทางเพศ หรือเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ตัวอสุจิจะขับออกมาพร้อมกับน้ำอสุจิทางองคชาติ

เมื่อเด็กชายเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์จะเริ่มมีขนขึ้นบริเวณหัวเหน่า และรักแร้ ขนาดของลูกอัณฑะจะขายตัวใหญ่ขึ้น องคชาติจะยาวและใหญ่ขึ้นด้วย นอกจากนี้จะเริ่มมีการหลั่งน้ำอสุจิ (ฝันเปียก) เกิดขึ้นได้ ซึ่งเหล่านี้เป็นอิทธิพลของฮอร์โมนเพศชาย การกระตุ้นด้วยการสัมผัส จับต้อง ถูไถองคชาติ จะทำให้องคชาติแข็งตัว ทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศและความพึงพอใจทางเพศจนถึงจุดสุดยอด และหลั่งน้ำอสุจิออกมาได้ การรักษาความสะอาด อาบน้ำชำระร่างกายตามปกติ

2. อนามัยทางเพศ

สัญชาติญาณทางเพศและความต้องการทางเพศ เป็นเพศศึกษาด้านพัฒนาการของเพศที่วัยรุ่นควรเข้าใจ เมื่อเด็กเข้าสู่วัยรุ่นร่างกายจะมีการหลั่งของฮอร์โมนเพศ ซึ่งนอกจากจะทำให้อวัยวะเพศเจริญเติบโตแล้ว ยังมีผลทำให้เกิดความรู้สึกทางเพศขึ้นด้วย

ความรู้สึกนี้เป็นธรรมชาติของวัยรุ่นทุกคน แต่วัยรุ่นเป็นวัยที่ยังไม่สมควรมีเพศสัมพันธ์ จึงควรเรียนรู้จักวิธีระบายแรงขับทางเพศออกอย่างเหมาะสม โดยการหาสิ่งอื่นทำเพื่อลดความต้องการทางเพศลง เช่น การเล่นกีฬา การออกกำลังกาย การมีงานอดิเรกทำ จะช่วยให้วัยรุ่นไม่ว่างอยู่กับตัวเองและหมกหมุ่นทางเพศมากเกินไป หากได้ปฏิบัติตามที่กล่าวแล้ว แต่ยังมีความต้องการทางเพศอยู่ การช่วยเหลือตัวเองหรือการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง เป็นวิธีระบายออกทางเพศอย่างเหมาะสม และสามารกระทำได้อย่างปลอดภัยทั้งชายและหญิง

วัยรุ่นชายและหญิงจะมีความสนใจซึ่งกันและกัน หากความสัมพันธ์อยู่ในขอบเขตของความเป็นเพื่อนก็ไม่มีอะไรที่น่าเสียหาย สิ่งสำคัญก็คือ วัยรุ่นต้องรู้จักวางตัวไม่ใกล้ชิดกับเพศตรงข้ามเกินไป หรืออยู่กันสองต่อสองในที่ลับตาคน วัยนี้มักมีปัญหากับพ่อแม่ เพราะรู้สึกว่าพ่อแม่ควบคุมบังคับตนเองมากเกินไป ซึ่งมักเนื่องมาจากความกลัวว่าเด็กวัยรุ่นจะประพฤติเกินขอบเขต และเกิดการล่วงเกินทางเพศขึ้น

3. ด้านสังคมและการปรับตัวทางเพศ

วัยรุ่นควรต้องระมัดระวังในการคบเพื่อนต่างเพศ และวางตัวให้เหมาะสม ไม่อยู่ใกล้ชิดกันตามลำพังในที่ลับตาคน เพราะการแตะต้องสัมผัสกัน การกอดจูบก็จะเป็นการกระตุ้น ความรู้สึกทางเพศและอาจนำไปสู่ความต้องการทางเพศได้มาก มีบริเวณร่างกายหลายแห่งซึ่งเป็นจุดกระตุ้นความต้องการทางเพศให้มากขึ้น เรียกว่า "จุดไวสวาท" เป็นจุดที่เพศหญิงควรระมัดระวัง มิให้มีการแตะต้องสัมผัส ได้แก่ เต้านม อวัยวะเพศ โดยเฉพาะบริเวณปากช่องคลอดและคลิตอริส

สำหรับชายควรจะเป็นบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์โดยเฉพาะที่องคชาติ แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจุดสัมผัสจะเป็นริมฝีปาก ใบหู ซอกคอ หน้าขา เท้า ไหล่ หรือบริเวณอื่นๆ บางคนก็อาจเกิดความรู้สึกทางเพศได้ ดังนั้นวัยรุ่นเมื่อมีแรงขับดันทางเพศ มีความต้องการทางเพศ จึงควรหาทางระบายออกทางด้านอื่น เช่น ไปเล่นกีฬา ออกกำลังกาย หางานอดิเรกทำ เพื่อที่จะได้ไม่หมกมุ่นแต่ในเรื่องเพศ ถ้ายังมีความต้องการอยู่จึงหาทางระบายความรู้สึกทางเพศออก อย่างเหมาะสมตามที่กล่าวมาแล้ว

สารพันปัญหาเรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับเพศ

  • การมีประจำเดือนเป็นอาการผิดปกติหรือเป็นโรคอย่างหนึ่งของผู้หญิง คุณเข้าใจผิด

    การมีประจำเดือนเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของผู้หญิง ที่ย่างเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งแสดงว่าร่างกายพร้อมที่จะให้กำเนิดทารกได้ ประจำเดือนคือเยื่อบุมดลูกที่สลายตัวปนกับโลหิตออกมา เมื่อไม่มีการผสมพันธ์เกิดขึ้นในเดือนนั้น

  • การฝันเปียกของผู้ชาย เป็นความผิดปกติ น่าอับอาย คุณเข้าใจผิด

    การฝันเปียก เป็นการเคลื่อนที่ของน้ำอสุจิ ออกมาทางอวัยวะเพศขณะนอนหลับ เป็นวิธีผ่อนคลาย ความตึงเครียดทางเพศหรือกามารมณ์ตามธรรมชาติวิธีหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ความผิดปกติแต่อย่างใด

  • การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองบ่อยๆ จะทำให้จิตใจไม่ปกติ หรือเป็นโรคจิตประสาทได้ คุณเข้าใจผิด

    การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองเป็นกระบวนการ ระบายความเครียดทางเพศวิธีหนึ่ง ถ้าไม่ทำให้มากเกินไป จะไม่ทำให้จิตใจเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด บางคนที่ทำแล้ว เกิดจิตใจไม่ปกติ อาจเป็นเพราะว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นผิด แต่ก็อดทำไม่ได้เพราะธรรมชาติเรียกร้อง ทำให้เกิดความวิตกกังวล และเป็นปมด้อย แต่ถ้าได้รับการอธิบายให้เข้าใจถูกต้อง อาการก็จะหายไปเอง

  • การสอนเพศศึกษาจะทำให้เด็กอยากลองในเรื่องเพศ เป็นการชี้โพรงให้กระรอก คุณเข้าใจผิด

    การชี้โพรงให้กระรอก หมายถึง การชี้ช่องทางให้บุคคล กระทำในสิ่งที่สังคมไม่ถึงปรารถนา แต่ในความเป็นจริง จุดมุ่งหมายของการสอนเพศศึกษา เป็นการชี้นำให้บุคคล เกิดความรู้ความเข้าใจและสามารถประพฤติตนในสิ่งที่ดีงาม ตามที่สังคมปรารถนา การสอนเพศศึกษาเป็นวิธีหนึ่ง ที่ช่วยให้เด็กลดการอยากลอง หรือลองผิดลองถูกในเรื่องเพศ เนื่องจากเขาสามารถศึกษาเล่าเรียนและทราบคำตอบในสิ่งที่สงสัย และข้องใจจากห้องเรียนได้มากพอสมควร และความรู้ความเข้าใจ ที่ถูกต้องในเรื่องเพศ จะช่วยให้เขายอมรับข้อจำกัด และกฎเกณฑ์ทางสังคมได้ดียิ่งขึ้น

ข้อสงสัยและคำถามต่างๆ เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีอื่นๆ อีกมากมายที่ค้างคาใจเหล่าวัยรุ่น วัยวุ่นทั้งหลาย หรือแม้แต่วัยงาม วัยทอง หรือกล่าวโดยสรุปทุกวัย ต่างมีความต้องการเพศศึกษาทั้งสิ้น

ถึงเวลาของการเรียนรู้เรื่องเพศอย่างถูกต้องและจริงจังเสียทีแล้ว

อ.พิมพ์สุรางค์ เตชะบุญเสริมศักดิ์
ผศ.นพ.พิทยา จารุพูนผล


เอกสารอ้างอิง

  1. สุชาติ โสมประยูร, วรรณี โสมประยูร. เพศศึกษา พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพาณิช ; 2531.
  2. สุวัฒนา อารีพรรค. อิทธิพลต่อพฤติกรรมที่เกี่ยวกับเพศ ของนักเรียนวัยรุ่น ใน : เอกสารการสอนชุดวิชาพฤติกรรมวัยรุ่น หน่วยที่ 13. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. พิมพ์ครั้งที่ 1 นนทบุรี. โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช; 2532.
  3. วินัดดา ปิยะศิลป์. ครอบครัวกับวัยรุ่น ใน : คณะอนุกรรมการด้านครอบครัว สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี. บรรณาธิการการพัฒนาครอบครัว. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์พลับลิชชิ่ง ; 2540 : 123-166.
  4. อเนก อารีพรรค, สุวัฒนา อารีพรรค. เรียนรู้เรื่องเพศ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ; 2525 : 39-62
  5. เพ็ญศรี พิชัยสนิธ, ระวิวรรณ แสงฉาย, ครอบครัวกับเพศศึกษา ใน : คณะอนุกรรมการด้านครอบครัว สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี. บรรณาธิการ การพัฒนาครอบครัว. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พลับลิชชิ่ง ; 2540 : 65-84


[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600