มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam


คลินิกจิตเวชเด็ก



ทำไม…ลูกกลัวคนเยอะๆ

ลูกสาวอายุ 2 ขวบ 2 เดือน นอกบ้านที่มีเด็กเยอะๆ แกจะกลัวไม่ยอมลงเลยค่ะ ต้องให้อุ้มตลอดเวลา ยิ่งถ้าเด็กๆ วิ่งไล่กวดกัน แกจะกลัวและร้องไห้ส่งเสียงกรี๊ดทุกครั้งค่ะ แต่ถ้าเด็กเล่นอยู่น้อย 1-2 คน แกก็จะลงเล่นได้ค่ะ นี่แกมีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ

ราตรี/นนทบุรี


เด็กจะมีวิธีเรียนรู้สิ่งต่างๆ ไม่เหมือนกัน เรียกว่าเป็นพื้นฐานของเด็กแต่ละคน เด็กบางคนสามารถปรับตัวง่ายเข้ากับเหตุการณ์ เข้ากับสิ่งแวดล้อมต่างๆ ได้ง่าย แต่เด็กบางคนปรับตัวได้ช้า เช่น เด็กแรกเกิดบางคนหยุดร้องได้เร็ว เปลี่ยนนม กินนมหลายยี่ห้อก็ไม่รู้สึกอะไรมาก แต่เด็กบางคนเรื่องมาก ต้องอย่างนั้นต้องอย่างนี้ ต้องเป็นนมแบนี้ถึงจะทานได้ ถ้าเปลี่ยนไปอาจจะอ้วกใส่เลย 2 วัน 3 วัน 4 วัน บางคนโน่นไปถึง 7 วันถึงจะยอมรับนมใหม่ได้ นั่นก็คือพื้นฐานของเด็กแต่ละคนในการปรับตัวเข้ากับ สภาวะที่มีไม่เหมือนกัน

อีกประการหนึ่งก็คือทักษะที่ครอบครัวส่งเสริมในการเลี้ยงดูเด็ก จะสังเกตได้ว่าตอนลูกเราเล็กๆ ในช่วง 1 ปีแรก พ่อแม่มักจำเป็นต้องปรับตัวเข้าหาเด็กเพื่อจะได้ตอบสนองต่อความต้องการของเด็ก เพราะว่าเด็กพูดไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องก้าวเข้าไปหาเด็กเยอะ จนเด็กเริ่มหันมามองที่ตัวพ่อแม่เริ่มวางใจ เริ่มเข้าใจพ่อแม่ และเกิดความเชื่อมั่นในตัวพ่อแม่ ตัวเด็กเองสามารถยั้งอารมณ์และความต้องการบางอย่างได้ เพราะมีความแน่ใจว่าพ่อแม่จะสามารถช่วยได้ สิ่งเหล่านี้จะค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆ เกิดขึ้น

จนสิ้นสุด 1 ปี สิ่งที่เราเห็นก็คือเด็กคนหนึ่งที่สามารถยับยั้งอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองได้เพราะไว้ใจ เพราะมั่นใจว่าพ่อแม่สามารถช่วยเหลือและเข้ามาช่วยเขาทุกครั้งที่ต้องการ แม้ขณะที่พ่อแม่ไม่อยู่ แต่เขาก็มั่นใจในตัวพ่อแม่ ตรงนี้แหละค่ะเป็นจุดเริ่มต้นในการฝึกให้เด็กหัดปรับตัว ก้าวเข้ามาหาพ่อแม่แล้ว เด็กก็จะเริ่มก้าวออกมาสนใจสิ่งต่างๆ ที่พ่อแม่สนใจ

เวลาคนแปลกหน้ามาที่บ้าน เด็กมองเห็นว่าแม่พูดคุยกับคนแปลกหน้าได้ดี สุดท้ายเด็กก็จะก้าวเข้าไปหาคนแปลกหน้ามากขึ้น เห็นแม่คุยกับแม่ค้าขายของ เด็กก็จะกล้าและก้าวเข้าไปยิ้มกับคนขายของได้มากขึ้น สิ่งเหล่านี้จะต้องมีสื่อในการส่งเสริม ที่จะทำให้เด็กได้มีประสบการณ์ในการเจอคนแปลกหน้า สิ่งต่างๆ เหตุการณ์สภาพแวดล้อมต่างๆ แปลกๆ ใหม่ๆ เพื่อจะทำให้เด็กค่อยๆ ปรับตัว ฝึกตัวเองให้หัดเคยชินด้วย ซึ่งต้องอาศัยการฝึกฝนของพ่อแม่ค่ะ

