มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันอังคารที่ 8 มิถุนายน 2542]

เปิดโฉมสารพิษ

'ไดออกซิน' ร้ายแรงที่สุดในโลก


ในทันทีที่มีข่าวว่า บริษัทเวอร์เคสต์ (Verkest) ของเบลเยียม ผู้ผลิตไขมันสัตว์ส่งสินค้าไปให้บริษัทผลิตอาหารสัตว์สิบแห่งในเบลเยียม และบริษัทของต่างประเทศอีกสองแห่ง ตลาดค้าอาหารสัตว์พากันตื่นตระหนก ไปทั่วยุโรปเพราะกลัวว่า ไขมันสัตว์ของเวอร์เคสต์มีสาร ไดออกซิน (Dioxin) ปนเปื้อนอยู่ด้วย

เวอร์เคสต์ป้อนผลิตภัณฑ์ที่ว่านี้ราว 8 หมื่นกิโลกรัม และปศุสัตว์บางแห่งบอกว่า ระดับความเข้มข้นของไดออกซิน ปนเปื้อนในไขมันสัตว์มีมากถึง 800 เท่าของมาตรฐานที่องค์กรอนามัยโลก กำหนดไว้
เมื่อข่าวแพร่สะพัด สหภาพยุโรปสั่งระงับการจำหน่ายเนื้อสัตว์และหมู พร้อมกันนั้นสั่งให้ทำลายซากเนื้อเหล่านั้นเสีย

ตลอดสัปดาห์ที่แล้ว หนังสือพิมพ์ในเบลเยียมพาดหัวใหญ่โตว่า เป็น นิวเชอร์โนบิล (A New Chernobyl) หรือมหันตะภัยระลอกใหม่ เหมือนๆ กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลในยูเครนระเบิดนั่นเทียว

ผลจากข่าวที่ว่าทำให้เบลเยียมสูญเสียรายได้จากการขายเนื้อสัตว์ ราวๆ 767 ล้านเหรียญสหรัฐ ฟาร์มเลี้ยงสัตว์กว่า 1,000 แห่งหยุดใช้ไขมันสัตว์ชั่วคราว
ขณะเดียวกันรัฐบาลประเทศอื่นๆ จับตาข่าวนี้ด้วยความสนใจ บางประเทศสั่งระงับการนำเข้าเนื้อสัตว์จากเบลเยียมแล้ว ส่วนประเทศไทยยังไม่มีข้อสรุปตามฟอร์ม

ทำไม? ไดออกซินจึงเป็นสารที่ผู้คนได้ยินได้รับรู้แล้ว เกิดความตื่นตระหนกตกใจขนาดนั้น

คำตอบสั้น ๆ ก็คือ สารไดออกซินเป็นหนึ่งในสารพิษ ร้ายแรงที่สุดในโลกที่มนุษย์คิดค้นขึ้นมาในยคุปัจจุบัน

ในรายงานของสำนักงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา หรืออีพีเอ (Us Environmental Protection Agency-EPA) เมื่อเดือนกันยายน 2537 ระบุไว้ชัดแจ้งว่า ไดออกซินเป็นสารพิษ ที่คุกคามสุขภาพของมนุษย์อย่างรุนแรง

ผลร้ายของไดออกซินพอๆ กับสารเคมี "ดีดีที" ซึ่งเมืองไทยใช้กันแพร่หลายในวงการเกษตร เพราะเป็นมวรสารอนินทรีย์ที่ตกค้างในสภาวะแวดล้อมเป็นเวลานาน

สารไดอออกซินคืออะไรมาจากไหน ?

ไดออกซิน เป็นกลุ่มของสารประกอบทางเคมีของคลอรีน ที่มีอยู่นับร้อยชนิด ดังเช่นChlorinate dibenzo-p-dioxins (PCCDs) และ Chlorinated dibenzo furans (PCDFs) กลุ่มของสารประกอบเหล่านี้ มีโครงสร้างคล้ายคลึงกัน
แต่ตัวไดออกซินที่มีพิษร้ายแรงที่สุดได้แก่ 2,3,7,8-tetrachlorodibenzo-p-dioxin หรือ TCDD รายงานของสำนักงานเพื่อการวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ (The International Agency for Research on Cancer-IARC) ซึ่งเป็นหน่วยงานขององค์การอนามัยโลกจัดลำดับไดออกซิน ให้อยู่ในสารก่อมะเร็งอันดับหนึ่ง (Class 1 carcinogen)

ส่วนใหญ่แล้ว "ไดออกซิน" ปนเปื้อนในกระบวนการผลิตที่เกี่ยวเนื่องกับ "คลอรีน" โดยไม่ตั้งใจ เช่น โรงเผาขยะ โรงงานผลิตสารเคมีและยากำจัดศัตรืพช โรงงานฟอกย้อมกระดาษ โรงงานผลิตพลาสติกชนิดพีวีซี (Polyvinyl Chloride)

คำถามต่อไปนี้คือ ไดออกซินมีผลต่อสุขภาพมนุษย์อย่างไรบ้าง ?

