มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam



ผ่าใจแก๊งฉีกทุเรียนอ่อนจิตวิปริตหรือว่าความเชื่อ

กรณีข่าวฉาวโฉ่เกี่ยวกับพฤติกรรมของ " ก๊วนสมาชิกวุฒิสภา " ที่ชอบมีเซ็กซ์กับเด็กๆ ถึงขนาดหัวหน้าแก๊งนั่งสมาธิก่อนร่วมเสพสังวาสนั้น ได้กลายเป็นประเด็นที่สร้างความรู้สึก สะอิดสะเอียดและขนพองสยองเกล้า กับผู้ที่ได้ยินได้ฟังเป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกัน ก็ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า รสนิยมการชอบอึ๊บเด็กนั้น มีต้นสายปลายเหตุมาจากสิ่งใด ? ความเชื่อที่สืบทอดกันมาแต่โบราณกาลที่ว่า การมีเซ็กซ์กับเด็กคือยา อายุวัฒนะขนานเอกตำรับหนึ่ง ความผิดปกติทางจิต หรือนิยมชมชอบเป็นการส่วนตัวเนื่องเพราะทำให้มีพลังทางเพศสูง มีความสุขทางเพศดีเป็นพิเศษ

รวมกระทั่งถึงทำให้เกิดคำถามตามมาว่า การฉีกพูทุเรียนเด็กนั้นทำให้เกิดความสุขทางเพศ จริงหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าหากเปรียบเทียบกับมีเซ็กซ์กับสาวๆ ที่กำลังเติบโตทางเพศถึงขีดสุด

อึ๊บเด็กมีความสุขจริงหรือ

ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม นักจิตวิทยาชื่อดังอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ความเชื่อและค่านิยมเรื่องการมีเซ็กซ์กับเด็กแล้วจะมีความสุขนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะตามหลักแล้วอายุของผู้หญิงที่มีความพร้อมต่อการร่วมเพศมากที่สุดจะอยู่ในช่วงระหว่าง 22- 25 ปี

ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นช่วงอายุที่ตอบสนองต่อการมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างถึงขีดสุด เพราะเป็นช่วงที่ความสุกงอมทางด้านเพศคือสามารถเป็นได้ทั้งฝ่ายรับและฝ่ายรุก ขณะที่การร่วมเพศกับเด็กอายุน้อยๆ ผู้หญิงจะเป็นเพียงแค่ฝ่ายรับ ไม่มีการตอบสนอง และรอให้ผู้ชายเป็นฝ่ายทำให้อย่างเดียว
ที่สำคัญคือช่องคลอดเล็กเกินไปสำหรับกิจกรรมดังกล่าว

" ผมคิดว่าเป็นเพราะความเท่มากกว่า บางคนพอได้ยินว่ามีเด็กอายุ 15-16 มาขายบริการก็ตื่นเต้นแล้ว คล้ายๆ กับพวกติดยาเสพย์ติด ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เลยว่าความสุขที่แท้จริงเป็นยังไง ผมยืนยันว่า การร่วมเพศกับเด็กไม่มีความสุขหรอก "

ดร.วัลลภขยายความว่า จริงๆ แล้วเรื่องนี้ถือเป็นค่านิยมของผู้ชายไทยทั่วโลก ที่แพร่หลายมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในจีน อินเดียและประเทศแถบยุโรป เนื่องจากคิดว่าเป็นสิ่งที่ทำให้มีอายุยืนและมีสุขภาพดี

อาทิ ในจีนนั้น จักรพรรดิหรือฮ่องเต้ถือว่าการร่วมเพศกับเด็กเป็นยาอายุวัฒนะ ขณะที่ในอินเดีย เมื่อผู้หญิงเริ่มมีประจำเดือนก็เริ่มมีเซ็กซ์ได้ในทันที

อย่างไรก็ตาม ค่านิยมการมีเพศสัมพันธ์กับเด็กยุคหลังได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น เมื่อประมาณ 40 ปีที่ผ่านมาในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย ซึ่งเป็นดินแดนแห่งความอิสระเสรีทางด้านเพศ โดยเฉพาะการมีเซ็กซ์กับเด็ก ถึงขนาดส่งวิดีโอการร่วมเพศกับเด็กออกขายยังต่างประเทศ

จากสแกนดิเนเวีย ค่านิยมได้แพร่ขยายออกไป ยังประเทศรอบด้าน สหรัฐอเมริกา และทวีความรุนแรงมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่นก่อนที่จะคืบคลานเข้ามาสู่เมืองไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