ปัญหาที่พบในเด็กอายุ 2 ขวบ 2 เดือน ซึ่งทำให้เด็กปรับตัวได้ไม่ดี

สาเหตุอันหนึ่งอาจมาจากอารมณ์พื้นฐานของเด็กทำให้เด็กเป็นคนปรับตัวยาก แต่ถ้าให้เวลาในการฝึกฝน ให้โอกาสในการปรับตัวซ้ำๆ บ่อยๆ จากการที่เด็กสามารถอยู่กับคน 1-2 คนได้ ต่อมาก็ค่อยๆ เพิ่มเป็น 3 คน เป็น 4 คนค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นทีละน้อย ซ้ำๆ บ่อยๆ แบบนี้ก็จะทำให้เด็กสามารถปรับตัวได้ในที่สุด

สาเหตุต่อมา เกิดจากการเลี้ยงดูที่ตามใจเด็กมาก เอาใจเด็กไปทุกอย่าง เด็กกลัว เด็กไม่ยอม เด็กจะให้อุ้มก็ได้อุ้มตลอดเวลา เด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาลักษณะนี้มักจะไม่ยอมปรับตัวเข้าหาใคร เขาจะเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง เพราะฉะนั้นทุกคนต้องปรับเข้าหาเขา และสุดท้ายก็คือ ทำให้เด็กไม่ยอมที่จะเข้าหาคนอื่น เพราะคนอื่นมักไม่ค่อยตามใจเหมือนพ่อแม่

สาเหตุที่สาม การเลี้ยงดูที่เข้าไปช่วยเด็กมาก จนทำให้เด็กขาดทักษะในการช่วยเหลือตัวเอง เด็กอายุ 2 ขวบควรจะช่วยเหลือตัวเองได้อย่างน้อยๆ 40-50% ได้แล้ว เช่น ถอดกางเกงได้ ตักข้าวทานเองได้ เด็กจะต้องถูสบู่ได้ ทำงานง่ายๆ ตามคำสั่งได้ ซึ่งการช่วยเหลือตัวเองนี้ จะฝึกให้เด็กได้มีโอกาส เผชิญกับปัญหาขณะที่ทำงานของตน เช่น การติดกระดุม การถูสบู่ ก็จะเกิดปัญหาขึ้นว่าเขาถูได้ไม่หมด หรือล้างน้ำออกไม่หมด หรือเกิดปัญหาที่ทำให้ต้องหัดคิดไตร่ตรองและแก้ไข

การเลี้ยงดูเด็กโดยเปิดโอกาสให้เด็กได้ช่วยเหลือตัวเองได้ มีโอกาสเจอปัญหาและแก้ปัญหาต่างๆ จะทำให้เด็กเกิดความมั่นใจที่จะก้าวเข้าไปหาเพื่อนคนอื่น

การเลี้ยงดูที่ตามใจเด็กมากหรือช่วยเหลือเด็กมากเกินไปหมด จนทำให้เด็กช่วยตัวเองไม่ค่อยได้นั้น จะบั่นทอนทำให้เด็กปรับตัวออกสู่สังคมได้ยาก

ขณะเดียวกันพ่อแม่ที่ไม่มีสังคมกับใครเลย ต้นแบบคือไม่สัมพันธ์เกี่ยวข้องกับเขา เด็กก็มักจะไม่กล้าพูด ทำความสัมพันธ์กับใครไม่ได้เช่นกัน เพราะเด็กจะดูพ่อแม่เป็นแบบอย่างค่ะ

