มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam



วัยสิบสาม ร่างกายเปลี่ยนไปหัวใจถดถอย


ปีแรกของวัยทีนมาถึงแล้ว…สิบสาม…ฝรั่งว่าเลขสิบสามเป็นเลขไม่ดี คุณพ่อคุณแม่เหลียวกลับมามองเจ้าตัวยาววัยสิบสามในบ้าน อาจจะถอนหายใจเฮือก…เข้าเค้า…

อย่าเพิ่งปักใจไปเช่นนั้นค่ะ เรื่องมันมีที่มาที่ไป อ่านพัฒนาการของวัยสิบสามจนจบทั้ง 3-4 ตอน แล้วอาจจะเข้าใจมากขึ้นว่าเหตุไฉน วัยสิบสามถึงเป็นเช่นนี้ จะขอไล่เรียงไปเป็นส่วนๆ ทั้งพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์จิตใจ ทางสังคมกับพ่อแม่ เพื่อนฝูง และอื่นๆ โปรดติดตาม…

พัฒนาการทางร่างกาย

น้ำหนักและส่วนสูงของวัยนี้ทั้งหญิงและชายยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งสำหรับเด็กไทยจะมีความสูงเฉลี่ย และน้ำหนักเฉลี่ยของวัยนี้ดังนี้
เด็กหญิงไทยสูงเฉลี่ย 154 เซนติเมตร น้ำหนักเฉลี่ย 43.5 กิโลกรัม
เด็กชายไทยสูงเฉลี่ย 157 เซนติเมตร น้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 44 กิโลกรัม

  • พัฒนาการทางร่างกายของเด็กหญิงวัยสิบสาม
สำหรับเด็กผู้หญิงถือเป็นช่วงปลายของความสูงแล้ว กล่าวคือ พอถึงวัยสิบสามปี หนูๆ ก็จะสูงได้ร่วม 95% ของความสูงที่จะมีทั้งหมด ฉะนั้นถ้าลูกสูง 150 เซนติเมตรแล้ว ก็อาจจะพอคาดได้ว่า จะสูงได้อีกไม่เกิน 5% หรือไม่เกิน 7.5 ซม. และด้วยเหตุนี้ ความสูงของลูกสาววัยสิบสามก็จะเพิ่มขึ้นในอัตราที่ช้าลง

รูปร่างหน้าตาของเด็กสาววัยสิบสามเริ่มจะเปลี่ยนไปไม่ใช่เด็กหญิงตัวยาวๆ อย่างแต่ก่อน คอ ไหล่ ต้นแขน ตะโพก ต้นขา เริ่มกลมกลึง แลดูเป็นหญิงสาวมากขึ้น
ทรวงอกยังค่อยๆ ขยายต่อไป ค่อยๆ มีขนขึ้นตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ที่รักแร้ อวัยวะเพศ เป็นต้น

หนูเป็นสาวแล้ว…

ช่วงนี้สาวสิบสามมักมีประจำเดือนกันแล้วเป็นส่วนใหญ่ ถ้าลูกสาวใครยังไม่มี ต้องพาไปพบแพทย์แล้วค่ะ การมีประจำเดือนเป็นเรื่องที่แม่จะต้องให้คำอธิบายชี้แนะ ให้สาวสิบสามมีความเข้าใจที่ถูกต้อง " หนูจะต้องรู้ว่ามันคือ สัญลักษณ์บอกความสามารถ ในการสืบพันธุ์ที่เกิดขึ้นในตัวหนูแล้ว หนูตั้งท้องได้แล้ว…ดังนั้น หนูจะต้องเรียนรู้ ดูแลตัวเอง ระมัดระวังตัวเอง " คุณแม่ควรจะหาโอกาสนั่งลงแล้วคุยเรื่องนี้อย่างจริงจังกับลูกสาว เอารูปสรีระของผู้หญิงให้ดู หาหนังสือเกี่ยวกับเพศศึกษาที่ เหมาะสมและสร้างสรรค์ ให้ลูกอ่าน และทำความเข้าใจด้วยกัน (สำนักพิมพ์ ไลฟ์ แอนด์ แฟมิลี่ เพิ่งพิมพ์หนังสือพ็อกเก็ตบุ๊กเล่มหนึ่ง จากคอลัมน์ของ 'ปราณ ปรารถนา' ที่เคยพิมพ์เป็นตอนๆ ลงในนิตยสารเล่มนี้ ชื่อ เซ็กซ์สดใส ภาควัยรุ่น เป็นหนังสือดีเล่มหนึ่งที่ควรแก่การแนะนำให้ลูกวัยรุ่นได้อ่าน เพื่อความเข้าใจเรื่องเพศ อย่างเหมาะสมและสร้างสรรค์)

