มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ i.am/thaidoc หรือ hey.to/yimyam

[ คัดลอกจากหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2542]

ล้างพิษ ไดออกซิน

วินัย ดะห์ลัน


ข่าวฮิตเปรี้ยงปร้างในช่วงนี้คือเรื่อง สารไดออกซิน มีอยู่สองข่าวคือ ไดออกซินที่เจอปลายสนามบินบ่อฝ้าย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรื่องหนึ่งซึ่งกล่าวว่า เป็นไดออกซินที่ทหารอเมริกันนำมาใช้ทำฝนเหลือง ครั้งสงครามเวียตนาม หรือเมื่อยี่สิบกว่าปีมาแล้ว กับอีกเรื่องหนึ่งคือ ไดออกซินที่ปนเปื้อนมากับอาหารหลายชนิดที่นำเข้ามาจาก ประเทศเบลเยียม

ไดออกซินเรื่องแรกมีเรื่องทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวค่อนข้างแยะ ทั้งเป็นไดออกซินที่ถูกจำกัดเขตอยู่มาก ไม่ได้แพร่กระจายไปทั่วโลก เหมือนอย่างไดออกซินในเรื่องที่สองที่กำลังทำให้คนทั้งโลกแตกตื่นกันไปหมด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาผู้คนในประเทศกำลังพัฒนาอย่างพวกเรา ซึ่งออกจะเป็นคนประเภทขวัญอ่อนขี้ตกใจง่ายอยู่แล้ว

ก่อนอื่นคงต้องมาดูกันว่าไดออกซินคืออะไร คำว่า ไดออกซิน เป็นชื่อทางเคมีใช้เรียกสารประกอบทางเคมีที่มีธาตุคลอรีน เป็นองค์ประกอบ ซึ่งหากจะนับกันจริงๆ มีอยู่นับเป็นร้อยชนิด แต่ตัวที่มีพิษร้ายแรงมากกว่าใครเขาเพื่อนและเป็นตัวที่รู้จักกัน มากที่สุดคือสารที่เรียกว่า TCDD เป็นชื่อเรียกย่อของสาร 2,3,7,8-tetrachlorodibenzo (b,e) (1,4) dioxin ตัวอักษรดีตัวสุดท้าย ของ TCDD นั่นแหละคือไดออกซิน

สารเคมีพวกนี้ได้มาจากกระบวนการผลิตทางเคมีที่ค่อนข้างซับซ้อน มักเป็นโรงงานที่ใช้สารเคมีประเภทคลอรีนในการผลิต ยกตัวอย่างเช่น โรงงานฟอกเยื่อกระดาษ โรงงานกำจัดของเสียที่มีคลอรีนปนอยู่ โรงเผาขยะ โรงงานผลิตพลาสติก โรงงานผลิตสารกำจัดศัตรูพืชหรือยาฆ่าแมลง

สารไดออกซินนี้หากร่างกายมนุษย์ได้รับในปริมาณมาก จะเป็นสารก่อมะเร็งร้ายแรง ถ้าได้รับในปริมาณที่เกินกำหนด แต่ไม่มากจนเลยเถิดอาจจะทำให้ภูมิต้านทานลด ประสาทส่วนกลาง และสมองเกิดปัญหา เคยมีการกล่าวหาว่าเจ้าสารไดออกซินตัวนี้แหละ ที่ทำให้คนยุคปัจจุบันเป็นหมันและเบาหวานันมากขึ้น

ข้อกล่าวหาจะเป็นจริงหรือไม่นั้นยังไม่มีการพิสูจน์ แต่แสดงให้เห็นข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งว่า สิ่งแวดล้อมของโลกยุคปัจจุบัน มีสารไดออกซินปนเปื้อนอยู่ไม่น้อย