วิธีแก้ไขคงต้องย้อนกลับไปดูที่สาเหตุ สาเหตุเกิดจากการเลี้ยงดู ก็ปรับเปลี่ยนการเลี้ยงดู สาเหตุตามใจมาก ก็ลดการตามใจลง สาเหตุเกิดจากเข้าไปช่วยเหลือเด็กเยอะ ก็ต้องปรับให้เด็กหัดช่วยเหลือตัวเองเพิ่มมากขึ้น เด็กไม่ได้ออกมาสู่สังคมแปลกหน้ามากมายนัก ก็ต้องให้ออกมาบ่อย การไปห้างสรรพสินค้าไม่ช่วยทำให้ทักษะการเข้าสังคมเด็กดีขึ้น แต่การที่ไปมาหาสู่กันระหว่างหมู่ญาติหรือหมู่เพื่อน หรือหมู่เด็กๆ ตามหมู่บ้านด้วยกัน อันนั้นจะเป็นตัวช่วยทำให้เด็กมีสังคม แต่เด็กยังต้องการผู้ฝึกสอน โดยเฉพาะพ่อแม่หรือพี่เลี้ยง การฝึกสอนไม่ใช่ว่าเอาเด็กกลับบ้านเวลาเกิดปัญหาเท่านั้น แต่การฝึกสอนคงจะต้องทำให้ซ้ำๆ เปิดโอกาสให้เด็กมีโอกาสเจอคนอื่นๆ ซ้ำๆ ด้วยค่ะ

พ.ญ.วินัดดา ปิยะศิลป์


พูดจาไม่เพราะ

ลูกชายอายุ 3 ขวบ พูดจาไม่เพราะเลย เวลาโดนพนักงานที่ร้านแกล้ง จะพูด "เดี๋ยวเตะ" "เดี๋ยวฆ่าให้ตาย" ไม่ทราบจะแก้ไขอย่างไรคะ ทั้งๆ ที่ในบ้านไม่มีใครพูดทำนองนี้กัน กลัวลูกเป็นเด็กก้าวร้าวค่ะ

วลัยพร/กรุงเทพฯ


เวลาเด็กโมโหแล้วพูดไม่เพราะ ให้สอนเด็กให้พูดใหม่ จากที่เล่ามาแสดงว่า แกเห็นคนอื่นโมโหแล้วพูดว่า "เดี๋ยวเตะ" หรือ "เดี๋ยวฆ่าให้ตาย" เลยจำมาใช้ ถ้าที่บ้านพูดใหม่ "โมโหนะ" "เดี๋ยวเถอะ" แกก็จะใช้คำที่เห็นที่จำได้ "เดี๋ยวฆ่าให้ตาย" บางบ้านพูดนะครับ ทีวีก็มีบ่อย มักจะเริ่มจากโมโหยุงก่อน "มากัดลูกได้ เดี๋ยวฆ่าให้ตายเลย" แล้วค่อยๆ ลามปามไปที่สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ผมยังไม่เคยเห็นใครโดนยุงกัดแล้วพูดกับยุงว่า "อย่ามากัดนะ โมโห" มักจะเป็นฆ่าให้ตาย หรือตบให้ตายทั้งนั้นแหละครับ

ดังนั้นคำว่า "ฆ่า" อย่าให้เป็นคำติดปาก คนโบราณเรียกว่าเป็นคำอัปมงคล คำด่าคำไม่เป็นมงคลทั้งหลาย ท่านห้ามพูดในบ้าน ยิ่งกับลูกแล้วห้ามพูดเด็ดขาด ถือว่าเป็นการสาปแช่งลูก ทางพระเรียกคำพูดดีๆ ว่าปิยะวาจา ในบ้านให้พยายามพูดเยอะๆ จะดีเอง เริ่มพาเข้าวัดแล้วนะครับ

เวลาพูดให้สอนคำใหม่ "ไม่พูดแบบนี้ลูก พูดใหม่ โมโหแล้วนะ" สอนคำใหม่ให้สมน้ำสมเนื้อหน่อย มีอยู่บ้านหนึ่ง ผมแนะเสร็จ คุณแม่ไปสอนลูกให้พูดว่า "ขอบคุณค่ะ"คนละอารมณ์ครับ คนละมู้ด ไม่รู้ว่ากลัวอะไร ไม่ยอมให้พูดว่าโมโห แต่ถ้าโตๆ เป็นผู้ใหญ่ เวลาโมโห ให้ยืนขึ้นชูมือ แล้วพูดว่า "ท่านประธานที่เคารพ ผม…" เห็นบ่อยๆ ในสภาฯ เป็นการแสดงการโมโหที่ดีครับ

