มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากจุลสารสมาคมฯ ฉบับเดือน มกราคม-กุมภาพันธ์]

โรคผิวหนังผื่นคันในผู้สูงอายุ

พญ.ยุพิน ไทยพิสุทธิกุล


เนื่องจากปัจจุบันมีการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจสังคม ไปอย่างรวดเร็ว ร่วมกับมีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี และการแพทย์ จึงทำให้สถิติของผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้น โดยผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะมีสุขภาพแข็งแรง สามารถประกอบการงาน เหมือนหนุ่มสาว และยังพบอีกว่า อัตราตายได้ลดลงอย่างชัดเจน (เป็นผลสืบเนื่องมาจากได้มีการพัฒนา และมีความเจริญ ทางการแพทย์อย่างรวดเร็วมาก ทำให้มีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น) มีรายงานพบว่า โอกาสที่ที่คนจะมีอายุยืนยาวเพิ่มจาก 50 ปี ไปเป็น 80 ปี พบมีมากขึ้นถึง 21 เท่า และโอกาสที่คนจะมีอายุรอดจาก 80 ปี เป็น 100 ปี มีเพิ่มขึ้นถึง 3,000 เท่า และในปี ค.ศ.2000 พบว่า ร้อยละ 13 ของประชากรในสหรัฐเอมริกา จะเป็นกลุ่ม ผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 65 ปีขึ้นไป

ถึงแม้ว่าผู้สูงอายุจะมีอายุยืนยาวขึ้นกว่าเดิมก็ตาม แต่ร่างกาย ก็ต้องมีการเสื่อมสลายของอวัยวะต่างๆ เช่น สมอง กระดูก หัวใจ ตับ ไต รวมทั้งผิวหนังด้วย โดยผิวหนังจะพบมีการเหี่ยวย่น ตกกระ มีจุดด่างดำและจุดขาว เส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังแตกง่าย หนังกำพร้าและหนังแท้จะพบมีการเปลี่ยนแปลงด้วย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จะพบเป็นมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมหรือสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะจากแสงอุลตราไวโอเลต นอกจากนี้ผม ขน และเล็บ จะมีการเจริญช้าลง ต่อมเหงื่อ และต่อมไขมันจะมีการสร้างน้อยลง

ผู้สูงอายุยังพบมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ ทำให้เกิด อาการเบื่อหน่ายซึมเศร้า ซึ่งเป็นสาเหตุนำไปสู่ปัญหาทางด้านสุขภาพด้วย แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ไม่ให้ความสนใจถึงการเปลี่ยนแปลง ดังกล่าวข้างต้น มักมุ่งเน้นที่จะรักษาโรคภายในร่างกายระบบต่างๆ ที่มักเป็นต้นเหตุ ทำให้ผู้สูงอายุเสียชีวิต เช่น โรคหัวใจ และโรคอัมพาต เป็นต้น โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้น ลืมนึกไปว่า ผิวหนัง ก็เป็นส่วนของร่างกายที่สำคัญ และสามารถที่จะทำให้เสียชีวิตได้ เช่นเดียวกัน

ตัวอย่าง เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อรา หรือเชื้อไวรัส เป็นต้น ดังนั้น United State Public Health Service ได้ทำการศึกษาพบว่า โรคผิวหนังมีสถิติสูงขึ้นเรื่อยๆ และมีจำนวนถึง 650 คน ใน 1,000 คน ของผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และยังมีการศึกษาอีกพบว่า ร้อยละ 65 ของผู้สูงอายุ จะพบมีโรคผิวหนังอย่างน้อย 1 ชนิด ภายใน 1 ปี ร้อยละ 50 ของผู้สูงอายุ จะพบมีโรคผิวหนังได้ถึง 2 ชนิด ในเวลาเดียวกัน