อาการตื่นตระหนกเรื่องไดออกซินเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว ครั้งที่เคยเป็นข่าวดังๆ มีอยู่หลายครั้งอย่างเช่นที่เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2519 เมื่อโรงงานในเมืองเซโวโซ ของอิตาลีทำไดออกซินรั่วไหลเข้าไปในสิ่งแวดล้อมจำนวน 10 ปอนด์ ผลปรากฏว่าเมื่อนำเอาตัวอย่างพืชผัก อาหารตลอดจนดิน น้ำ ไปตรวจสอบเจอสารไดออกซินปนเปื้อนอยู่ในปริมามหาศาล ทำเอาแตกตื่นกันไปทั้งยุโรป

ปัญหาการปนเปื้อนไดออกซินครั้งใหม่เริ่มต้นมาจากบริษัทเวอร์เคส ของเบลเยียมซึ่งเป็นผู้ผลิตไขมันสัตว์รายใหญ่ เกิดอุบัติเหตุอย่างไร ยังหาสาเหตุเด่นชัดไม่ได้ ผลที่ปรากฏคือ ไขมันสัตว์ที่ส่งออกจากบริษัทแห่งนี้ มีไดออกซินปนเปื้อนในปริมาณมหาศาล เกินค่ากำหนดของสหประชาชาติ ตั้งแต่ 100-800 เท่า มีไขมันสัตว์ประมาณ 80 ตันที่มีไดออกซินปนเปื้อน

ไขมันสัตว์เหล่านี้ถูกนำไปผสมในอาหารสัตว์บ้าง เอาไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นบ้างมีผลทำให้ผลิตภัณฑ์เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ และเนื้อสัตว์อื่น รวมทั้งนม ไข่ ที่มาจากเบลเยียมและในประเทศอื่นๆ ที่นำเอาไขมันสัตว์ของบริษัทเวอร์เคสไปใช้เกิดปัยหาปนเปื้อนตามไปด้วย หลีกเลี่ยงไม่ได้

ประเทศเบลเยียมอยู่ห่างจากประเทศไทยตั้งเยอะ แต่สินค้าจากเบลเยียมมีเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราในปริมาณไม่น้อย

การจะรับมือกับปัญหาอาหารปนเปื้อนไดออกซินก่อนอื่น คงต้องพยายามทำตัวอย่าให้ตื่นตระหนกจนเกินไปนัก เพราะอาการตื่นตระหนกใจไม่ได้ช่วยอะไรสักเท่าไหร่

ไดออกซินที่ไปพบอยู่ในไขมันสัตว์เป็นผลมาจากสัตว์กินอาหาร ที่มีไดออกซินปนเปื้อน สารไดออกซินเหล่านี้จะเข้าไปสะสมในไขมัน เพราะไขมันเป็นเนื้อเยื่อส่วนที่ไม่เฉื่อย ไม่ทำงาน การไปสะสมในไขมัน ทำให้ลดฤทธิ์ของไดออกซินในร่างกายสัตว์ อาหารที่ทำจากไขมันสัตว์ ที่มาจากเบลเยียม หรือประเทศใกล้เคียงที่นำเอาไขมันสัตว์จาบริษัทเวอร์ เคสไปใช้จึงมีโอกาสปนเปื้อนได้สูง

ไขมัน มันเนย ไส้กรอก แฮม หรือผลิภัณฑ์เนื้อสัตว์บรรดาตับไก่ ตับวัวกระป๋องที่มาจากเบลเยียม เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เราคงต้องดูว่าหากผลิตในปีนี้คือตั้งแต่เดือนมกราคม 2542 เป็นต้นมา ให้หลีกเลี่ยงไว้ก่อน

หากไปเจอในครัวหรือตู้เย็นหรือในบ้านก็อย่าเสียดายให้ทิ้ง หรือกำจัดเลยแต่ควรดูก่อนว่าผลิตในปีนี้หรือไม่เพราะ ปัญหาไดออกซินเริ่มต้นขึ้นในเดือนมกราคม2542 หากเป็นผลิตภัณฑ์ ที่ผลิตก่อนหน้านั้นก็อย่าไปตระหนักให้มากนัก