สาวสิบสามบางคนอาจกังวลว่า การมีประจำเดือนทำให้เธอทำกิจกรรมไม่ได้เท่าแต่ก่อน ตรงนี้คุณแม่ช่วยชี้แจงว่า เธอยังทำทุกอย่างได้เหมือนเดิม เพียงแต่ต้องดูแลความสะอาด การเลือกใช้ผ้าอนามัยให้เหมาะ และถ้าเพลียนักควรพักผ่อนให้เพียงพอ

ถ้ามีอาการปวดท้องรุนแรง ก็ควรปรึกษาแพทย์
สาวน้อยวัยนี้จะเริ่มมีกลิ่นกาย คล้ายสาวใหญ่ทั้งหลาย ฉะนั้น ระวังกลิ่นตัวไว้ให้ดี

  • พัฒนาการทางร่างกายของเด็กชายวัยสิบสาม
เด็กชายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในวัยนี้ อวัยวะเพศเติบโตขึ้นมาก เริ่มมีขนขึ้นตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย หน้าแข้ง หน้าอก ใบหน้ามีหนวดเคราขึ้นมาบ้างแล้ว รักแร้ และอวัยวะเพศ เสียงเริ่มแตกหนุ่ม ก่อนที่เสียงจะแตกหนุ่มสัก 1 ปี กล่องเสียจะใหญ่ขึ้น มี ลูกกระเดือก หรือที่ฝรั่งเรียกว่า แอปเปิ้ลของอาดัม จะเติบโตขึ้นจนมองเห็นได้

ที่เห็นเด่นชัดที่สุดของวัยนี้คือ ความสูงที่จะพุ่งพรวดขึ้นราวหน่อไม้หน้าฝน แต่ช่วงต้นของวัยนี้ยังไม่ถึงความสูงสุด ลูกยังจะสูงได้อีกพักใหญ่ เด็กผู้ชายทั่วไปจะเริ่มมาสนใจ ความสูงของตัวเองมากกว่าเด็กผู้หญิงในช่วงวัยนี้ หลังจากอัดอั้นมานานที่ต้องชะเง้อคอมอง เพื่อนร่วมห้องสาวน้อยหรือถูกล้อจากพวกผู้หญิงว่า "ไง เกิ๊ก…อากาศข้างล่างสบายดีมั้ย…"

ปลายปีของอายุสิบสาม เด็กชายประมาณครึ่งหนึ่งจะถึงจุดสูงสุดของความสูงตัวเองแล้ว ซึ่งหลังจากนั้นก็จะสูงขึ้นในอัตราที่ช้าลง แต่คนที่ยังไปไม่ถึงจุดสูงสุด ปีหน้าก็จะพุ่งพรวดๆ ต่อไป

ถ้าร่างกายของเจ้าหนุ่มน้อยของคุณยังไม่มีวี่แววว่าจะเติบโต ยังเหมือนเมื่อปีก่อนๆ ควรปรึกษาแพทย์ได้แล้ว

วัยสิบสามรู้สึกว่าเขาเป็นหนุ่มแล้ว หน้าอกแฟบๆ แขนขาลีบๆ จากปีก่อน เริ่มมีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แม้จะยังไม่เห็นเด่นชัดมากนัก