จากการค้นคว้าศึกษาพบว่า ไดออกซินมีส่วนทำให้ เชื้ออสุจิในเพศชายลดลง มีโอกาสเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งทรวงอกมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังทำให้สมองผิดปกติ เนื่องจากไดออกซิน จะทำลายระบบประสาทส่วนกลาง มีโอกาสเป็นโรคเบาหวานสูงขึ้น และระบบภูมิคุ้มกันลดลง

พิษของไดออกซินเป็นที่รับรู้กันมานานแล้ว แต่ยังไม่มีใครชี้ชัดได้ว่า ปริมาณไดออกซินที่คนรับเข้าไปในร่างกายแล้วเกิดอันตรายนั้น ควรจะมีเท่าใด เนื่องจากว่า ไดออกซินปนเปื้อนในสภาวะแวดล้อมทั่วไป และคนก็รับเข้าไปทุกวันทั้งผ่านการกิน การสูดดม เนื้อ นม ไข่ ปลา ก็มีไดออกซินปนเปื้อนหมดรวมไปถึงน้ำและดินด้วย

อย่างไรก็ดี คนได้ยินชื้อพบไดออกซินที่ไหนก็ตื่นกลัวกัน

กรณีที่สหรัฐพบว่า ไดออกซินปนเปื้อนในสาร 2,4,5-T (Trichlorophenoxyacetic acid) ที่ใช้ทำสารสีส้ม หรือเอเย่นต์ ออเร้นจ์ (Agent Orange) ที่สหรัฐขนไปโปรยในป่า ระหว่างสงครามเวียดนามและเป็นชนิดเดียวกับที่ใช้ทดลองโปรย ในประเทศไทยเมื่อปี 2507-2508 บริเวณป่าหลังค่ายธนะรัชต์ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

สหรัฐให้ความสนใจกับตัวไดออกซินมาก เนื่องจากพบว่า มีทหารอเมริกันผ่านศึกสงครามเวียดนามที่อยู่ในหน่วยปฏิบัติงาน เกี่ยวข้องกับสารสีส้ม เกิดอาการเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งและโรคต่างๆ สูงผิดปกติ ทหารผ่านศึกเหล่านั้น ฟ้องร้องรัฐบาลอเมริกันและบริษัทผู้ผลิตสารสีส้ม เป็นเงินหลายล้านเหรียญสหรัฐ
รัฐบาลตั้งคณะกรรมการการสอบสวนค้นหาความจริงและสั่งถอนชื่อ 2,4,5-T ออกจากบัญชีสารกำจัดศัตรูพืช

ต่อมาเมื่อปี 2534 รัฐสภาสหรัฐได้ออกกฎหมายฉบับหนึ่ง เรียกว่า Agent Orange Act of 1994 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในการศึกษา ด้านสารสีส้มว่า มีเกี่ยวพันกับไดออกซินมากน้อยแค่ไหนอย่างไร มีผลต่อสุขภาพของทหารอเมริกันแค่ไหน เวลานี้คณะกรรมการชุดที่ว่า ยังศึกษาค้นคว้าหาข้อสรุป

อีกเหตุการณ์หนึ่งที่เกี่ยวพันกับไดออกซินเกิดขึ้นที่อ่าวโฮมบุช บริเวณสถานที่จัดแข่งขันโอลิมปิก 2000 ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย บริษัทก่อสร้างพบว่า มีกากสารพิษปริมาณกว่า 300 ตัน ฝังกลบอยู่บริเวณเหนืออ่าว และมีไดออกซินปนเปื้อนอยู่ราว 30 กิโลกรัม เมื่อสืบสาวราวเรื่องพบว่า ในอดีตพื้นที่ดังกล่าวมีโรงงานผลิตสารเคมีชื่อยูเนียนคาร์ไบด์ตั้งอยู่ รัฐบาลออสเตรเลียถึงกับผงะและสั่งจัดการแก้ไขปัญหาโดยด่วน

ย้อนกลับมาเรื่องไดออกซินที่เกี่ยวข้องกับบ้านเราคือ กรณีของโรงงานฟอกย้อมกระดาษที่ยังคาราคาซังเนื่องจาก กระบวนการการผลิตนั้นยังใช้คลอรีน

และกรณีล่าสุด การค้นพบไดออกซินจากตัวอย่าง ที่เก็บจากจุดฝังกลบสารพิษที่สนามบินบ่อฝ้ายทางห้องปฏิบัติการทดลองในสหรัฐ วิเคราะห์แล้วยืนยันว่า มีสารพิษและไดออกซินปนเปื้อนอยู่ แม้ว่าจะมีปริมาณจะไม่มากนักพอที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายของมนุษย์ แต่พื้นที่ตรงบ่อฝ้ายควรจะกำจัดให้หมดไป ไม่ให้คนรู้สึกว่ามันจะเป็นอันตราย ต่อสภาวะแวดล้อมในอนาคตข้างหน้า

ที่สำคัญสหรัฐซึ่งเป็นตัวการที่ขนเอาสารพิษมาทิ้งไว้ที่บ่อฝ้ายเมื่อ 35 ปีที่แล้ว จะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบเต็มที่ ไม่ใช่บ่ายเบี่ยงปัดไปปัดมา เหมือนเช่นทุกวันนี้


ขอบคุณหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600