สาเหตุ

สาเหตุที่ทำให้เกิดผื่นคันในผู้สูงอายุมี 2 สาเหตุใหญ่
สาเหตุแรก คือ โรคผิวหนังโดยตรงเฉพาะ ซึ่งสามารถวินิจฉัยได้เลยไม่ต้องอาศัยผลทางห้องปฏิบัติการพิเศษ เช่น โรคผิวหนังแห้งคันเป็นต้น
สาเหตุที่สอง คือ เป็นโรคผิวหนังผื่นคัน ที่เกิดตามหลังโรคอื่นๆ ที่ไม่ใช่โรคผิวหนังเฉพาะ โดยอาจต้องอาศัย ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการหรือไม่อาศัยก็ได้ เช่น โรคเบาหวาน, โรคไต, โรคตับ และโรคโลหิตจาง รวมทั้งโรคผื่นคัน ที่เกิดจากการแพ้ยา เป็นต้น

ลักษณะทางคลินิคและการรักษา

ในผู้สูงอายุโรคผิวหนังผื่นคันจะพบเป็นมากที่สุด ซึ่งพบถึง ร้อยละ 30 ถึง 45 ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะโรคที่พบบ่อยที่สุด จนถึงน้อยที่สุด ตามลักษณะอาการดังนี้

  1. โรคผิวหนังแห้งคัน (xerosis)

    จะพบว่า เป็นมากที่สุดถึงร้อยละ 38.9 ลักษณะเป็นสะเก็ดแห้งแข็งเป็นขุยหรืออาจเป็นแผ่น มีร่องแตก ทำให้ลักษณะคล้ายเกล็ดปลา สีอาจจะสีเทาหรือสีน้ำตาลดำ พบเป็นได้ทั้งตัว แต่จะชัดเจนบริเวณแขนและขา จะมีพบอาการคันมากในฤดูหนาว

    สาเหตุของผิวแห้งในผู้สูงอายุเกิดจากการอาบน้ำ โดยใช้สบู่ทั่วไปที่มีฤทธิ์เป็นด่างมาก ทำให้เกิดมีความผิดปกติ ของเซลล์หนังกำพร้าชั้นนอก (stratum corneum) โดยมีการลดลง ของจำนวนน้ำในเซลล์ รวมทั้งสารโปรตีน (amino acid) ไขมัน (fatty acid) ก็จะมีจำนวนน้อยลงด้วย นอกจากนี้ผิวหนังแห้งคัน ยังอาจเกิดจากอากาศหนาวเย็น การอาบน้ำวันละหลายครั้ง การอาบน้ำอุ่น การใส่เสื้อผ้าหยาบหนา และจากการกินยาขับปัสสาวะ รักษาโรคความดันสูง เป็นต้น โรคผิวหนังแห้งคัน พบเป็นทั้งเพศหญิงและเพศชายพอๆ กัน ซึ่งแสดงว่า ฮอร์โมนไม่ได้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดผิวแห้ง แต่คิดว่าคงเกิดจากการที่มีอายุมากขึ้นมากกว่า จึงทำให้ มีการสร้างของไขมันลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิง วัยหมดประจำเดือนแล้ว การรักษาใช้สบู่ที่ผสมน้ำมัน เพื่อเพิ่ม ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง นอกจากนี้อาจใช้ครีมบำรุงผิว เช่น cream base หรือ vaseline ทาวันละ 2 หรือ 3 ครั้ง เป็นต้น

  2. โรคผิวหนังภูมิแพ้ เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง รองลงมาที่ทำให้เกิดโรคผื่นคันในผู้สูงอายุได้ ซึ่งได้แก่