หนุ่มสิบสามอาจเริ่มมีการแข็งตัวของอวัยวะเพศขึ้นได้ หากไม่ใช่เพราะมีอารมณ์เพศ หรือถูกกระตุ้นทางเพศ แต่บางทีเป็นความตื่นเต้นจากเรื่องอื่นๆ ดูหนังแอ๊กชั่นธรรมดาๆ หรือนั่งอยู่เฉยๆ จู่ๆ มันก็อาจเด้งดึ๋ง แข็งตัวขึ้นมาได้อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ดึงชายเสื้อลงมาปิดแทบไม่ทัน

ไม่ต้องตกใจ สาเหตุเพราะกลไกทั้งหลายมันยังใหม่ การทำงานยังไม่เข้าที่ ไม่เข้าร่องเข้ารอยนั่นเอง

หลังจากที่อวัยวะเพศยาวขึ้นได้สัก 1 ปี เด็กชายบางส่วนอาจจะมีการหลั่งโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ตอนนอนหลับ หรือที่เรียกว่า ฝันเปียก พ่อแม่อย่าเอาเป็นเรื่องเป็นราว บางทีอาจจะทำไม่รู้ไม่ชี้ เตือนให้เอาผ้าปูที่นอนไปซักเสีย…ก็เท่านั้นเอง อย่าไปล้อเลียน หรือดุว่าด่าทอจนคนรู้กันไปทั้งบ้าน… เขาไม่พอใจแน่ เพราะมันเป็นความลับน่าอายของเขา…? การหลั่งครั้งแรกนี้ จะไม่มีสเปิร์มอันเป็นเชื้อของเพศชาย

แต่วัยนี้แล้ว ส่วนใหญ่เขามีความรู้เรื่องเพศมาพอสมควรก็จากการคุยกับเพื่อนนั่นแหละ รู้ผิดรู้ถูก…รู้ก็แล้วกัน

กลิ่นตัววัยนี้เริ่มจะมาแล้วเช่นกัน ลูกชายถึงวัยที่ต้องเรียนรู้เรื่อง โรลออน เสียแล้ว

อย่างไรก็ตาม มีข้อแนะนำจากนักวิชาการว่า พ่อแม่ควรเป็นผู้แนะนำให้ความรู้เรื่องเหล่านี้ให้ลูก ไม่ใช่เรื่องที่น่าเขินอายแต่อย่างใด ยังมีงานวิจัยจากตะวันตกหลายชิ้นที่ชี้ว่าเด็กๆ ต้องการให้พ่อแม่ เป็นผู้สอนเรื่องเพศศึกษาแก่พวกเขา เพราะมันน่าสะดวกใจกว่า โดยเฉพาะพ่อควรชวนลูกผู้ชาย วัยสิบสามคุยกกันได้ แต่ถ้าจำเป็น แม่เป็นฝ่ายพูดคุยก็ไม่เสียหายแต่ประการใด

เด็กผู้ชายก็เช่นเดียวกับเด็กผู้หญิงวัยรุ่น ที่ควรจะเรียนรู้จักเกี่ยวกับสรีระของตัวเอง พร้อมทั้งกลไกการทำงานต่างๆ ของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากในทางสรีระแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรจะเปิดโอกาสให้ลูกเรียนรู้ในเรื่องคุณค่า คุณธรรมระหว่างเพศ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

เมื่อลูกเรียนรู้และเข้าใจข้อเท็จจริงทางธรรมชาติ และทางสังคม ก็คาดได้ว่า เขาจะมีท่าทีทางเพศที่สร้างสรรค์อย่างแน่นอน
พัฒนาการทางอารมณ์จิตใจ

