มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam



ผื่นคันจากตัวหิด

นพ.อมรชัย หาญผดุงธรรมะ


สวัสดีครับท่านผู้อ่าน "ใกล้หมอ" ที่เคารพ ฉบับนี้ผมขอนำเสนอเรื่องคันๆ ชนิดหนึ่ง เป็นการคันที่มีตัวก่อเหตุครับ ถึงตัวมันจะเล็กมากจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นแต่พิษสงเอาเรื่องทีเดียว ทำให้เกิดผื่นเม็ดแข็งๆ เกิดตุ่มน้ำใส และที่สำคัญก็คือคันมากครับ

เราลองมารู้จักตัวมันก่อนดีไหมครับ

ตัวหิดเป็นไรชนิดหนึ่ง ภาษาอังกฤษ สามัญเรียกว่า Scabies mite มี 8 ขา เท่าแมงมุม ตัวสีขาว ตัวผู้มีขนาด 2 ใน 10 ของมิลลิเมตร ส่วนตัวเมียจะโตกว่า ราวเท่าตัว

หิดจะผสมพันธุ์กันบนผิวหนัง ของเรา เมื่อผสมพันธุ์แล้วหิดตัวผู้ จะตาย หิดตัวเมียจะฝังตัวเข้าไป ในชั้นหนังกำพร้า โดยอาศัยขาหน้า และปากของมันเจาะโพรงหรือ ร่องเล็กๆ ใน

ผิวหนัง ใช้เวลาราว 20 นาที มันก็จะฝังตัวเรียบร้อยอยู่ในผิวหนังที่มันสร้างร่องหรือโพรงขึ้น

หลังจากผสมพันธ์ประมาณ 40 ชั่วโมง หิดตัวเมียจะเริ่มวางไข่ มันจะวางไข่เป็นกลุ่ม กลุ่มละ 2-4 ใบ ตามโพรงที่มันเจาะไป ตัวเมียตัวหนึ่งอาจวางไข่ถึง 40 ใบ ในโพรงที่คดเคี้ยวนี้ นอกจากมีไข่หิดแล้ว ยังมีมูลหรือสิ่งขับถ่ายของมันอยู่ด้วย ตัวเมียจะมีชีวิตอยู่ราว 5 สัปดาห์แล้วก็ตายอยู่ในก้นโพรง ไข่จะฟักออกเป็นตัวอ่อนหลังจาก 4 วัน ตัวอ่อนระยะแรกมี 6 ขา จะคลานออกจากโพรงมาอยู่บนผิวหนัง มันจะโตเต็มที่หลังออกจากไข่ 14-17 วัน

ย้อนดูประวัติศาสตร์เชื่อว่าหิดสร้างความเดือดร้อนให้คนเราช้านานหลายศตวรรษมาแล้วครับ

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 โรคหิดรบกวนทั้งทหารและพลเรือน ในยุคที่เชื้อเอดส์ กำลังระบาดอยู่นี้ก็มีทีท่าว่าหิดจะกลับมาสร้างความรำคาญอีกครั้งในหมู่ผู้ติดเชื้อเอชไอวี

การระบาด

หิดติดต่อโดยการที่ตัวเชื้อไรหิดถ่ายทอดจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ชิดโดยตรงครับ
เชื้อที่ว่ามีเพียงส่วนน้อยที่ติดจากเสื้อผ้าหรือที่นอน ไรหิดสามารถมีชีวิตอยู่นอกร่างกายคนได้หลายวัน
การที่พบตัวหิดตามง่ามนิ้วมือแสดงว่าหิดถ่ายทอดได้ง่ายมากจากมือสัมผัส

อาการของโรค

ผู้ที่ถูกไรหิดบุกรุกเข้าไปอยู่อาศัยตามผิวหนัง จะเกิดอาการสำคัญคือ คัน ครับ ที่มาพร้อมกับคันก็คือ ผื่นผิวหนัง
ต้องบอกว่าคันจากหิดนี่คันจริงๆ และมากด้วย เกากันจนเป็นรอยไปหมดเชียวล่ะ จะคันมากเวลา ที่ร่างกายได้รับความอบอุ่น เช่น เวลานอน
ลักษณะผื่นผิวหนังจะประกอบด้วยเม็ดแข็งๆ เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง มีตุ่มน้ำใส มีร่องเล็กๆ และมีรอยเกา แบบถลอกปอกเปิกทีเดียว

ตำแหน่งที่พบคือ ง่ามนิ้วมือ ง่ามนิ้วเท้า ข้อมือ ข้อศอก รักแร้ หัวนม เอว สะดือ อวัยวะเพศ แถวก้น ต้นขา และข้อเท้า ในเด็กอาจเป็นผื่นที่ใบหน้า ศีรษะ ฝ่ามือ และฝ่าเท้าครับ
เนื่องจากหิดตัวเมียเจาะโพรงคดเคี้ยวอยู่ในหนังกำพร้า ทำให้เห็นเป็นร่อง ดูคล้ายรอยคดๆ งอๆ ยาวราว 1 เซนติเมตร ตรงปลายสุดมักมีจุดใสๆ ถ้าขูดจุดนี้ไปส่องกล้องจุลทรรศน์ดูจะพบตัวไรหิด
ลักษณะรอยหรือร่องนี้เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของหิดครับ พบบ่อยที่นิ้วและแถวๆ ข้อมือ
ตุ่มหิดจะแข็งๆ หรือเป็นเม็ดสีแดง ขนาดราวครึ่งเซนติเมตร จะคันเอาเรื่องทีเดียว มักพบที่อวัยวะเพศชายและบริเวณอัณฑะ
เม็ดแข็งๆ นี้เกิดจากอาการแพ้ของผิวหนังต่อตัวไรหิดเมื่อตัวมันตาย เม็ดแดงๆ อาจคงอยู่หลายเดือนกว่าจะหาย

