มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 21 ฉบับที่ 314 เมษายน 2541]

ผิวหนัง

คณะแพทย์โรงพยาบาลศิครินทร์


โครงสร้างของผิวหนัง

ผิวหนังประกอบด้วย 2 ชั้น ชั้นนอกเรียกว่า หนังกำพร้า (EPIDERMIS) ซึ่งเป็นชั้นของเซลล์ตายแล้ว ที่แบนราบลงเกาะติดกันอยู่ด้วยโปรตีนมีลักษณะเหนียว แข็งแรง แต่มีความยืดหยุ่นและมีผิวที่กั้นน้ำเข้า ชั้นนี้จะหลุดลอกออกไปเรื่อยๆ โดยมีการทดแทนจากผิวหนังชั้นล่างขึ้นมาใหม่ ชั้นล่างของผิวหนัง เรียกว่า หนังแท้ (DERMIS) ประกอบด้วยเส้นประสาท เส้นโลหิต และไขมันสะสม รากขนและกล้ามเนื้อที่บังคับให้ขนลุก ต่อมเหงื่อ ซึ่งจะหลั่งเหงื่อออกมาบนพื้นผิวนอก ต่อมไขมันที่หลั่งสารมัน เพื่อช่วยให้ผิวหนังนุ่มและชุ่มชื้น

หน้าที่ของผิวหนัง

  • ผิวหนังทำหน้าที่ปกป้องอวัยวะอันละเอียดอ่อน มิให้ได้รับ ความเสียหายจากการกระแทก จากแสงแดดที่อันตราย และจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • ทำหน้าที่เป็นอวัยวะรับรู้การสัมผัส อุดมสมบูรณ์ด้วยปลาย ประสาทมากกว่าที่ใดๆ ในร่างกาย ความรู้สึกสัมผัส ความเจ็บปวด ความร้อนและความเย็นจากผิวหนัง จะได้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ให้แก่ร่างกายเราตลอดเวลา
  • ผิวหนังช่วยกำกับอุณหภูมิในร่างกายให้คงที่ ร้อยละ 85 ของ ความร้อนที่ร่างกายปล่อยออกมา จะผ่านทางผิวหนังโดยอาศัย การขยายตัวและหดตัวของเส้นโลหิตบริเวณใกล้ผิว ตามความจำเป็นของร่างกายในเวลาหนึ่งเวลาใด
  • การมีเหงื่อออกนับว่าช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายอีกทั้ง ยังช่วยกำจัดของเสียอีกด้วย

สีของผิวหนัง

สีของผิวหนังคนเราส่วนหนึ่งเกิดจากเม็ดสี (PIGMENTS) ที่อยู่ภายในเซลล์ของผิวหนัง และอีกส่วนหนึ่งเกิดจากเส้นเลือดเล็กๆ ที่อยู่ใกล้ผิวหนัง

เม็ดสีที่สำคัญที่สุดของผิวหนังชื่อ เมลานิน (MELANIN) ซึ่งมีสีน้ำตาลปรากฏอยู่ในเซลล์ของผิวหนังชื่อ เมลาโนบลาสส์ (MELANOBLASTS) คนที่มีผิวคล้ำจะมีเซลล์เมลาโนบลาสส์ ที่มีเม็ดสีเมลานินมากกว่าคนผิวขาว ความเข้มข้นของเมลานินที่ผิวหนังของ คนๆ หนึ่งขึ้นอยู่กับพันธุกรรม แต่ก็เปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณแสง ที่มาสัมผัสกับผิวหนังของคน ๆ นั้น

มีคนบางคนไม่มีเม็ดสีเมลานินเอาเลย เขาเรียกว่า คนเผือก (ALBINOS) เช่น คนที่มีผมสีขาว ตาสีอ่อนและผิวซีดที่มีสีปรากฏจากเส้นเลือดเท่านั้น

ตำหนิบนผิวหนังแต่กำเนิด
(BIRTHMARKS)

รอยตำหนิบนผิวหนังที่ปรากฏแต่กำเนิด ส่วนใหญ่จะเป็นอยู่ชั่วคราว แต่บางรายอาจเป็นปัญหาได้ เช่น
  • ปานแดง (STRAWBERRY MARKS) ซึ่งมีสีแดงนูนขึ้นเล็ก น้อยปรากฏเป็นรอยนุ่มคล้ายฟ้องน้ำอยู่บนผิวหนัง มักจะมีขนาดเล็กๆ ในตอนแรกแล้วค่อยๆ โตขึ้น ซึ่งอาจจะหายไปได้เองโดยไม่ต้องรักษา แต่ถ้ายังปรากฏอยู่ถาวร ก็อาจบำบัดได้โดยการฉีดสารบางอย่างหรืออาศัยการผ่าตัด
  • ปานแดง (PORT WINE STAINS) เป็นสีแดงเข้ม ปรากฏราบเรียบอยู่บนผิวหนัง และมักจะพบที่คอหรือใบหน้า ปัจจุบันสามารถบำบัดได้หลายวิธี เพื่อทำให้มันจางลง เครื่องสำอางบางอย่างช่วยซ่อนปานนี้ได้
  • ด่างขาว (VITILIGO) เป็นภาวะที่บางบริเวณของผิวหนังเป็นสี ขาวอยู่ตลอดเวลา สามารถซ่อนรอยได้แต่รักษาให้หายขาดไม่ได้
  • ปานดำ (LIVER SPOTS) เป็นแถบสีเข้มคล้ายปานเกิดจาก การมีเม็ดสีเมลานินกระจุกอยู่หนาแน่น

การดูแลผิวหนัง

รอยแต้มดำ การกะเทาะและการเป็นจุดเป็นดวงของผิวหนัง เกิดได้บ่อยในเด็กทารกและมักจะหายไปในที่สุด แต่ก็มีบางภาวะ ที่อาจต้องบำบัดด้วยวิธีต่าง ๆ โดย ควรชะล้างผิวหนังและเช็ดให้แห้ง ตามรอยพับต่างๆ ที่รักแร้หลังหู ที่ขาหนีบและร่องไขมัน ที่คอและต้นขา
  • ใช้โลชั่นทาบริเวณผิวหนังที่แดงขึ้นมา
  • หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่คับ จนเกิดรอยแผล ตามขาหนีบ รักแร้และที่คอ
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำในบทต้นๆ ที่นำเสนอมาแล้ว
  • ถ้าเด็กมีผิวแห้ง ควรปกปิดใบหน้าและมือไม่ให้สัมผัส ความหนาวเย็นและลม ทาโลชั่นหรือน้ำมันสำหรับเด็กทารก เพื่อทำความสะอาดใบหน้าแทนการใช้สบู่และน้ำ

คณะแพทย์โรงพยาบาลศิครินทร์


ขอบคุณนิตยสารแม่และเด็ก ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600