มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 22 ฉบับที่ 12 ธันวาคม 2541]

ผิวเมื่อหน้าหนาว

ธาดา เปี่ยมพงศ์สานต์


เมื่อลมหนาวโชยมา ทำให้อุณหภูมิของอากาศลดลง ความชื้นในอากาศย่อมลดลง อากาศเริ่มแห้งกะทันหัน ผิวกายของคุณเริ่มแห้ง โดยที่คุณรู้สึกจากการที่มีผิวหยาบ ลอก ตกสะเก็ด แตก ขาดความมันที่ผิว คนที่เป็นโรคภูมิแพ้อยู่เดิมแล้ว จะมีอาการมากขึ้น โดยเริ่มมีผื่นสีแดงๆ กระจัดกระจายตามแขนขา ถ้าเป็นคนสูงอายุ ผื่นจะขึ้นตามตัวด้วย เพราะต่อมไขมันทำงานได้ไม่ดี ถ้าอากาศหนาวจัด เช่น ภาคเหนือ ภาคอีสาน ผิวเป็นสีแดงๆ มีสะเก็ดหนา มีรอยแตกเป็นร่อง เป็นริ้ว เป็นทางมีเลือดไหลซิบ

ผิวหนังของคนเรา มีหน้าที่ป้องกันอันตรายจากสิ่งภายนอก เซลล์ชั้นนอกสุด มี 2 ชั้นใหญ่ๆ

  1. ชั้นขี้ไคล ประกอบด้วยเซลล์ซึ่งตายแล้วเรียงตัวกัน หลวมๆ ประมาณ 15 ชั้น ไร้ส่วนประกอบของเซลล์ทั่วๆ ไป เป็นที่สะสม ของน้ำนวลธรรมชาติ ประกอบด้วยกรดอะมิโน ไขมัน น้ำมัน และแร่ธาตุบางอย่าง ซึ่งเห็นได้ชัดในคนหนุ่มสาว อย่างที่คนโบราณว่า มีน้ำมีนวล

  2. เซลล์ใต้ชั้นขี้ไคล เป็นเซลล์ที่อยู่รวมกันอย่างแน่นหนา ถ้าเราลอกผิว เช่น ลอกหน้าบางๆ ออกแล้วจะเห็นชั้นนี้ใสมัน หน้าที่ของมัน คือ ป้องกันไม่ให้น้ำระเหยจากผิวมากเกินไป ตามปกติน้ำจะระเหยออกจากผิวประมาณ 100 ซีซีต่อวัน จากต่อมเหงื่อที่มือและเท้า วันละ 300-500 ซีซีต่อวัน แต่ถ้าอากาศร้อนมาก เราจะเสียเหงื่อไปถึงวันละ 2 ลิตรต่อชั่วโมง การที่ผิวของเราจะแห้งจะมันอยู่ที่ชั้นนี้ ซึ่งอยู่ที่น้ำนวลธรรมชาติ จะเป็นตัวอุ้มน้ำไว้ได้เท่าใดและยังได้รับอิทธิพลจากน้ำซึ่งอยู่ใต้ผิว มาแทนที่น้ำที่ระเหยออกได้ เซลล์ชั้นล่างสุด ชุ่มชื้นกว่าชั้นบนๆ ชั้นกลางมีกรดอะมิโน ซึ่งมีความสามารถอุ้มน้ำไว้ได้มากกว่าสารต่างๆ ที่อยู่ในชั้นเหล่านี้ คือ ยูเรีย กรดยูโรคานิก โซเดียมพีซีเอ 2% ดังนั้น เมื่อผิวหนังแห้ง เมื่อล้างสิ่งสกปรกออกจากผิว ซึ่งจะล้าง เอาโซเดียมพีซีเอออกไปด้วย ควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า เช่น เจลล้างหน้าที่ผสมโซเดียมพีซีเอ ทดแทนกลับมาคืน

