มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam


โรควัวบ้า


ระยะการดำเนินโรค CJD นั้นรวดเร็วมากแทบไม่น่าเชื่อว่า
บางรายนับจากเริ่มเป็นโรค จนถึงโคม่าและเสียชีวิต กินเวลาเพียง 4 เดือนเท่านั้น

ผมเป็นคนชอบกินผักมาก แต่มันก็ไม่อร่อยเท่ากับเนื้อ แต่ว่าเนื้อหมู ปลา ไก่ ก็ยังแพ้เนื้อวัว เมื่อเอามาทำก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัว แพนงเนื้อ และสเต๊กเนื้อ แต่ข่าวคราวที่น่ากลัวที่สุดคือ เนื้อวัว มีการระบาดของโรควัวบ้า จากวัวมายังคนที่กินเนื้อวัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศยุโรป คือ อังกฤษ ฝรั่งเศส และใกล้เคียง

โรควัวบ้า นั้น เรียกว่า MAD COW DISEASE แต่ศัพท์แพทย์จะเรียกยาวมากว่า BSE ย่อมาจาก BOVINE SPONGIFORM ENCEPHALOPATHY คำแปล คำแรกแปลว่า วัว คำที่สองแปลว่ามีลักษณะคล้ายกับฟองน้ำ และคำสุดท้ายคือ โรคที่พยาธิสภาพของสมอง

ถ้าหากว่าเป็นโรคของแพะ และแกะ โรคเดียวกันนี้ จะเรียกว่าโรค SCRAPIE และโรคเดียวกันนี้ถ้าเป็นในคนจะมีชื่อเรียกถึง 3 ชื่อ คือโรค KURU ซึ่งพบในชนเผ่ากินสมองคน ในปาปัวนิวกินี และโรค GSS ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโปรตีน PRION ในสมอง

ปัญหาใหญ่ของโรคที่คล้ายโรควัวบ้าในคน คือโรค CJD ย่อมาจาก ชื่อโรค CREUTZFELDT JAKOB DISEASE ซึ่งเป็นโรคสมองเสื่อม (DEMENTIA) ชนิดหนึ่ง ซึ่งพบทุกแห่งทั่วไปทั่วโลก แต่พบน้อยมากคือ ประมาณปีละ 1 รายต่อประชากร 1 ล้านคน ตั้งแต่ปี 1987 เป็นต้นมา CJD เป็นโรคที่เรื้อรังและมีลักษณะคล้ายคลึงกันมากกับโรคอัลไซเมอร์ (ALZHEIMER'S DISEASE)

โรค CJD เป็นโรคลึกลับมานานกว่า 40 ปี แต่ที่แน่ชัดคือเป็นโรคความเสื่อมของสมอง และสามารถติดต่อกันได้


ระบาดวิทยาของโรค CJD


โรค CJD พบมานานกว่า 6 ทศวรรษแล้ว พบมากที่สุดในฝรั่งเศส พบมากในคนอายุ เริ่มตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป เคยพบการระบาดนาน 7 เดือน ในครั้งที่พบมากในหลายๆ ประเทศ จะพบมากในสตรีมากกว่า 5-10% พบว่าเป็นคนในครอบครัวเดียวกันและอาการที่พบนานถึง 2 ปี สำหรับเชื้อชาติไม่พบความแตกต่างกัน


อาการทางคลินิก


อาการที่พบทางคลินิก 3 ประการ คือ สมองเสื่อม กล้ามเนื้อกระตุก และพบความผิดปกติ ของคลื่นสมอง ที่เรียกว่า EEG อาการเริ่มแรกของโรค CJD คือโรคนอนไม่หลับ หลงลืม สับสน มีความรู้สึกแปลกประหลาดและการเห็นภาพทางสายตาผิดปกติ คนไข้มักรู้สึกตัวว่าเหนื่อยอ่อนเพลีย หมดแรงเหมือนกับเป็นไข้หวัดจากเชื้อไวรัส และมักจะมีอาการซึมเศร้าคล้ายๆ กับว่ามีญาติสนิท ในครอบครัวเสียชีวิต ระยะการดำเนินของโรค CJD นั้น รวดเร็วมากแทบไม่น่าเชื่อว่า บางรายนับจากเริ่มเป็นโรคจนถึงโคม่าและเสียชีวิตนั้น กินเวลาเพียง 4 เดือนเท่านั้น ลักษณะคล้ายกับอาการของคนไข้โรคสมองเสื่อม (DEMENTIA) คือโรคนี้จะมีอาการผิดปกติ ในเรื่องของความจำ ลืมเรื่องราวต่างๆ ได้ง่าย เมื่อโรค CJD เป็นมากขึ้นจะสูญเสียในภาษาพูด ในระยะท้ายๆ ของโรคนี้ผู้ป่วยจะไม่พูดจากเลย คล้ายกับคนเป็นใบ้