การวินิจฉัย

ผมจะให้แนวทางง่ายๆ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับท่านผู้อ่านวินิจฉัยเบื้องต้นกรณีพบอาการผื่นคันครับ
ก่อนอื่นให้ท่านถามหรือสำรวจดูซิว่ามีคนในครอบครัวหรือผู้ใกล้ชิดมีอาการผื่นคันแบบเดียวกัน บ้างหรือเปล่า ? เหตุผลก็เพราะโรคหิดติดต่อง่ายอย่างที่ผมกล่าวไว้ตอนต้นแล้ว

เมื่อติดต่อง่าย ก็น่าจะมีการติดต่อกันในครอบครัวหรือผู้สัมผัสใกล้ชิด ถ้าได้คำตอบว่า มีคนเป็นคล้ายๆ กันก็น่าสงสัยครับ
ต่อไปลองดูที่ผิวหนังบริเวณที่เป็นดูซิว่า เป็นบริเวณไหน ลักษณะเป็นอย่างไร ?
ถ้าเป็นผู้ชายดูที่อวัยวะเพศด้วย
ในผู้หญิงให้ดูเพิ่มเติมที่หัวนม
ถ้าเป็นเด็กดูที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และง่ามก้น
เมื่อพิจารณาดูแล้วเห็นอาการคัน ลักษณะผื่น ตุ่มเม็ดแข็ง ตุ่มน้ำใสหรือเม็ดแดงๆ ตามตำแหน่งที่สำคัญ ก็พอเชื่อได้ว่าเป็นหิดครับ
ทางที่ดีก็ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยให้แน่นอน ในการตรวจทางห้องปฏิบัติการแพทย์ อาจใช้ใบมีดทื่อๆ ขูดเบาๆ ที่บริเวณร่องหรือตุ่มน้ำใส นำไปหยดน้ำยา ส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ ถ้าพบตัวไรหิด ไข่ หรือสิ่งขับถ่ายของมัน ก็ยืนยันว่าเป็นโรคหิดจริงครับ

ยังมีโรคหิดอีกชนิดครับเรียกว่า หิดนอร์เวย์ เป็นหิดที่เกิดในผู้ที่ภูมิคุ้มกันโรคไม่สู้ดีนัก เช่นพวกที่สมองพิการ ขาดอาหาร เป็นมะเร็ง เป็นเบาหวานหรือได้รับยากกดภูมิต้านทานของร่างกาย
อาการของหิดนี้จะต่างจากหิดทั่วไป จะมีสะเก็ดหนาพอกบริเวณมือและเท้า และข้อนิ้วมือ บางครั้งมีรอยแตกของผิวหนังด้วย มีเม็ดแดงๆ และสะเก็ดหนาที่หน้า อก คอ หลัง แขนและขา ที่แปลกหน่อยคือ ไม่ค่อยคันมากนักครับ
การวินิจฉัยก็ทำนองเดียวกับโรคหิดปกติ ขูดดูเชื้อจะพบเชื้อจำนวนมากทีเดียว ยุบยับไปหมดว่าเถอะ

การรักษา

หลักการรักษาประกอบด้วย
1. กำจัดเชื้อหิดในสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ทำลายเชื้อตามเสื้อผ้า ที่นอน ด้วยการซัก และต้ม
2. รักษาทุกคนที่เป็นในครอบครัวพร้อมกัน เหตุผลก็คือเพื่อขจัดเชื้อไม่ให้มีแหล่งแพร่เชื้ออยู่ในบ้าน
3. ให้ยาฆ่าเชื้อหิด แพทย์จะให้ยาทาครับ ทาทั่วตัวเลย มักให้ทาก่อนนอน หลังอาบน้ำ แล้วไปล้างเอายาออกเช้าวันรุ่งขึ้น
ยาทามีหลายชนิดครับ บางชนิดใช้กับเด็กหรือเด็กอ่อนไม่ได้ แพทย์จะทราบข้อดีและข้อเสีย ของยาทาแต่ละอย่าง และจะให้คำแนะนำกับท่านได้เป็นอย่างดี เมื่อใช้ยาตามคำแนะนำก็จะไม่มีอันตรายครับ
สำหรับตุ่มเม็ดแดงๆ เมื่อฆ่าเชื้อหิดหมดแล้วถ้าไม่หายแพทย์ก็จะรักษาตุ่มนี้ต่อให้ อาจใช้ยาทา หรือฉีดยาก็แล้วแต่ความรุนแรงของโรค
ส่วนหิดนอร์เวย์จะใช้เวลารักษานานกว่าหิดทั่วไปครับ และยังต้องดูแลรักษาโรคประจำตัว ที่เป็นอยู่เดิมให้ดีด้วย

(update 7 ตุลาคม 2000)


[ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอปีที่ 24 ฉบับที่ 7 กรกฎาคม 2543]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600