  • ถดถอยเข้าสู่โลกของตัวเอง
ในทางอารมณ์จิตใจ วัยสิบสามเป็นวัยที่ฝรั่งเรียกว่า inwardization เป็นวัยที่มีอาการคล้ายๆ กับช่วงวัย 3 ขวบครึ่ง กับวัย 7 ขวบ แต่ตรงข้ามกับช่วง 12 ขวบ ซึ่งน่ารักเรียบร้อย และเบิกบานกับชีวิต วัยสิบสามจะคล้ายกับเป็นวัยถดถอย เก็บเนื้อเก็บตัว ชอบ หมก อยู่คนเดียวนานๆ ไม่อยากยุ่งกับใคร ไม่อยากสื่อสารพูดคุยกับคน นั่งก็นั่งคนเดียว อาการบางครั้งเหมือนใจลอย ตัวเองก็ไม่แน่ใจหรอกว่า ตัวเองเป็นอะไร อย่างไร คิดเรื่องตัวเองก็หงุดหงิด ไม่ถูกใจกับคนอื่น กับโลก กับสังคมก็หงุดหงิดได้ทุกเรื่อง

ชีวิตวัยนี้จึงเหมือนไม่ค่อยมีความสุขเท่าไร
แต่ยังดีที่อาการไม่อยากยุ่งกับใครนั้นไม่รุนแรงก้าวร้าวต่อผู้ใหญ่หรือคนอื่น อย่างที่เคยเป็นตอนช่วง 11 ขวบ

อาการอย่างนี้ทำเอาพ่อแม่ส่วนมากสงสัยว่า เทวดาวัยสิบสองที่แสนจะน่ารักของพ่อกับแม่ เมื่อปีก่อนหายไปไหน แล้วเจ้าตัวปีศาจวัยสิบสามนี่โผล่มาจากไหนเนี่ย…???

การที่วัยสิบสามมีธรรมชาติที่ถดถอยและหวั่นไหวง่าย อาจจะดูเป็นเรื่องแย่ ไม่สร้างสรรค์ของครอบครัว แต่แท้ที่จริงแล้ว อาการอย่างนี้ สร้างสรรค์ สำหรับเด็ก เพราะความรู้สึกเก็บตัว ครุ่นคิด ไม่ยุ่งกับใคร สงสัยในตัวเอง และในโลก…เช่นนี้นี่เอง ที่พวกเขาจะสามารถปกป้องหน่ออ่อนแห่งบุคลิกภาพของตัวเองไว้ได้

เขากำลังสร้างหน่ออ่อนของการเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ที่เป็นตัวของตัวเอง

นักวิชาการมองว่า มันเริ่มตั้งแต่ตอนอายุ 12 ขวบ เด็กๆ ทั้งผู้หญิงผู้ชายพยายามที่จะออกสู่โลกกว้าง และถึงแม้ว่าวัยสิบสองจะพบว่า ตัวเองพอไปได้กับโลก แต่ก็รู้ว่ายังไม่พร้อมพอ ดังนั้น การถดถอยในวัยสิบสามจึงเป็นการถดถอยกลับเข้าไปในตัวเองอีกครั้ง เพื่อซุ่มสร้างความเป็นตัวของตัวเอง อีกหนึ่งปีต่อมาจึงจะออกสู่โลกกว้างได้อย่างมั่นใจอีกครั้งหนึ่ง

จากสาเหตุนี้เอง พ่อแม่มักจะพบว่า ไม่มีช่วงใดในวัยรุ่นที่เด็กๆ จะกังวลเรื่องของร่างกายตัวเอง ท่าทาง บุคลิกภาพมากเท่าวัยสิบสาม ส่องกระจกนานที่สุดเป็นครั้งแรกในชีวิต ส่องดูหน้า ดูตา ดูคิ้ว ดูสิว ดูรูจมูก ปัดผมไปทางซ้ายก็ไม่เข้าท่า เสยไปทางขวาก็ไม่ถูกใจ ทำไมตาเราไม่เป็นแบบพี่แบม จมูกทำไมดันไปเหมือนหม่ำ…มันเหมือนกับว่า ไม่มีอะไรในตัวเองที่น่าพอใจสักอย่าง ยิ่งสนใจในตัวเองเท่าไน ก็ยิ่งไม่พอใจในตัวเองมากเท่านั้น ไอ้นั่นก็ไม่ดี ไอ้นี่ก็ไม่ใช่