ในระยะแรกๆ ของโรค CJD นั้น มันจะไปทำลายสมองส่วนที่รับภาพจากลูกตา ทำให้สูญเสียการมองเห็นมากจนถึงขั้นตาบอด และมันไปทำลายประสาทสมองส่วนหน้า ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง และกล้ามเนื้อที่สำคัญจะฝ่อและลีบ อย่างไรก็ตามลักษณะสำคัญ ที่เด่นชัดที่สุดของโรคนี้คือ สมองเสื่อม (DEMENTIA) อาการกล้ามเนื้อชักกระตุก ก็เป็นอาการที่พบบ่อยมันจะเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็หายเองในที่สุด อาการชักกระตุก ของกล้ามเนื้อทำให้คนไข้ตกใจ แต่มักจะเป็นที่แขนหรือขาเดียวเท่านั้น


การพิเคราะห์โรค


ผลจากทางแล็ปและเอกซเรย์ในคนไข้ CJD มักจะผิดปกติทุกอย่าง ยกเว้น คลื่นสมอง EEG ซึ่งผิดปกติเป็นบางครั้ง การเจาะน้ำไขสันหลัง CSF มาตรวจอาจจะพบมีโปรตีนสูงขึ้น แต่ส่วนมาก CSF จะปกติ การฉีดสีตรวจเส้นเลือดในสมองมักปกติ การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ CT จะพบมีสมองฝ่อ (ATROPHY) หรือช่องน้ำไขสันหลังขยายใหญ่ขึ้น แต่ส่วนมากจะพบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น การตรวจด้วย MRI คือ แม่เหล็กเอกซเรย์ จะไม่ช่วยพิเคราะห์ได้เลย คลื่นสมอง EEG จะแสดงให้เห็นถึงความผิดปกติให้เห็นลักษณะของคลื่นสมองอย่างชัดเจน


พยาธิสภาพ


พยาธิสภาพทางสมองของโรค CJD จะเห็นได้เด่นชัดมาก ลักษณะพยาธิสภาพสมอง เมื่อมองดูด้วยตาเปล่าทั่วไปจะมองคล้ายปกติ แต่อาจจะมีลักษณะของสมองฝ่อ (ATROPHY) และช่องน้ำสมองขยายใหญ่ ความฝ่อของสมองนั้นจะมากขึ้นตามระยะเวลาของโรคที่เป็นนานขึ้น ลักษณะทั่วไปของสมองฝ่อจากโรค CJD นั้น คล้ายกับสมองฝ่อจากอัลไซเมอร์ และสมองฝ่อจากสูงอายุ สมองส่วนหน้าอาจจะไม่พบสมองฝ่อ

พยาธิสภาพที่มองขยายดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ จะพบลักษณะสำคัญที่เรียกว่า SPONGIFORM CHANGE ลักษณะการเปลี่ยนแปลงคล้ายฟองน้ำ ซึ่งลักษณะนี้แหละสำคัญมาก เพราะว่า มันไปคล้ายคลึงกับโรค BSE ของโรควัวบ้านั่นเอง ในรายที่ไม่สามารถตรวจพบลักษณะฟองน้ำ ของสมองนี้ก็อาจจะเอาเนื้อเยื่อของสมองไปฉีดในสัตว์ทดลอง เพื่อดูการแพร่กระจายโรค และติดต่อโรคไปยังสัตว์ทดลองได้ เมื่อเอาเนื้อเยื่อสมองของคนป่วยโรค CJD ไปย้อมสี และตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ขยายใหญ่ก็จะพบลักษณะของฟองน้ำชัดเจน


การกำเนิดพยาธิสภาพ (PATHOGENESIS)