ดร.วัลลภวิเคราะห์เพิ่มเติมว่า ความรุน แรงและการแพร่ขยายค่านิยมไปทั่วโลกนั้น เป็นเพราะถูกกระตุ้นด้วยอุตสาหกรรมค้าน้ำกามที่เข้ามาเป็นตัวเร่งเร้าพฤติกรรมของทั้งผู้เสนอ และผู้สนองให้มีความรู้สึกว่าเป็นเรื่องของความเท่ไม่ใช่สิ่งที่ผิดปกติหรือน่ารังเกียจแต่ประการใด

โดยเฉพาะสังคมไทยในปัจจุบันนั้นถือว่ามีความรุนแรงค่อนข้างมาก จนกระทั่งอาจกล่าวได้ว่า เป็นยุคของการปลดปล่อยทางเพศของผู้หญิงไทย เพราะมีอิสระเสรีภาพในเรื่องของการมีเซ็กซ์ถึงขีดสุด ซึ่งส่งผลให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางของโสเภณีเด็กในภูมิภาคนี้เลยก็ว่าได้

" 2 ปีที่ผ่านมาสังคมไทยน่ากลัวมาก เวลานี้ตามอาบอบนวดไม่ว่าจะเป็นแผนไทย หรือแผนปัจจุบันมีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีขายบริการแทบทั้งนั้น แล้วก็ไม่ใช่เฉพาะคนไทยนะ เด็กรัสเซียอายุต่ำกว่า 18 ปีก็มีให้เลือกเที่ยว อาทิตย์ก่อนผมแวะเข้าไปเก็บข้อมูล ยังมีคนเอาเด็กอายุ 12 ปีมาเสนอขายบริการเลย

" ขณะที่ตามแหล่งเที่ยวกลางคืน เช่น อาร์ซีเอ 1 และ 2 ก็มี มีทั้งในรูปของการขายตัวและการมั่วเซ็กซ์ โรงหนังโป๊ก็มีทั่วเมือง เซ็กซ์ไลน์ การร่วมเพศทางอินเทอร์เน็ตมีทั้งนั้น หรือแถวๆ หน้าโรงแรมสยาม ไปดูได้เลยแต่ละคืนมีเด็กไม่ต่ำกว่า 30 คนมาเร่ขายตัวทั่วไปหมด คือเด็กผู้หญิงไทยเดี๋ยวนี้ ไม่มีคติเรื่องพรหมจารีเหลืออีกแล้ว หลายคนพร้อมที่จะขายตัวเพราะคิดว่าได้ทั้งเงิน และมีความสุขทางเพศพร้อมกัน

" หรือสังเกตให้ดีหนังฝรั่งที่เข้ามาฉายในบ้านเรา แทบทุกเรื่องมีฉากร่วมเพศตลอด ทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็นต้องมีฉากนั้นเลยแม้แต่น้อย เท่าที่มีการสำรวจเด็กผู้หญิงก่อนจบ ม.6 เมื่อเร็วๆ นี้พบว่า ประมาณ 30% ผ่านการมีเซ็กซ์ทั้งนั้น ถ้าจะเล่นกันแบบเป๊ะๆ ผมคิดว่า สภาฯ คงไม่ครบองค์ประชุม " ดร.วัลลภกล่าว

เซ็กซ์กับผู้อ่อนวัยยาอายุวัฒนะขนานเอก

ตำนานความเชื่อเกี่ยวกับการมีเซ็กซ์กับเด็กนั้น ถือกำเนิดเกิดขึ้นมานับเป็นพันปี บนผืนแผ่นดินจีน โดยมีความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้นกับความเชื่อของผู้ที่ศรัทธาใน "ลัทธิเต๋า" ด้วยเหตุนี้ จึงสังเกตได้ว่า กลุ่มที่มีรสนิยมดังกล่าวในสังคมไทยมักเป็นพวกที่มีเชื้อสายจีนเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าสัว เถ้าแก่หรือว่านักการเมือง ที่ร่ำรวยและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน

สายัณห์ เล็กอุทัย เจ้าของคอลัมน์คารวะบรรพบุรุษในหนังสือพิมพ์ "ผู้จัดการรายวัน" และผู้ศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับปรัชญาตะวันออกอธิบายถึงคติความเชื่อดังกล่าวว่า ความจริงแล้วความเชื่อเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์กับเด็กหรือผู้ที่มีอายุน้อยกว่านั้น เป็นคติความเชื่อที่สืบทอดกันมาตั้งแต่โบร่ำโบราณ และไม่ใช่เฉพาะแต่ประเทศจีนเท่านั้น หากยังมีปะปนอยู่กับทุกชาติทุกภาษา ไม่ว่าจะเป็นไทย จีนหรืออินเดียที่โด่งดังจากลัทธิตันตระ และตำรากามสูตรที่บันทึกรูปแบบการร่วมเพศท่าทางต่างๆ เอาไว้อย่างละเอียด