บางคนถึงกับพยายามที่จะแปลงร่างตัวเองให้ไปเป็นแบบอื่น…เสื้อผ้า ทรงผม ท่าทาง ฯลฯ แบบไหนก็ได้ที่ไม่ใช่แบบซึ่งตัวเองเป็นอยู่ในขณะนี้

  • ไม่อยากยุ่งอะไรกับใคร
อารมณ์ของคนวัยสิบสามต่างกับช่วงวัยสิบสองขวบมากทีเดียว อย่างตอนสิบสองขวบ ไม่ว่าดีใจ หรือเศร้าใจก็ยังเปิดตัวเองกับโลกบ้าง ถึงไม่อยากเข้าร่วมกับกิจกรรมครอบครัวบางครั้ง แต่ก็ยังรีรอนิดหน่อย ไม่กล้าขัดใจพ่อแม่มากนัก แต่พวกสิบสามนี่ แสดงอาการชัดเจนว่า "หนูไม่เอาด้วยเด็ดขาด อย่ามายุ่ง!!" เขาจะพยายามไม่ยุ่งอะไรกับใคร ส่วนมากเริ่ม ปิดตัวเองในห้อง ใช่แต่เข้าห้องไปเฉยๆ บางคนยังล็อกกลอนแน่นหนา หรืออยู่แต่ในมุมเฉพาะของตัวเอง ใครๆ อย่ายุ่ง

พ่อแม่พี่น้องจะได้เห็นหน้าก็มักเป็นตอนกินข้าวเท่านั้น ไม่อยากแม้แต่จะสบตามองหน้าคน หลบไม่ทันจริงๆ ก็มองผ่านหน้าเราไปเหมือนกับไม่เห็นว่ามีเราเป็นตัวตนอยู่ต่อหน้ากระนั้นเชียว

วัยนี้เขาไม่อยากสื่อสารกับใคร พอไม่ชอบใจอะไรก็เดินหนี เข้าห้องปิดประตู อยู่คนเดียว พอพ่อหรือแม่ตื้อถามว่า "หายไปไหน กำลังทำอะไรอยู่" มักจะเกิดอาการหงุดหงิดขึ้นมาฉับพลันทันที แล้วก็จะใช้วาจาอันแห้งผากถามกลับมาว่า "ถามหาทำไม ธุระอะไรกับแม่ (พ่อ) เหรอ…???"

ลูกคุณเป็นแบบนี้หรือเปล่า ?

  • อารมณ์อ่อนเปราะ
พอไม่ค่อยยุ่งกับคน อารมณ์ก็เลยดูเหมือนอ่อนไหวเปราะบางพิเศษ ขี้หงุดหงิด โกรธง่าย น้อยใจง่าย โกรธเมื่อไรเป็นได้เดินปึงๆ เข้าห้องทันที แต่ถ้าเทียบกับช่วงสิบเอ็ดขวบ ความรุนแรงของอารมณ์เริ่มน้อยลง ควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น ไม่ระเบิดเปรี้ยงปร้างออกมา อาจจะมีบ่นพึมพำๆ ไปจนถึงการโต้ตอบด้วยวาจาบ้าง ทำหน้าตาบูดบึ้งบ้าง แต่ก็ไม่มากมายไม่เดือดปุดๆ เรียกได้ว่าเป็นอาหาร หงุดหงิด มากกว่าแสดงความโกรธเกรี้ยวกราด หรือบันดาลโทสะ

ไม่ว่าอยู่ในบ้านนอกบ้านมักไม่ค่อยพูดค่อยจากับคน แล้วก็มาบ่นว่าเหงาโดดเดี่ยว ไม่มีใครสนใจ
อารมณ์น้อยใจ เสียใจเกิดขึ้นง่ายๆ โดยวิธีเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

