มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากนิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 23 ฉบับที่ 5 พฤษภาคม 2542]

ฉันเกลียดสีขาว

พญ.วิญญารัตน์ ตันศิริ



เชื่อว่าท่านผู้อ่านใกล้หมอทุกท่าน ถ้าเลือกได้ไม่ว่า จะเป็นหนุ่มสาวหรือท่านผู้สูงอายุ ทุกท่านคงปรารถนา อยากจะให้ผิวหนังของท่านมีสุขภาพผิวที่ดี ผิวนวลเนียน สวยงามไร้ที่ติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเป็นสุขภาพสตรีด้วยแล้ว ยิ่งอยากจะให้ตนเองมีผิวพรรณที่ดี สวยงาม ถ้ามีโอกาสได้เป็นนางงามผิวเนียนก็คงจะปลื้มอกปลื้มใจกันมาก

ถ้าเกิดวันใดผิวหนังของท่านเกิดเป็นด่างเป็นดวงสีขาว ท่านก็คงจะกลุ้มใจไม่น้อยหรือในทางตรงกันข้าม ถ้าผิวหนังของท่าน เกิดมีรอยสีดำคล้ำ หมองคล้ำ กระจายไปทั่วก็คงกลุ้มใจไม่แพ้กัน เคยถามคนไข้หลายท่านว่า ให้เลือกเอาระหว่างผิวหนังเป็นด่างดวง กระจายไปทั่ว กับผิวหนังเป็นจุดสีดำน้ำตาลคล้ำขึ้นกระจายไปทั่ว อย่างไหนพอรับได้มากกว่ากัน คำตอบคือไม่เอาทั้งคู่ แต่ครั้งนี้ เราจะมาดูถึงปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสีผิวหนังที่เป็นทางด้านเป็นด่างสีขาว กันก่อนนะคะ ว่าส่วนใหญ่แล้วสีผิวหนังที่เป็นด่างสีขาวนั้น เกิดจากโรคหรือภาวะใดได้บ้าง ที่พบกันได้บ่อยๆ นะคะ

โรคหรือภาวะที่ทำให้เกิดผิวหนังสีขาว

โรคเกลื้อน (Tinea Versicolor)

  • เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อราชนิดหนึ่ง ชื่อ M. furfur เป็นโรคที่เกิดในเขตเมืองร้อนแบบเมืองไทย ที่มักมีอากาศร้อนชื้อตลอดทั้งปี
  • ลักษณะเป็นผื่นวงกลมขาว มีขอบเขตค่อนข้างชัดเจน มีผื่นสะเก็ดขุยลอกบางๆ คลุมอยู่ด้านบน
  • มักพบในผู้ใหญ่มากกว่าในเด็กเล็ก
  • บริเวณที่พบเกลื้อนได้บ่อยๆ คือ ลำตัว หลัง คอ ต้นแขน ไม่ค่อยพบเกลื้อนที่บริเวณส่วนล่างของร่างกาย
  • มักจะมีอาการคัน โดยเฉพาะถ้ายิ่งอากาศร้อนมักจะคันมากขึ้น
  • สามารถติดต่อกันได้ โดยการใช้ของร่วมกันเช่น ให้ผ้าเช็ดตัว ผ้าขนหนูร่วมกัน ใช้ผ้าปูที่นอนร่วมกัน

การป้องกัน

  1. หลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกัน จำพวก ผ้าเช็ดตัว ผ้าขนหนู ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม
  2. ควรระวังรักษาความสะอาดของร่างกาย อาบน้ำสม่ำเสมอ อย่าปล่อยไว้หมักหมม (อย่าเล่นกีฬา แล้วพอกลับมาถึงบ้านแล้ว เผลอนอนหลับไปเลยโดยไม่ได้อาบน้ำนะคะ)

การรักษา

  1. ยาทาฆ่าเชื้อเกลื้อน พวกกลุ่มยาไมโคนาโซล คีโตโคนาโซล เทอบินาฟีน
  2. ยากินฆ่าเชื้อเกลื้อน ควรอยู่ในความดูแลของนายแพทย์เท่านั้น (เน้นมากนะคะ) เช่น กลุ่มคีโตโคนาโซล
  3. สบู่ยาฆ่าเชื้อเกลื้อน เช่น กลุ่มโซเดียมไธโอซัลเฟต กลุ่มซาสติด

โรคกลากน้ำนม (Pityriasis alba)

  • เป็นโรคด่างขาว ที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อราใดๆ ทั้งสิ้น เป็นโรคที่เกิดจากผิวหนังที่ไวต่อแสงแดด แพ้แสงแดดง่ายกว่าคนปกติทั่วไป ชื่อกลากน้ำนมก็จริง แต่ไม่ได้เกิดจากกินนมหกเลอะเทอะ หรือน้ำลายหก นอนหลับแล้วเผลอน้ำลายไหลยืด ไม่เกี่ยวกับโรคกลากน้ำนมนี้ทั้งสิ้นนะคะ
  • ลักษณะเป็นผื่นวงกลมสีขาว ขอบเขตจะไม่ชัดเจนที่ขอบ จะเห็นเป็นสีจางๆ ใกล้เคียงกับสีผิวหนังปกติ ไม่ค่อยมีสะเก็ดลอกชัดเจน เท่ากับโรคเกลื้อน
  • มักจะพบกลากน้ำนม ในเด็กเล็กๆ จนกระทั่งเด็กวัยเรียน พบมากกว่าผู้ใหญ่
  • กลากน้ำนมชอบเป็นที่บริเวณใบหน้า แก้มไม่ค่อยพบที่บริเวณลำตัว (ถ้าเป็นเกลื้อน มักจะพบที่บริเวณลำตัวมากกว่า)
  • ไม่มีอาการคัน หรือแสบร้อน
  • เนื่องจากไม่ใช่เกิดจากเชื้อโรคจึงไม่สามารถติดต่อกันได้