ทำไมเราถึงเรียกว่า ผิวแห้ง เพียงแค่มองดูว่า ผิวมีสะเก็ดขุยบางๆ ซึ่งความจริงอาจเป็นเพียงชั้นขี้ไคลหนาขึ้นเท่านั้น เมื่อมีสะเก็ดหนาขึ้น การลอกบางทีหลุดเป็นแผ่นใหญ่ ในคนสูงอายุ ความชุ่มชื้นของผิวพรรณ กรดอะมิโน ไขมัน และการผลิตไขมันลดลง แต่ปริมาณน้ำในผิวกลับปกติ แต่ในบางโรค เช่น โรคภูมิแพ้ซึ่งมีผิวแห้ง ปริมาณน้ำอาจลดลง การสูญเสียน้ำผ่านผิวหนังของคนสูงอายุ กลับน้อยลง อาจเป็นเพราะว่า ผิวของพวกเขาไวต่ออิทธิพล ของสิ่งแวดล้อมรอบตัว และการแก้ไขอะไรที่เปลี่ยนไป ตามอุณหภูมิได้ช้ากว่าคนหนุ่มสาว จึงเกิดผื่นคันได้ง่าย น้ำนวลธรรมชาติในคนสูงอายุจะลดลง เนื่องจากมีไขมันลดลง มีส่วนเกี่ยวข้องกับสุขภาพของผิวพรรณ เท่าที่เรามองเห็นและสัมผัสได้

การอาบน้ำบ่อย ๆ ทำให้ผิวแห้ง อาชีพบางอย่าง เช่น ผู้ที่ทำงานในเครื่องบิน ห้องทดลองที่ใช้เครื่องปรับอากาศเย็นมาก ในโรงแรมทำให้ผิวแห้ง อาชีพที่ต้องใช้มือเปียกน้ำ เช่น ในการประมง ในอุตสาหกรรม พนักงานทำความสะอาด แม่ครัว เมื่อสัมผัสน้ำบ่อยๆ มือจะแห้งมากจนแตกเป็นแผล แต่บางคนไม่เคยทำงานแบบนั้นเลย ไม่เคยแม้แต่ซักผ้า ล้างจาน สระผม ฝ่ามือ 2 ข้างยังแห้งแตกระแหง บางทีแตกจนเลือดไหล จะไปสมัครทำงานต้องพิมพ์ลายมือก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีลายมือมีแต่ลายรอยแตก

เมื่ออากาศเย็น ลดพัดแรง ทำให้น้ำระเหยจากผิวมากขึ้น ยิ่งทำให้อาการกำเริบ ลักษณะของผิวแห้งเริ่มตั้งแต่ มีผิวแดง สะเก็ดลอก รอยแกะเกา รอยลายนิ้วมือชัดเจน ผิวหยาบและไม่เรียบ เมื่อเป็นมากผิวจะแตกเป็นร่องและเป็นทาง ในคนสูงอายุจะแตกมาก จนมีเลือดออกซิบ ๆ ถ้าเป็นโรคภูมิแพ้ด้วย อาการเป็นมาก ตามบริเวณแขนขา มีสะเก็ด มีรอยเกาเป็นทาง จุดเลือดจ้ำ และขนหักจากการเกามาก

