มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2542]

โรค "หงอนไก่"

คณะแพทย์ ดร.สมชาย


เรียน คณะแพทย์ที่นับถือ

ปกติผมเองก็ไม่ไปเที่ยวอาบอบนวด (ซ่อง) บ่อยนัก เพราะติดราชการ เมื่อตอนผมลาก็ได้มาเที่ยวที่อาบอบนวด (ซ่อง) หลังจากเที่ยวได้ 4-5 วันก็มี เรื่องเกิดขึ้น ผมเป็นผื่นที่หนังหุ้มอวัยวะของผม ได้ถามเพื่อนนายสิบด้วยกันเขาบอกว่า เป็นหูดหงอนไก่ (ลักษณะเหมือนหงอนไก่ครับ) ผมซื้อยามาใส่ยุบหายไป 2-3 วัน ก็เกิดอีก ใส่ยาก็ไม่หายสนิทดีเหมือนเดิม

ผมจึงใคร่ขอเรียนถามว่า
  1. ผมเป็นโรคหูดหงอนไก่ใช่ไหมครับ
  2. ใช้ยาอะไรรักษาและที่ไหน
  3. โรคหูดหงอนไก่นี้รักษาหายขาดหรือไม่
  4. กระผมมีโครงการที่จะแต่งงานภายในไม่ช้านี้ ถ้าโรคนี้ยัง เป็น ๆ หาย ๆ อยู่แบบนี้มิทราบว่าจะยังแต่งงานได้หรือไม่

กระผมต้องขอความกรุณาให้คุณหมอตอบให้ด่วนด้วยนะครับ เพราะถ้ากระผมรักษาไม่ถูกวิธีโรคนี้อาจลุกลามมากขึ้น และอาจไปสร้างความทุกข์ให้ผู้อื่นอีก

ด้วยความนับถือ
ต่อพงษ์

ตอบ คุณต่อพงษ์

เป็นโรคที่โดยมากเกิดขึ้นจากการสมสู่ทางเพศที่ค่อนข้างจะสำส่อน สาเหตุที่มาของโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง

โรคหงอนไก่นี้บางรายแตกดอกออกช่อเป็นพุ่มเป็นพวง ลักษณะของมันเหมือนกับหงอนของไก่ที่ตรงหัวไม่ผิดเพี้ยน แต่อย่าเพิ่งไปหวาดหวั่นพรั่นพรึงกับมันมากนัก เพราะเป็นโรคที่รักษาให้หายขาดได้อย่างแน่นอน แต่ต้องอาศัยเวลา รับประทานยา ทายา ตามที่แพทย์สั่งอย่างจริงจังเท่านั้นเป็นพอ

วิธีการรักษาคุณก็ต้องใจเย็น ๆ คุณจะต้องติดต่อกับแพทย์ผู้ให้การรักษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แพทย์ได้ติดตามผลคืบหน้าของการรักษา ยาที่นิยมใช้ในการรักษาโรคหงอนไก่นี้ส่วนมากจะใช้ PODOPHYLLIN แต่ก็มีข้อที่ต้องระมัดระวังคือ จะต้องใช้ทาแต่เฉพาะตรงเม็ดหงอนไก่จริง ๆ อย่าพลาดไปทาถูกเนื้อตรงที่ดี ๆ เข้า มิฉะนั้นก็จะเกิดการอักเสบกันใหญ่ แต่ด้วยเหตุนี้ แพทย์จึงมักจะเป็นผู้ทาให้เอง แล้วนัดมาตรวจอีก ถ้าหากว่าหงอนไก่ยังหลุดไม่หมด ก็ต้องทากันซ้ำใหม่อีก พูดง่าย ๆ ก็คือ ต้องตัดรากถอนโคนทิ้งนั่นแหละ
สำหรับยารับประทานนั้นไม่ใช่สาเหตุของการรักษา เพียงแต่ช่วยป้องกันการอักเสบเท่านั้นเอง

"หงอนไก่" ที่เป็นขึ้นมาแล้ว อย่าทำเป็นใจเย็นหรือขี้อาย ทางที่ต้องปฏิบัติก็คือ ต้องรีบ ๆ ไปพบแพทย์โรคผิวหนังทันที และต้องพยายามไปพบแพทย์ตามที่นัดไว้ ข้อสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ระหว่างที่เป็นโรคนี้อย่าได้ทำเป็นใจอ่อนไปสมสู่กับคู่นอนเป็นอันขาด เพราะจะทำให้โรคแพร่เชื้อติดต่อกันไปอีก ยกเว้นในกรณีที่สวมถุงยาง

อาหารการกินอะไร ๆ ก็กินได้ทั้งนั้น ไม่เกี่ยวข้องกัน ผมเป็นห่วงตรงที่คุณบอกว่า มีโครงการจะแต่งงานในไม่ช้านี้ ขอให้คุณรีบเร่งให้แพทย์โรคผิวหนังทันทีอย่าได้ช้า "ข้าวใหม่-ปลามัน" ของคุณก็จะได้ไม่ต้องไปอาศัยเจ้าถุงยางมัน

คณะแพทย์ ดร.สมชาย


ขอบคุณหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600