    • โรครังแค (seborrheic dermatitis) จะพบเป็นผื่น แดงคันมีสะเก็ดขาว พบบริเวณหนังศีรษะ ในหู หลังหู หัวคิ้ว ข้างจมูก คาง อก เป็นต้น มักจะพบมากในผู้สูงอายุ ผู้ป่วย Parkinson หรือคนที่มีความเครียด อ่อนแอ หรือมีโรคทางสมอง ซึ่งอาการดังกล่าวแล้วสัมพันธ์กับการ ที่มีการสร้างไขมันของต่อมไขมันมากขึ้น แต่ความจริง ผู้สูงอายุจะมีการสร้างไขมันจากต่อมไขมันลดลง ดังนั้น การเกิด seborrheic dermatitis ในผู้สูงอายุจึง ไม่ทราบสาเหตุแน่นอนนัก
    • โรคภูมิแพ้สัมผัส (contact dermatitis) เกิดจาก การสัมผัสกับสารต่างๆ เช่น nickel, rubber, plants, dyes, paraben esters, lanolin, สบู่, ผงซักฟอก เกิดเนื่องจาก ความสามารถของผิวหนังที่จะกำจัดสารภูมิแพ้จากผิวหนัง ชั้นหนังแท้ลดลง จึงทำให้มีการสะสมของสารภูมิแพ้เป็นจำนวนมาก แต่ถึงแม้ว่า ผู้สูงอายุจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้สัมผัสได้ง่ายก็ตาม แต่ผิวหนังผู้สูงอายุเอง กลับเกิดปฏิกิริยาจากการแพ้สัมผัสได้น้อยลง เนื่องจากมีการลดลงของจำนวน T lymphocyte ซึ่งเป็นเซลล์สำคัญ ในการเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ และยังพบอีกว่า ปฏิกิริยาของเส้นเลือด ต่อการอักเสบจะลดลงด้วย การรักษาใช้ครีมสเตียรอยด์ทาวันละ 2 ครั้ง ร่วมกับการรับประทานยาแก้คัน และที่สำคัญพยายามหลีกเลี่ยง สารที่ทำให้เกิดอาการแพ้

  3. โรคเรื้อนกวาง (lichen simplex chronicus)

    มักพบเป็นที่บริเวณหลังมือหลังเท้า จะเป็นเรื้อรัง ผื่นลักษณะหนานูนแข็ง ขอบเขตชัดเจน มักจะมีสีน้ำตาลหรือสีดำ จะมีอาการคันมาก สาเหตุไม่แน่นอน อาจเกิดจากแพ้สาร ยุงกัด หรือเป็นเองก็ได้ การรักษาใช้ครีมสเตียรอยด์ผสมกับ keratolytic เช่น salicylic acid ทาวันละ 2-3 ครั้ง เป็นต้น

  4. โรคติดเชื้อผิวหนัง ทำให้เกิดอาการคัน ในผู้สูงอายุได้ ได้แก่

    • โรคติดเชื้อรา เช่น กลาก (dermatophyte) ยีสต์ (candida) และเกลื้อน (tinea versicolor) กลากและยีสต์ จะพบเป็นมากบริเวณซอกเท้า ฝ่าเท้า และเล็บ ลักษณะเป็นแผ่นขาว มีสะเก็ดเปื่อยง่าย เกิดเนื่องจาก ผู้สูงอายุจะมีผิวหนังบางลง เปื่อยและถลอกง่าย การเจริญเติบโตของเซลล์ผิวหนังช้าลง การตอบสนอง ต่อการอักเสบต่างๆ ลดลง รวมทั้งภูมิต้านทานระบบทางอิมมูน ลดลงด้วย การรักษาใช้ยาทา เช่น clotrimazole หรือ miconazole cream ทาวันละ 2 ครั้ง ถ้าเป็นมาก อาจต้องรับประทานยาฆ่าเชื้อรา เช่น griseofulvin (500 mg) หรือ ketoconazole (200 mg) วันละ 1 เม็ด เป็นเวลานาน 1 เดือน เป็นต้น
    • โรคติดเชื้อไวรัส ได้แก่ งูสวัด (herpes zoster) เกิดจากเชื้อ varicellar zoster virus ลักษณะ พบเป็นกลุ่ม ของตุ่มน้ำพองใส (umbilicated papules) อยู่ข้างเดียวของร่างกาย เรียงตามเส้นประสาทตามร่างกาย ผู้ป่วยจะมีอาการ ไข้ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูกร่วมด้วยได้ ผื่นนี้จะเป็นประมาณ 2 อาทิตย์ จึงจะหาย การรักษาถ้าเป็นภายใน 48-72 ชั่วโมง อาจให้รับประทานยา acyclovir (800 mg) วันละ 5 ครั้ง นาน 7 วัน เพื่อลดความรุนแรงของโรค ลดการอักเสบ ลดอาการปวดโดยเฉพาะอย่างยิ่ง postherpetic neuralgia ยาทาใช้ประคบแผลด้วย normal saline ทุก 3-4 ชั่วโมง จนกว่าแผลจะแห้งดี ยารับประทานอย่างอื่นให้ตามอาการ เช่น ยาแก้ปวด เป็นต้น