การถนอมผิวพรรณ ใช้สารที่เพิ่มความชุ่มชื้นที่ดีมีหลายตัวเช่น

  1. กลีเซอร์รีน ฟังดูเก่าคร่ำครึ เพราะรู้จักกันมานาน ราคาถูก แต่ปรากฏว่ายังให้ความชุ่มชื้นดีอยู่
  2. ยูเรีย เหมาะกับทาตัว แขนขา ไม่เหมาะกับหน้า
  3. โซเดียมพีซีเอ ซึ่งเป็นองค์ประกอบของน้ำนวลธรรมชาติ สังเคราะห์ได้และใช้แทนของธรรมชาติ หากลดลง
  4. ปิโตรลาตัม ของเก่าใช้ได้ดี แต่เหนียวเหนอะหนะ หลายคนไม่ชอบใช้ ทำขายสำหรับใบหน้า คงไม่มีใครซื้อ
  5. เกลือกรดแลกติก ทาผิวกาย
  6. กรดฮัยอัลยูโรนิก ของดี ราคาแพง ใช้กับใบหน้า
  7. กลุ่มโปรไปลีน ไกลคอล บิวไตลีน ไกลคอล ฯลฯ
  8. กลุ่มซิลิโคน
  9. สมุนไพร เช่น ว่านหางจรเข้ อื่นๆ เช่น คอลลาเจน ฯลฯ มีคุณสมบัติไม่ดีกว่าสารที่กล่าวมา แต่เหมาะสำหรับทำโฆษณาว่า ยี่ห้อนี้มีสารนี้ผสม

ดังนั้นครีมบำรุงผิวที่ดี จะมีส่วนประกอบของสารดังข้างบน ขึ้นอยู่ว่าจะใช้ทากรณีใด ทาแขน ทาลำตัว หรือทาหน้า บางทีแยกออกเป็น ทามือ ทาเท้า ถ้าใช้ทาหน้า ต้องมาทดสอบว่า ใช้แล้วสิวขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะน้ำมัน (oil) บางคนว่าใช้น้ำมันแล้วดี จริงอยู่ที่อาจดีสำหรับคนบางคนแต่คนทั่วไป โดยเฉพาะคนที่เป็นสิว เมื่อใช้แล้วสิวเห่อ

ดังนั้น จึงควรเลือกใช้ oil free คือไร้ไขมัน บางคนบอกว่า ทาแล้วยังแห้งไปโดยเฉพาะคนสูงอายุหรืออยู่ในเขตหนาวจัด ผู้ผลิตอาจผลิตครีมบำรุงผสมไขมันชนิดสำหรับผิวแห้งมาก บางคนไม่ทราบเอาชนิดแบบนี้มาใช้ พูดง่าย คนขายก็ไม่ทราบว่า หน้าอย่างไรควรใช้อะไร พูดเพื่อขายเท่านั้น ทำให้ก่อเกิดปัญหาตามมาที่สำคัญ คือ เป็นสิว

ในกรณีที่เป็นผื่นตามตัว ถ้าใช้สารป้องกันและบำรุงแล้ว ผื่นไม่ดีขึ้น จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ โดยใช้ยาสเตอร์รอยด์ทา สำหรับบางคน ที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้าแตกมาก เคยใช้มาสารพัดอย่าง ไปตระเวนพบแพทย์ผิวหนังหลายสิบคนก็ยังไม่หาย ความจริง คุณต้องไม่ทำอย่างนั้น แทนที่จะเปลี่ยนแพทย์ เปลี่ยนยาไม่ดีกว่า หรือเพราะแพทย์ที่เคยให้ยาแล้วจะทราบว่าชนิดนี้ไม่ดีสำหรับคุณ ต้องใช้อย่างแรง ถ้าเปลี่ยนแพทย์ใหม่ แพทย์คนใหม่ไม่ทราบว่าใช้ยาอะไร จึงจะพอดีกับการรักษาผื่น ครั้นจะใช้ยาแรงตั้งแต่ทีแรก ก็ดูกระไรอยู่ เป็นต้น

หลังจากผื่นหายแล้ว จำเป็นต้องใช้ครีมบำรุงป้องกันอีก บางคนใช้ชนิดธรรมดา แต่บางคนต้องใช้ชนิดที่เรียกว่า protective cream คือ ป้องกันได้จริง ไม่ใช่ป้องกันแต่ชื่อ ซึ่งมีส่วนผสมของสารกลุ่มซิลิโคน แล้วท่านจะปราศจากโรคแพ้ผื่นคัน จากความหนาว

ธาดา เปี่ยมพงศ์สานต์


ขอบคุณนิตยสารใกล้หมอ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600