แม้แต่อารมณ์ขัน โดยทั่วไปมักน้อยลง ต้องพูดว่าวัยสิบสามไม่ใช่วัยสดใสของชีวิตเท่าไร และเรื่องอารมณ์ขันถ้าจะมี มักหนักไปทางถากถางเยาะหยันชาวบ้านมากกว่า ยิ่งถ้าพ่อแม่หรือครู หรือผู้ใหญ่ทำผิดละก็ เก็บเอาไปขำขันหยันเย้ยได้เป็นนาน วัยนี้ยังดูการ์ตูน ยังชอบดูเกมโชว์ตลกๆ โดยเฉพาะเด็กผู้ชาย

เวลาเครียด วัยนี้อาจจะชอบกัดเล็บ ซบใบหน้าซุกอยู่กับมือ บางคนอาจจะมีอาการคล้ายติ๊กๆ ขยิบตายิบๆ กล้ามเนื้อกระตุกตรงนั้นตรงนี้ เป็นต้น

ปกติวัยนี้แล้วมักไม่ค่อยมีอาการกลัว กลัวผี กลัวความผิดอย่างปีก่อนๆ จะน้อยลง แต่จะมีอาการกังวลขึ้นมาแทน วัยสิบสามจะกังวลมากเป็นพิเศษ จนถึงขั้นที่เรียกได้ว่าขี้กังวล กังวลเกือบทุกอย่าง… การบ้าน งานที่โรงเรียน ระเบียบของโรงเรียน กลัวทำโน่นทำนี่ไม่ได้ กังวลที่จะเข้าไปในกลุ่มคน ฯลฯ

แม่ใช้ไปซื้อของปากซอย ยังกังวลว่า จะหิ้วมาไม่หมด…

พัฒนาการทางอารมณ์ดังที่ว่ามานี้ คุณพ่อคุณแม่คงจะเห็นชัดว่า เป็นอาการที่ถดถอยไปจากเดิม ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ปรากฏได้ทั่วไปในวัยนี้ ไม่เลือกลูกเขาลูกเรา อาการสิบสามขวบก็ เป็นปัญหา อย่างนี้กันทั้งนั้นแหละ แต่ถ้าเป็นเด็กที่ไม่มีชีวิตเป็นสุขนัก เช่นมีปัญหาในใจอยู่แล้ว มาจากครอบครัวที่ไม่อบอุ่น หรือความสัมพันธ์กับพ่อแม่ไม่ค่อยราบรื่นนัก อาการถดถอยอาจจะรุนแรงกว่านี้อีก

อย่างไรก็ตาม ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น นักวิชาการมองว่า การถอยหลังหรือเก็บตัวมากขึ้นในวัยสิบสามนี้ จะเป็นพัฒนาการอีกขั้นหนึ่ง ของการทำความรู้จักตัวเอง ใคร่ครวญเกี่ยวกับโลกและผู้คน เขาพยายามที่จะหาตัวตน พยายามจะเข้าใจตัวเอง พยายามหาเอกลักษณ์ของตัวเอง รวมทั้งหน้าตาทรงผม ท่าทาง ความคิด อารมณ์ ดังนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่พ่อแม่จะต้องวิตกกังวลอะไรมากเกินไปนัก

เข้าใจตามธรรมชาติที่พวกเขามักจะต้องเป็น อดทนอดกลั้นกับเขาสักพักหนึ่ง เมื่อเขา ค้นหา ตัวเองพบ เขาก็จะปรับตัวกลับมาเป็นหนุ่มน้อยที่พ่อกับแม่ชื่นชมได้ดังเดิม

พัฒนา สุจริตวงศ์

(update 24 กุมภาพันธ์ 2001)


[ที่มา.. life & family   ปีที่ 5 ฉบับที่ 54 กันยายน 2543 ]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600