โรค CJD นี้ เชื่อว่ามีสาเหตุมาจากเชื้อโรคที่ติดต่อถึงกันได้ จากแหล่งหนึ่งไปยังอีกแหล่งหนึ่ง แต่ว่ายังพิสูจน์ไม่ได้ชัดเจนโดยการจับตัวเชื้อโรคมาดูรูปร่างให้เห็นชัดเจน หรือไม่สามารถจะเจาะเลือด ออกมาหาภูมิต้านทานโรคจากน้ำเหลืองเหมือนกับโรคติดเชื้ออื่นๆ ระยะฟักตัวตั้งแต่เริ่มได้รับเชื้อโรค จนถึงเกิดอาการโรคสมองฝ่อกินเวลาเป็นเดือนถึงปี

เชื้อโรค CJD นี้มันดื้อผิดปกติมาก จนไม่สามารถจะฆ่ามันได้เลยด้วยฟอร์มาลิน ความร้อน ระบบไอออนไนซ์หรือแสง UV แม้กระทั่งกระบวนการสลายนิวคลีอิค แอซิด ก็ทำลายเชื้อโรคนี้ไม่ได้ ด้วยคุณสมบัติที่ดื้อด้านนี้ จึงทำให้มันแตกต่างกับเชื้อไวรัสทั่วไป หรือตัวเชื้อโรคคล้ายไวรัส (VIROID)

ในปี 1987 คุณพรูชสิเน่อร์และพรรคพวกได้ทำการทดลองและสรุปผลเจ้าตัวเชื้อโรคที่ระบาด และตั้งขื่อมันว่า " ไพรออน " PRION แปลว่าโปรตีนชิ้นเล็กๆ (PARTICLES) ที่ระบาดทำให้ติดเชื้อ ซึ่งมันเป็นตัวการทำให้เกิดการติดต่อทั้งโรค CJD และ SCRAPIE (ในแพะและแกะ) แต่ยังไม่เป็นที่ยอมรับกว้างขวางทั่วโลก ที่จะยอมรับว่า ไพรออนนี้ เป็นเชื้อโรคที่ทำให้เกิด โรคดังกล่าวทุกโรค เนื่องจากมันไม่มีสาร นิวคลีอิค แอซิด ซึ่งเป็นส่วนของนิวเคลียส ซึ่งเป็นแกนกลางของเซลล์ แสดงว่าไม่มีเซลล์เป็นตัวตน

CJD ไม่ใช่โรคระบาด แต่เป็นโรคที่ติดต่อกันอย่างสูงมาก โดยมีโรคที่เกิดจากหมอทำหลายราย ปี 1985 มีคนไข้รายหนึ่งติดเชื้อโรค CJD มาจากคนไข้ CJD รายหนึ่ง ซึ่งบริจาคแก้วตาดำมาให้ผ่าตัด เปลี่ยนแก้วตาดำปีเดียวกันนี้มีคนไข้ 2 รายติดเชื้อมาจากผู้ป่วยซึ่งใช้แท่งประจุไฟฟ้าร่วมกัน โดยการใช้วิธีฆ่าเชื้อโรคแบบเก่า มีคนไข้หลายคนที่ได้รับเชื้อโรคนี้จากคนไข้ CJD ซึ่งนำเอาต่อมใต้สมองมาใช้ และหลายรายติดเชื้อจากการผ่าตัดสมองปลูกเยื่อหุ้มสมอง

เนื่องจากมีหลักฐานเป็นที่ปรากฏชัดเจน แน่นอนว่าโรค CJD เป็นโรคที่ติดต่อถึงกันได้ง่าย ปี 1986 จึงมีการกำหนดมาตรการอย่างเข้มงวดในการผ่าตัด ดูแล จับต้องเนื้อเยื่อทุกอย่างจากคนไข้ CJD ต้องทำอย่างระมัดระวัง ดังนั้นมาตรการที่กำหนดขึ้นอย่างเข้มงวดคือ ถ้าจะให้หมอนึ่งอบ AUTOCLAVE แบบเก่า ต้องใช้เวลานาน 1 ชั่วโมง ความร้อนที่ 132 องศาเซลเซียส และนำมาจุ่มลงในน้ำยาโซเดียมไฮดรอกไซด์ 1 N เป็นเวลานาน 1 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิของห้องธรรมดา


