มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam



นักวิชาการ วัวบ้า อะมีบา ล่าสุดทำให้คนบ้า



น.พ.นิพนธ์ พวงวรินทร์ หัวหน้าสาขาวิชาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาลเป็นแพทย์ไทยคนแรกที่สามารถวินิจฉัยโรคซีเจดี หรือโรคสมองฝ่อจากเชื้อวัวบ้าได้ในประเทศไทย เคยเป็นแพทย์โด่งดังมากจากการรักษา ท่านพุทธทาสจนวาระสุดท้าย และเป็นแพทย์ไทยที่สามารถรักษา " ผู้ป่วยเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้ออะมีบาให้หายเป็นรายที่ 5 ของโรค "

เป็นนักวิชาการระดับแนวหน้าของไทยที่เจตนาดีมากออกมาเปิดเผยเรื่อง "อะมีบากินสมอง" ให้คนไทยได้รับรู้ และรู้จักป้องกันตนเอง เป็นเจตนาดีแท้แต่คนฟังเกือบเป็นบ้า แตกตื่นตามกัน

น.พ.นิพนธ์ บอกว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ประมาณร้อยกว่าคน แต่ที่รอดชีวิตมีเพียง 6 รายเท่านั้น นอกนั้นเสียชีวิตหมด สำหรับประเทศไทยได้รายงานผู้ป่วยโรคนี้ ประมาณ 20 คน และมีคนไทยรายหนึ่งที่รอดชีวิตเป็นรายที่ 5 ของโลก พอผมรับผู้ป่วยสองคนเข้ามา และรู้ว่าติดเชื้ออะมีบาแน่ จึงอยากเตือนให้ประชาชนทราบว่า โรคนี้ถ้าเป็นแล้วตายอย่างเดียว เคยเกิดขึ้นและหายไปจากประเทศไทยนับสิบปี เพราะ
หนึ่ง หน้าร้อนเชื้อนี้เติบโตได้ดี มันชอบน้ำที่มีอุณหภูมิค่อนข้างสูง จะแบ่งตัวเจริญเติบโตได้ดีในหน้าร้อนนี้
สอง เคยมีผู้ป่วยสองรายที่โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์อย่านำน้ำสกปรกมาสาด เพราะเมื่อ 10 ปีที่แล้ว มีคนงาน จ.สมุทรปราการ นำน้ำจากข้างถนนมาสาดเป็นเหตุให้เสียชีวิต นี่ก็ใกล้สงกรานต์แล้วผมต้องเตือนว่าเอาน้ำดีๆ มาเล่น
ส่วนในรายผู้ป่วยเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้ออะมีบาที่ผมรักษาหายเป็นรายที่ 5 ของโลกนั้น เป็นชาวสวน อายุ 61 ปี อยู่ที่ จ.ศรีสะเกษ เป็นพ่อของพยาบาลที่ ร.พ.ศิริราช เมื่อยี่สิบปีก่อน เขาตักน้ำจากในร่องสวนที่ใช้รดพืชผักแล้วเผลอวักน้ำนั้นมาล้างหน้าล้างตา เกิดสำลักน้ำนั้นเข้าจมูก แรกๆ ก็ไม่เป็นอะไรมาก ต่อมาปวดศีรษะอย่างรุนแรงพร้อมกับมีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน คอแข็ง หลังแข็ง และมีอาการสับสนมา 4 วัน ญาติจึงพาส่ง ร.พ.สรรพสิทธิ์ประสงค์ จ.อุบลราชธานี แพทย์ได้เจาะตรวจน้ำไขสันหลัง พบเชื้ออะมีบาจำนวนมาก จึงส่งต่อผู้ป่วยมารับการรักษาที่ ร.พ.ศิริราช เนื่องจากอัตราการตายของผู้ป่วยกลุ่มนี้ สูงเกือบ 100% ขณะนั้นมีรายงานในวารสารการแพทย์ทั่วโลกเพียง 4 รายเท่านั้นที่รอดชีวิต

ผมจึงให้ยารักษาทุกชนิดที่มีรายงานว่าได้ผลในการรักษา โชคดีมากที่สติสัมปชัญญะของผู้ป่วย กลับคืนมาเป็นปกติในวันที่ 3 หลังการรักษา ส่วนอาการไข้หายไปในวันที่ 4 ของการรักษา การตรวจน้ำไขสันหลังพบเชื้ออะมีบาตลอด 10 วันแรกที่ได้รับยารักษา ผู้ป่วยได้รับการรักษาอยู่ใน ร.พ.นาน 1 เดือน และได้นัดผู้ป่วยมาตรวจทุก 1-2 เดือนจนครบ 1 ปี โดยไม่มีอาการ หรืออาการแสดงทางระบบประสาทเลย ปัจจุบันก็ยังมีชีวิตอยู่ สุขภาพแข็งแรงดีตามประสา คนอายุเกือบ 80 ปี ที่ออกมาพูดเตือนเรื่องนี้ก็หวังอยู่ 2 ประการ คือ

ให้คนไทยได้ " นึก " " รู้ " ว่า เมื่อไปว่ายน้ำ ดำน้ำ หรือสำลักน้ำเข้าจมูกไม่ว่าที่ใด เกิดเจ็บป่วยขึ้นมา บอกประวัติให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด จะได้กระตุ้นให้แพทย์ตื่นตัว ซักประวัติผู้ป่วยที่มีอาการแปลกๆ เข้ามารักษาให้ละเอียด เพราะแรกๆ ที่ผู้ป่วยสองรายล่าสุดเข้ามาที่ศิริราชหรือผ่านมาจาก ร.พ.อื่นๆ ก่อนหน้านั้น แพทย์ไม่รู้ว่าป่วยเป็นอะไร พอสันนิษฐานว่าเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบเฉียบพลัน ก็ไม่รู้อีกว่าติดเชื้อจากอะไร แต่พอไปซักประวัติผู้ป่วยให้มากขึ้น รู้ว่าไปสำลักน้ำมาก็มั่นใจว่าต้องเป็นอะมีบาแน่ จึงขออนุญาตญาติผู้ป่วย ตัดชิ้นเนื้อสมองไปตรวจดูก็ใช่จริงๆ ด้วย ซึ่งหากแพทย์สามารถวินิจฉัยได้เร็ว เชื่อว่าโอกาสที่ผู้ป่วยรอดชีวิตได้ย่อมมีมากขึ้น

(update 28 กุมภาพันธ์ 2001)


[ ที่มา... หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน   วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600