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคกลากน้ำนม

  1. เด็กที่ตากแดดบ่อยๆ เช่น เล่นกีฬากลางแจ้งตอนแดดจัดมาก
  2. การว่ายน้ำ เช่น ว่ายน้ำสระที่มีคลอรีน มักพบว่าจะเป็นกลากน้ำนม ได้บ่อยกว่าปกติ
  3. เด็กที่เป็นโรคผื่นแพ้ (Atopic dermatitis) มักจะพบว่า มีโรคกลากน้ำนมร่วมด้วย
  4. โรคขนคุด (Keratosis Pilaris) มีโอกาสเป็นโรคกลากน้ำนม ได้มากกว่าคนปกติ

การรักษา

  1. หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ทายากันแดด
  2. หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำในช่วงแสงแดดจัด
  3. ยาทากลุ่มครีมเบสต่างๆ ที่สมานผิว ให้ความชุ่มชื้นกับผิว ให้ความชุ่มชื้นกับผิว
  4. ควรล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า หรือใช้สบู่อ่อนๆ

โรคด่างขาว (Vitiligo)

  • เป็นโรคทางกรรมพันธุ์ ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคใดๆ ทั้งสิ้น
  • เกิดจากผิวหนัง บริเวณส่วนนั้น ขาดเซลล์สร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้ไม่สามารถสร้างเม็ดสีผิวหนังตามปกติได้ ผิวหนังส่วนนั้นจึงมีสีขาว
  • ลักษณะจะเป็นสีด่างขาวมาก ขาวจัด ขาวโพลนกว่าทุกโรค ด่างขาว ขอบเขตชัดเจนมาก รูปร่างไม่แน่นอน ยึกยัก กระจัดกระจายได้
  • ตำแหน่งที่เป็น บางครั้งเป็นเฉพาะบางส่วนของร่างกาย บางครั้งเป็นหลายตำแหน่งของร่างกาย ที่พบบ่อยคือรอบปาก รอบตา ปลายมือ ปลายเท้า
  • ไม่ใช่โรคติดต่อกันทางสัมผัส แต่เป็นโรคทางกรรมพันธุ์ คือ มีบุคคลใดในครอบครัว เช่น ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ พี่ น้อง เป็นด่างขาว ก็มีโอกาสถ่ายทอดมายังลูกหลานได้

การรักษา

รักษาค่อนข้างยาก ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์เท่านั้น เช่น มียาทา ยากิน การฉายแสงรักษา การปลูกถ่ายผิวหนัง เป็นต้น

โรคด่างจากยาหรือสารเคมี

  • มักจะพบที่บริเวณใบหน้า ลำคอ
  • ส่วนใหญ่เกิดจากภายหลังจากการใช้ยา ฝ้าพวกกลุ่มยาไฮโดรควิโนน กลุ่มยาสเตียรอยด์ ทำให้เกิดลักษณะเป็นด่าง วงกลม สีขาวๆ กระจัดกระจายทั่วไปบริเวณที่ใช้ยาทาฝ้า
  • สมัยก่อนเกิดจากการใช้สารฟอกสีผิวให้ขาวเช่น สารฟีนอล

การรักษา

ควรมาพบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเท่านั้น

โรคด่างภายหลังจากปฏิกิริยาอักเสบผื่นแพ้ (Post inflammatory hypopigmentation)

  • พบได้ทั่วร่างกาย มักเกิดภายหลังจากที่ปฏิกิริยาผื่นแพ้นั้นสงบแล้ว หรือหายแล้ว เช่น เป็นผื่นแพ้พวก eczema ตามแขน ขา เมื่อผื่นดีขึ้นหายคันแล้วอาจจะเห็นผิวหนังเป็นสีขาวจางๆ ขอบเขตไม่ชัดเจนทำให้ผิวหนังดูมีสีกระดำกระด่าง มีไม่เท่ากัน ดูไม่สวยงาม
  • อาจใช้โลชั่นหรือครีมบำรุงผิว ทาสมานผิวใช้ชุ่มชื้น ทาช่วยได้ ถ้าไม่หายและกังวลใจจริง ๆ ก็มาพบปรึกษาแพทย์ได้นะคะ

โรคกระขาว (Idiopathic guttate hypomelanosis)

  • ชื่อภาษาอังกฤษ จะยาวกว่าภาษาไทยมากนะคะ โรคกระขาวนี้คือ กระจุดสีขาว กลมๆ เล็กๆ ขอบเขตชัดเจน
  • มักพบในผู้สูงอายุ หรือวัยชรา
  • พบในผู้ที่ชอบตากแดดมากๆ
  • มักพบที่บริเวณแขน ขา ส่วนที่มีโอกาสสัมผัสแสงแดดบ่อยๆ
  • รักษาไม่หาย แต่ไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไรอย่าไปกังวลใจมากนะคะ

พญ.วิญญารัตน์ ตันศิริ


ขอบคุณนิตยสารใกล้หมอ ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600