ปัญหาของโรควัวบ้าและโรค CJD


ปัญหาโรควัวบ้า BSE และ CJD ทุกวันนี้ยังเป็นเรื่องคาราคาซัง ไม่แน่นอน คนทุกคนกลัวโรควัวบ้ามาก ทุกครั้งที่ผมชวนเพื่อนและน้องๆ ในโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ไปกินเนื้อสเต๊ก ลูกชิ้นเนื้อวัว ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัว ทุกคนจะร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า กลัวโรควัวบ้า เรายังไม่สามารถจะพิสูจน์ได้ว่าโรควัวบ้าจะติดต่อมายังคนได้หรือไม่ ? ทางราชการก็ยังมีความเข้มงวด และระมัดระวังนำเข้าเนื้อวัวจากอังกฤษและฝรั่งเศส และอีกหลายประเทศในยุโรปที่มีโรควัวบ้า

ทั้งโรควัวบ้า BSE และ CJD เป็นโรคใน 7 โรคที่ถ่ายทอดติดต่อถึงกันโดยเชื้อโรค ที่ไม่เป็นไปตามระเบียบแบบแผน (UNCONVENTIONAL TRANSMISSIBLE AGENTS) ใน 7 โรคนี้เป็นของคน 3 โรค อีก 4 โรคจะเป็นของวัว แพะ แกะ กวาง มิ้ง และ ELK แต่ BSE และ CJD นั้นพยาธิสภาพมีลักษณะเหมือนกันที่เรียกว่า เหมือนฟองน้ำ SPONGIOSUM และมันสามารถติดต่อถ่ายทอดถึงกันได้ จึงทำให้คนกลัวโรควัวบ้าว่าจะติดต่อมายังคนได้ แม้ว่าจะยังไม่พิสูจน์ก็ตาม


การรับบริจาคโลหิตในวิกฤตการณ์วัวบ้า


ตามที่ได้เกิดวิกฤตการณ์วัวบ้าขึ้นนั้น ก่อให้เกิดความกังวลแก้ผู้บริจาคโลหิตเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าในขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันแน่ชัดว่า โรควัวบ้าสามารถติดจากการรับโลหิต ของผู้บริจาคที่เป็นโรคนี้ก็ตาม แต่ทุกประเทศรวมทั้งองค์การอนามัยโลกต่างก็เป็นห่วง ในความปลอดภัยของโลหิต โดยเฉพาะโลหิตจากผู้บริจาคที่เคยมีถิ่นพำนักในประเทศ ที่มีปัญหาการระบาดของโรคนี้

เพื่อความปลอดภัยของผู้รับโลหิต ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติจึงได้จัดการประชุม เพื่อหามาตรการและวางแผนนโยบายที่เหมาะสมในเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยมีมติดังนี้
1. เพิ่มมาตรการและความเข้มงวดในการซักประวัติของผู้บริจาคโลหิตทุกราย เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้เป็นผู้ที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศที่เกิดการระบาดของโรค เป็นเวลานานกว่า 6 เดือน นับตั้งแต่ปี 2523-ปัจจุบัน

2. งดรับบริจาคโลหิตจากผู้บริจาคที่พำนักอยู่นานกว่า 6 เดือน ตั้งแต่ปี 2523-ปัจจุบัน ในประเทศที่เกิดวิกฤตการณ์ระบาดของโรควัวบ้า ได้แก่สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ โปรตุเกส ฝรั่งเศส สวิสเซอร์แลนด์ เบลเยี่ยม เยอรมัน เนเธอแลนด์ เดนมาร์ก อิตาลี ลิคเตนสไตน์ ลักเซมเบอร์ก และสเปน
อย่างไรก็ตามสถานการณ์โรควัวบ้าในประเทศไทยขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน การแพร่ระบาดเข้ามาแต่อย่างใด ทางที่ดีประชาชนต้องให้ความระมัดระวังในการรับประทานเนื้อวัว หรือบริโภคเนื้อจากการนำเข้าผลิตภัณฑ์สัตว์จากต่างประเทศไว้ด้วยจะเป็นการดีที่สุด


อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเราควรหลีกเลี่ยง เนื้อวัว ชนิดดีๆ ที่สั่งตรงมาจาก ยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศที่มีโรควัวบ้าระบาดอยู่ จงหันมาช่วยกันส่งเสริม การกินเนื้อวัวไทยแท้ของเราเถิด


(update 13 กรกฎาคม 2001)
[ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอปีที่ 25 ฉบับที่ 3 มีนาคม 2544


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600