มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam

[คัดลอกจากเนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 8 ฉบับที่ 396 วันที่ 3 - 9 มกราคม 2543]


วัยรุ่นหนุ่มสาวเป็นวัยของการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่แปลกใหม่ในชีวิต

วัยรุ่น เปรียบเสมือน
ฤดูใบไม้ผลิ มีความสดใส ร่าเริง
มองโลกในแบบของเขา
รักอิสระ รักพวกพ้อง
และมีปัญหาหลายหลาก
ที่ต้องการใครสักคน
มาให้คำตอบเพื่อเป็นแนวทาง
ในการดำเนินชีวิต
ความรักใคร่ของวัยรุ่น

ความรักใคร่ของวัยรุ่น เป็นสิ่งที่ก่อเกิดเองตามธรรมชาติ เป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศในร่างกาย การปรับตัวปรับใจให้รับกับการเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างถูกต้อง ถูกวิธี จะทำให้อนาคตเป็นไปในแนวทางที่ดี ใครเล่าจะเข้าใจวัยรุ่นเท่ากับวัยรุ่นเอง

ทำไมผู้ใหญ่ถึงห้ามวัยรุ่นมีความรัก ?

ผู้ใหญ่คงจะไม่ได้ห้ามเรื่องความรัก แต่คงจะห้าม "ความรักก่อนวัย" และ "ความรักที่ไม่ปลอดภัย" เสียมากกว่า ผู้ใหญ่ทุกคนไม่ว่าพ่อแม่หรือครูบาอาจารย์นั้น รักวัยรุ่นทุกๆ คน เพียงแต่ว่าบางครั้งผู้ใหญ่ยึดถือสุภาษิต "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี" เลยดุมากไปหน่อย เด็กๆ ก็เลยกลัวไปเอง

ความรักในวัยเรียนนั้น ถ้าเป็นความรักที่บริสุทธิ์ เกิดขึ้นแล้วช่วยเหลือกันเรียน คิดถึงอนาคต มุ่งที่การศึกษา รักกันด้วยใจ ชวนกันไปในทางที่ถูก รักแบบนี้ไม่มีผู้ใหญ่คนไหน ห้ามหรอกครับ จะห้ามก็เพราะผู้ใหญ่กลัวว่ารักแล้ว จะชักชวนกันไปทำสิ่งที่ผิดที่ไม่เหมาะสม ไปมีความสัมพันธ์ทางกายก่อนวัยอันควร ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมามากกว่า

ถ้าเกิดการตั้งครรภ์ในวัยเรียน เด็กควรทำอย่างไร ?

นี่เป็นอีกหนึ่งคำถามที่นักเรียนนักศึกษาเขียนมาถามขึ้นมา ในขณะไปบรรยายเรื่องเพศศึกษาตามสถานที่ต่างๆ นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผู้ใหญ่ห้ามวัยรุ่นให้มีความรักในวัยเรียน เพราะบางครั้งวัยรุ่นยังไม่รู้จักคำว่า "ยับยั้งชั่งใจ" ยังไม่รู้จักกับคำว่า "ชิงสุกก่อนห่าม" ไม่รู้ว่า การมีความสัมพันธ์ทางเพศก่อนเวลาอันควรนั้น มีความเสี่ยง

นอกจากจะเสี่ยงที่จะติดโรคร้ายแรงที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แล้วยังอาจเกิดการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงปรารถนา หรือไม่ได้วางแผนมาก่อนด้วย

ลองคิดดูซิครับว่า ถ้าเกิดการตั้งครรภ์ในวัยเรียนขึ้น ทางออกแต่ละทางที่เป็นไปได้นั้นมันน่าที่จะเป็นไปไหม

  • ลาออกไปเลี้ยงลูก เป็นอันว่าจบอนาคตในการศึกษาไปนะครับ เพราะพอลูกเกิดมา แค่ต้องดูแลเลี้ยงดูลูกก็หมดเวลาแล้ว จะเอาเวลาไหนไปเรียนอีก พอลูกโต จะไปเรียนนอกเวลา ส่วนหนึ่งก็จะอายนะครับ แล้วถ้าท้องตอนอายุน้อยกว่า 13 ขวบ ว่าที่สามีในอนาคตยังต้องมีธุระไปติดคุกอีกด้วย... จะให้ใครเป็นพ่อของเด็กดี

  • ขอพักการเรียนไว้ก่อน รอคลอดลูกแล้วกลับมาเรียนใหม่ ถ้าครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ใจดี ก็ต้องทำแบบนี้ แต่พอลูกเกิดมาแล้วใครจะช่วยเหลือลูกละ เป็นปัญหาอีก

  • ไปทำแท้ง จะหาหมอฝีมือดีๆ ที่ไหนที่จะยอมมากระทำการแบบนี้ให้ หรือโชคร้ายอาจเจอหมอเถื่อน อันตรายมากมาย ตั้งแต่ตกเลือด เสียชีวิต ติดเชื้ออักเสบ เป็นมากอาจเสียชีวิต เป็นน้อยก็อาจจะมีลูกยากหรือเกิดการท้องนอกมดลูกได้ในอนาคต... น่ากลัวทั้งนั้น
คำตอบจึงเป็นที่ว่า รักในวัยเรียนน่ะได้อยู่หรอก แต่อย่าให้มีกามารมณ์มาเกี่ยวข้องเท่านั้น ปัญหาย่อมไม่เกิด จริงไหมครับ รักกันแบบ พลาโตนิค เฟรนด์ชิฟ กันก่อน ไว้พร้อมแล้วค่อยแต่ง

ถ้าผู้หญิงจะบอกรักผู้ชายก่อน จะมีผลอะไรไหม ?