อย่างไรก็ตาม เฉพาะความเชื่อที่บันทึกเอาไว้ใน คัมภีร์เต๋าเต็กเก็งนั้น ไม่ใช่เหมือนอย่างพฤติกรรมที่เกิดขึ้นกับกลุ่มสมาชิกวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติของไทย ซึ่งหยิบเอาแต่สิ่งที่เป็นกระพี้และปลีกย่อยเท่านั้น หากเป็นปรัชญาการดำรงชีวิต เพื่อบรรลุธรรมในขั้นสูงเลยทีเดียว

" พวกที่ตกเป็นข่าว เป็นพวกที่อาจศึกษาเต๋าก็ได้ แต่ศึกษาไม่ถึงแก่น หยิบเอามาแต่เปลือกนอก เพื่อสนองตัณหาของตนเองเท่านั้น คือ พอดีช่วงนี้หนังสือเต๋าเกี่ยวกับรักและกามารมณ์ตีพิมพ์ออกมา เป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นคนที่สนใจจึงสามารถซื้ออ่านได้ แต่เมื่ออ่านแล้วก็ไม่ได้ศึกษาให้ถึงแก่นแท้ "

สายัณห์อธิบายเพิ่มเติมว่า ในคัมภีร์เต๋านั้น เซ็กซ์ถือเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับยาอายุวัฒนะ และสุขภาพของร่างกาย ไม่ได้กระทำเพื่อความสนุกสนานและความสุขทางเพศอย่างเดียว

ยกตัวอย่างเช่น ในเต๋านั้นถือว่า การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองอยู่ในกิจกรรม เพื่อออกกำลังกายชนิดหนึ่ง หรือการมีเซ็กซ์ถ้าหากจะบังเกิดผลสูงสุดต่อร่างกาย ต้องทำในคืนพระจันทร์เต็มดวง เป็นต้น

ขณะเดียวกันก่อนที่จะมาถึงขั้นดังกล่าว ผู้ศึกษาจำเป็นต้องเรียนรู้วิถีขั้นพื้นฐานของเต๋าให้สำเร็จ เสร็จสิ้นเสียก่อน อาทิ ต้องฝึกสมาธิ ต้องฝึกการหายใจ ฝึกไท้เก๊กให้ได้เสียก่อน ไม่ใช่อยู่ๆ ทุกคนจะมาเล่นได้ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการฝึกยูโดที่ต้องเริ่มจากเบสิก ก่อนที่จะได้รับสายดำ

" ความจริงการมีเซ็กซ์กับผู้ที่อายุน้อยกว่าย่อม ดีกว่ามีเซ็กซ์กับผู้สูงอายุกว่าอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่เด็กเกินไปเปรียบเทียบให้เห็นง่ายๆ ก็คือในคืนวันที่พระจันทร์เต็มดวง ย่อมสดชื่น สว่างและแจ่มใสกว่าคืนวันพระจันทร์เดือนมืดอยู่แล้ว " สายัณห์ยกตัวอย่างให้ฟัง

จิตใต้สำนึกผิดปกติ

อย่างไรก็ดี ถ้าหากหลุดพ้นจากทฤษฎีความเชื่อของเต๋า และหันมาพินิจพิเคราะห์ด้วยเหตุผล ตามหลักวิทยาศาสตร์ ก็จะพบว่าพฤติกรรมดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับความผิดปกติทางจิตค่อนข้างเด่นชัด

น.พ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ผ.อ.สำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า คนที่ชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็กเพิ่งจะแตกเนื้อสาวหรือที่เรียกกันว่า " โคแก่ชอบกินหญ้าอ่อน" นั้น มักเป็นกลุ่ม คนที่มีความเชื่อผิดๆ ไม่ใช่ผู้ที่มีความผิดปกติทางเพศ ส่วนพวกที่มีความผิดปกติทางจิตใจ มักจะชอบหลับนอนกับเด็กที่ยังไม่แตกเนื้อสาวอายุต่ำกว่า 7-8 ขวบ ลักษณะนี้ถือว่าสภาพจิตใจผิดปกติ แต่สามารถรักษาได้

สำหรับกรณีสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) หลับนอนกับเด็กอายุ 14 ปี ซึ่งเด็กนักเรียนทั้ง 4 คน มีลักษณะเป็นสาวหมดแล้ว จึงไม่ถือว่ามีความผิดปกติทางเพศ แต่เป็นพวกมีความเชื่อที่ผิด เช่น เชื่อว่ามีเพศสัมพันธ์กับเด็กสาวแล้วจะทำให้มีพลังทางเพศสูง มีความสุขทางเพศดีเป็นพิเศษ เพราะเด็กยังบริสุทธิ์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับค่านิยมเป็นหลัก ไม่เกี่ยวกับความผิดปกติทางเพศ

อย่างไรก็ตาม ความเชื่อลักษณะนี้ก่อปัญหาใน สังคมมากมายกลายเป็นปัญหาลูกโซ่ที่ต้องเร่งช่วยแก้ไข

ส่วนกรณีผู้ที่ชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็กที่ยังไม่โตเป็นสาวถือว่าผิดปกติทางจิตใจชนิดหนึ่ง สามารถรักษาได้ แต่ปัญหาคือคนพวกนี้ไม่ยอมมารักษาการรักษามีตั้งแต่พฤติกรรมบำบัด เรียนรู้ในเรื่องเพศใหม่ เช่น เปลี่ยนแปลงความเชื่อ ถ้าเขาไม่สามารถเปลี่ยนความเชื่อได้ อาจให้เขาจินตนาการ วิธีนี้ไม่ก่อปัญหาสังคม เพราะไม่ใช่การลงมือกระทำจริงๆ

" ค่านิยมชอบนอนกับเด็กแรกรุ่น ทำให้เกิดระบบธุรกิจผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม เพราะต้องพยายามหลอกล่อเด็กมาให้บริการทางเพศกับตนเองเด็ก เหล่านี้ยังอ่อนต่อโลก เรียนรู้โลกมาน้อย จึงถูกหลอกง่าย เช่น หลอกให้ใช้เงินฟุ่มเฟือย

" การป้องกันพ่อแม่ต้องเริ่มรู้ตั้งแต่เด็กเริ่มมีปัญหา อาจเริ่มจากมีปัญหาการเรียน ขัดแย้งกับพ่อแม่ เมื่อมีปัญหากับลูกวัยรุ่น พ่อแม่ใช้วิธีการพูดคุยมากกว่าการบังคับ เพราะยิ่งบังคับเด็กยิ่งเตลิดไปไกล

" พยายามร่วมมือกับทางโรงเรียนด้วยการพูดคุยกับครูที่ปรึกษาว่าจะทำให้เด็กลดปัญหาลง อาจให้เด็กทำกิจกรรมในโรงเรียนมากขึ้น เช่น เข้าชมรม ทำกิจกรรมเสริมหลักสูตร เด็กใช้เวลาเป็นประโยชน์ ได้ความภาคภูมิใจในตนเอง เพราะเด็กลักษณะนี้ ส่วนใหญ่จะเรียนหนังสือไม่เก่ง แต่การเรียนไม่เก่งไม่ ใช่ว่าเด็กไม่มีความเก่งด้านอื่น หากได้รับการส่งเสริมด้านอื่นให้เด็กได้ภาคภูมิใจ เด็กวัยรุ่นที่มีความภาคภูมิใจในตนเองจะไม่ก่อปัญหา " น.พ.ยงยุทธกล่าวด้วยว่า พวกที่มีลักษณะ "โคแก่ชอบกินหญ้าอ่อน" ต้องรู้ว่าสิ่งที่ตนเองเชื่อเป็นความเชื่อที่ผิดเพราะเท่ากับเป็นการสนับสนุน ให้เกิดธุรกิจที่ผิดกฎหมายและศีลธรรม เป็นการทำร้ายสังคมอย่างรุนแรง เนื่องจากเมื่อมีธุรกิจผิดกฎหมาย คนเหล่านี้ต้องหาทางหลอกล่อเด็กให้เด็กใจแตกยอมขายตัว

ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิตร่วมกับกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการพัฒนาสื่อการสอนให้ครูแนะแนว ครูที่ปรึกษามีมาตรฐาน สามารถให้คำปรึกษากับเด็ก สังเกตเด็กที่มีปัญหาเหล่านี้ได้ก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม สายเกินแก้ช่วยพ่อแม่แก้ปัญหาเด็กได้ตรงจุดมากขึ้น

(update 6 มีนาคม 2001)


[ ที่มา... หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน   วันพุธที่ 24 มกราคม 2544]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600