หากเป็นผลิตภัณฑ์นมและไข่ อย่างเช่น นมผง เนยแข็ง หางนม แป้งที่ผสมไข่ ขนมนม ที่มาจากประเทศดังกล่าวและผลิตขึ้นในปีนี้ ขอให้หยุดใชัชั่วคราวแต่อย่าเพิ่งทิ้งเพราะโอกาสปนเปื้อนในนม จนถึงระดับที่เป็นอันตรายนั้นเกิดขึ้นได้ต่ำ

โดยปกติแล้วร่างกายไม่ว่าคนหรือสัตว์จะพยายามขจัดสารพิษ ในร่างกายไม่ให้ไปปนเปื้อนจนเป็นอันตรายต่อลูกของตนเอง

สารพิษปนเปื้อนเข้ามาในนมในไข่อาจจะมีได้แต่ไม่น่าจะมีมากจนเกินเหตุ อาการตื่นตระหนกเกิดขึ้นในเบลเยียมได้ เพราะคนของเขาต้องกินเนื้อ กินไก่ที่ผลิตในประเทศแต่คนไทยอย่างเราไม่มีเนื้อไก่ เนื้อหมู ของเบลเยียมให้ต้องกินจะมีก็แต่นม นมผง เนยแข็ง เท่านั้น

หากพบในบ้าน(เพราะตามร้านค้าคงถูกสั่งเก็บหมดแล้ว) ขอให้หยุดการบริโภค แล้วคอยติดตามข่าวว่า ส่วนที่ปนเปื้อน ในผลิตภัณฑ์นมและไข่มีไดออกซินมากน้อยแค่ไหน หากไม่พบหรือพบในระดับต่ำ เราก็ยังนำมาใช้ได้ อย่าลืมว่า การปนเปื้อนไดออกซินในผลิตภัณฑ์อาหารอาจเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว แม้จะเป็นในบ้านเราก็ตามที

ปัญหาก็คือ หากเผลอไผลรับประทานอาหารปนเปื้อนไดออกซินไปแล้ว จะทำอย่างไร
ประการแรกที่ขอเน้นก็คือ อย่าได้ตื่นตระหนกจนเกินเหตุ หากร่างกายเราแข็งแรงตับของคนเราทำลายสารพวกนี้ได้ดีอยู่แล้ว

ประการสำคัญคือ หลีกเลี่ยงอาหารที่ปนเปื้อนไว้ก่อน รับประทานอาหารประเภทผักผลไม้ที่มีวิตามินซี วิตามินบีสูงๆ ผักใบเขียวเข้ม ผลไม้รสเปรี้ยว วิตามินเหล่านี้จะช่วยเร่งการขจัด สารพิษในร่างกายได้ ที่สำคัญก็คือต้องล้างผักให้สะอาด

ลดการรับประทานอาหารไขมันทุกชนิดลง รวมทั้งเลี่ยงการดื่มเหล้า และแอลกอฮอล์เพราะมันจะทำให้ตับมีปัญหา ดื่มน้ำให้มากว่าปกติ พยายามทำร่างกายให้แข็งแรงเข้าไว้ ออกกำลังกายให้ได้เหงื่อที่สำคัญ และขอเน้นไว้เสมอคืออย่าเครียด อย่ากังวลเพราะความเครียด จะทำให้ภูมิต้านทานลดลง

อีกเรื่องหนึ่งคือข่าวลือที่ว่ามีไดออกซินปนเปื้อนในน้ำมันพืช ในอาหารผัดๆ ทอดๆ หลายชนิดในบ้านเรา เรื่องนี้เขาเรียกว่า ข่าวโคมลอยเป็นสีสันแต่งแต้มให้สังคมขี้ตื่นอย่างสังคมเรา ต้องตระหนกตกใจมากขึ้น

ข่าวประเภทเปลี่ยนจิ้งจกให้เป็นจระเข้อย่างที่ฟังกันเล่นๆ ได้แต่อย่าเชื่อให้มากนัก

วินัย ดะห์ลัน


ขอบคุณหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ที่อนุญาตให้นำมาเผยแพร่

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21]resolution 800x600