มานั่งนึกๆ ดูนะครับว่า ทำไมผู้ชายต้องบอกรักผู้หญิงก่อน ทำไมผู้ชายต้องเป็นช้างเท้าหน้า เป็นเพราะผู้ชายถูกสอนว่า ต้องเกิดมาเป็นผู้นำหรือ บางคนก็ว่าการที่ผู้ชายบอกรักก่อน เป็นสัญชาตญาณพื้นฐานในการเจริญเผ่าพันธุ์ของมนุษยชาติ เพราะฮอร์โมนเพศชายในตัวเองที่กระตุ้นให้ไปเสนอสาวคนรักว่า รักเธอ และอยากเป็นของเธอทั้งกายและใจ เมื่อเธอยอมรับรัก ก็จะยอมเป็นของเขาในที่สุด

แต่ความรักเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน ไม่ใช่แค่ความต้องการทางเพศ หรือกามารมณ์เสมอไป ใครจะบอกรักใครก่อน จึงไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไรในยุคโลกาภิวัตน์นี้

เรื่องนี้นะครับคุณผู้หญิงทั้งหลาย ไม่ว่าวัยรุ่นหรือวัยไหนๆ ขอให้จำไว้นะครับว่า "ผู้ชายแท้ๆ และผู้ชายดีๆ" ในสมัยนี้ น่าจะหายากนะครับ ถ้าคุณพบแล้วและแน่ใจแล้วว่ารักเขาจริง รวมทั้งเขาก็มีทีท่ารักชอบเราอยู่ ควงคู่กันอยู่นาน จนคนรู้กันหมดแล้วว่าเป็นแฟนกัน แล้วเขาไม่ยอมบอกสักทีว่า "ผมรักคุณ" แล้วละก็ ถามเขาไปตรงๆ เลยว่า "คุณรักฉันไหม" ถ้าไม่รักฉันจะได้ไปหาคนอื่น เพียงแต่วิธีการพูด ที่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์หน่อยนะครับ
  • การที่มีความรักในวัยเรียนจะต้องบอกพ่อแม่ไหม
  • ถ้าพ่อแม่รู้แล้วกีดกัน ควรจะทำอย่างไร
  • ถ้าบอกพ่อแม่ ควรจะบอกวิธีใด
  • ถ้าเราคิดจะคบกับใครสักคน เราควรทำอย่างไร ถึงจะแสดงให้เขาเห็นว่าเราคิดจะคบกับเขา
  • ถ้าเราอยากให้ความรักกับใครสักคน เราควรทำใจให้รู้สึกกับเขาอย่างไรถึงจะเหมาะสม
คำถามเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นปัญหาคาใจของวัยรุ่นหญิง แล้วไม่รู้จะไปปรึกษาใคร คุณผู้อ่านลองสมมุติตัวเป็นคุณพ่อ คุณแม่ดูซิครับ ว่าถ้านั่นเป็นปัญหาของลูกสาวเราแล้ว เราควรจะทำอย่างไร

ความจริง พ่อแม่เป็นครูคนแรกของลูกๆ เป็นที่พึ่งในด้านต่างๆ ของลูกอยู่เสมออยู่แล้ว พ่อแม่ทุกๆ คนรักลูก และพ่อแม่ทุกๆ คนต้องรู้ด้วยนะครับว่า ลูกเขาก็รักพ่อแม่ ลูกทุกคนก็อยากจะเป็นคนดี เหมือนที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนหวังเช่นกัน ทำอย่างไรจะพบกันครึ่งทาง... เป็นปัญหามาในทุกยุคทุกสมัย ยิ่งในยุคสมัยนี้วัยรุ่นมีอิสระ ในการคบเพื่อนต่างเพศมากขึ้น โอกาสเกิดความรักก็มีมากขึ้น

"ความรักที่ปลอดภัย" เท่านั้น ที่จะนำพาให้ทุกคน ไปประสบความสำเร็จในชีวิต

บอกคุณพ่อคุณแม่ไปเถอะครับว่า คุณมีความรักแล้ว รับฟังความรักของลูกสาวบ้างซิครับคุณพ่อคุณแม่ อย่ากีดกันเขา ให้เขารักกันโดยที่มีเราเป็นเพื่อนที่ปรึกษา ดูความก้าวหน้าของชีวิตเขา ดูต้นไม้แห่งความรักที่เขาจะรดน้ำ พรวนดินร่วมกัน ดูให้เขาเข้าใจในความรัก และดูแลเขาไม่ให้ล่วงล้ำอธิปไตยซึ่งกันและกัน

น.พ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์


ขอบคุณเนชั่นสุดสัปดาห์ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600