  5. โรคสะเก็ดเงิน (psoriasis)

    เป็นโรคผิวหนังผื่นคันเรื้อรัง ที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ สาเหตุไม่ทราบแน่ชัด เกิดมีการแบ่งตัว ของเซลล์ผิวหนังเร็วกว่าปกติ อาจสัมพันธ์กับกรรมพันธุ์ แต่ในผู้สูงอายุพบว่า ถ้าอายุยิ่งมากขึ้นความสัมพันธ์ กับกรรมพันธ์จะลดลง ลักษณะผื่นที่พบจะเป็นตุ่มแดง หรือแผ่นแดง มีสะเก็ดขาวหนาติดอยู่เรียกว่า silvery scales เวลาขูดสะเก็ดให้หลุดออกไป จะพบมีจุดเลือดออกให้เห็น เรียก Auspitz's sign positive การรักษา ใช้สเตียรอยด์ครีม หรือ salicylic acid หรือ urea หรือ cold tar หรือ calcipotiol ทาวันละ 2 ครั้งเป็นต้น

  6. โรคลมพิษ (urticaria)

    เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนังที่มีสาเหตุจาก ยา อาหาร ฝุ่นละออง เชื้อโรค โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ อาจมีสาเหตุเกิดจากโรคมะเร็งได้ เป็นต้น ลักษณะเป็นตุ่มนูนแดง หรือเป็นแผ่นแดงคันมาก มักเกิดขึ้นทั่วตัว หรืออาจมีหน้าบวมคันได้ การรักษาต้องหาสาเหตุ และหลีกเลี่ยงสาเหตุ และให้ยารับประทานแก้แพ้ เช่น chlorpheniramine หรือ atarax เป็นต้น

  7. โรคแพ้ยา (drug rash)

    ส่วนใหญ่มักเกิดจากยาลดความดัน ยาเบาหวาน ยาทางสมอง เป็นต้น ซึ่งมักจะมีอาการรุนแรงกว่าคนหนุ่มสาว ลักษณะเป็นจุดเล็ก ที่แดงกระจายทั่วตัวคันมาก การรักษาต้องหยุดยาที่ทำให้เกิดอาการแพ้ นอกจากนี้ให้ยารับประทานแก้แพ้ เช่น chlorpheniramine วันละ 2 หรือ 3 ครั้ง และอาจให้คอร์ติโคสเตียรอยด์ครีมทาวันละ 2 ครั้ง เพื่อแก้อาการคัน เป็นต้น

  8. อาการคันในร่มผ้า (intertrigo)

    ผู้สูงอายุจะมีอาการคันภายในร่มผ้า เช่น ขาหนีบ บริเวณรอบๆ ทวาร สาเหตุไม่ทราบแน่ชัด อาจเกิดจากการอบชื้น เนื่องจาก มักจะปัสสาวะบ่อยๆ ทำให้เกิดเป็นโรคผื่นคัน ภูมิแพ้ เชื้อราได้ การรักษาใช้ยาทาตามลักษณะผื่นที่เป็นและรับประทานยาแก้คันร่วมด้วย

ตามที่กล่าวแล้ว โรคผิวหนังผื่นคันในผู้สูงอายุ อาจพบได้อีกหลายอย่าง แต่พบไม่บ่อยนัก จึงไม่ได้นำมากล่าวในที่นี้ นอกจากนี้โรคระบบอื่นๆ เช่น โรคตับ โรคไต โรคเบาหวาน โรคโลหิตจาง อาจทำให้เกิดอาการคันในผู้สูงอายุเช่นเดียวกัน ซึ่งลักษณะผื่นอาจมีได้แตกต่างกันไป เช่น เชื้อรา โรคภูมิแพ้ และอื่นๆ ซึ่งการรักษาต้องรักษาโรคประจำตัวให้ดีขึ้น อาการก็จะดีขึ้นไปด้วย พร้อมกับการรักษาด้วยยาทาและยารับประทาน เป็นต้น

พญ.ยุพิน ไทยพิสุทธิกุล


ขอบคุณจุลสารสมาคมฯ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด
มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE4.up][NN 4.05][OPERA 3.51] Resolution 800x600