น.พ.ดุสิต ลิขนะพิชิตกุล


ลูกเหงา อยากออกไปเล่นแต่…

ลูกชายอายุ 2 ขวบค่ะ ดิฉันเลี้ยงลูกตามลำพัง ส่วนสามีไปทำงานนอกบ้าน ดิฉันก็จะเป็น เพื่อนเล่นของลูก เมื่อไม่นานมานี้แกเพิ่งจะมีน้องทำให้ดิฉันมีเวลาให้แกน้อย แกคงเหงาและอยากมีเพื่อน แกชอบไปยืนแอบดูเด็กคนอื่นเล่นกันแล้วก็จะร้องไห้ บอกให้ดิฉันพาแกออกไปเล่น แต่ดิฉันทำตามที่ลูกขอไม่ได้เพราะต้องดูน้องของแกด้วย ก็พยายามอธิบายให้แกเข้าใจ แต่ลูกไม่ฟังเลยค่ะ แกจะโมโหกลับ ก้าวร้าวมากกว่าเดิม ขว้างปาข้าวของกันยกใหญ่ ทำให้ดิฉันโมโหมาก แต่ก็สงสารลูก ดิฉันควรทำอย่างไรดีคะ

วิลาวัลย์/กรุงเทพฯ


ลูกคนโตของคุณอายุแค่ 2 ขวบ เป็นวัยที่ยังต้องการเล่น ต้องการเวลาจากคุณพ่อคุณแม่อย่างมาก และเขาก็ยังไม่เข้าใจ เล็กเกินไปที่จะเข้าใจถึงความจำเป็นของคุณแม่ที่จะต้องดูแลน้อง ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเวลาที่ให้กับเขาถึงน้อยลงไป ทำไมคุณแม่ถึงปฏิบัติกับเขาไม่เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นการพยายามอธิบายให้เขาเข้าใจนั้นจึงไม่เหมาะกับวัยของเขาซึ่งอายุเพียง 2 ขวบเท่านั้น เด็กจึงมีความโกรธและก้าวร้าว

หมอคิดว่าในกรณีนี้ยังมีความจำเป็นที่ลูกวัย 2 ขวบจะต้องได้โอกาสออกไปเล่นกับเด็กอื่นๆ คุณแม่ควรหาวิธีการที่จะสามารถพาเขาออกไปเล่นได้ ขณะเดียวกันคุณแม่ก็ดูแลน้องด้วย อย่างเช่น หารถเข็นสำหรับน้องที่จะนอนในรถเข็น เมื่อคุณแม่พาลูกชายคนโตออกไปเล่นข้างนอก ก็เข็นคนเล็กไปด้วยกัน หรือหาใครที่จะช่วยดูแลลูกชายคนเล็ก แล้วพาลูกคนโตออกไปเล่นกับเด็กอื่น

ฉะนั้นคุณแม่อาจต้องหาผู้ช่วยแล้วล่ะครับ คงต้องตกลงกับสามีว่า จะสามารถกลับจากที่ทำงานเร็วขึ้น หรือหาเวลาที่จะมาช่วยคุณแม่ดูลูกชายคนโตได้อย่างไรบ้าง

ในกรณีที่ไม่สามารถจะพาลูกคนโตออกไปข้างนอกได้จริงๆ หมอคิดว่าคุณแม่คงต้องเป็นผู้ที่เล่น กับลูกคนโตเอง โดยขณะเล่นกับพี่สายตาก็ดูน้องคนเล็กไปด้วย หรือในขณะที่น้องคนเล็กต้องการให้แม่ เข้าไปดูแลคุณแม่ก็ดูแลน้องคนเล็กขณะที่สายตา ความสนใจ ปาก คำพูดนั้นให้กับลูกคนโต พอจะนึกภาพออกไหมครับ อย่างเช่น ขณะที่อาบน้ำให้น้องคนเล็ก เปลี่ยนผ้าอ้อมให้น้องคนเล็ก คุณแม่ก็สามารถจะให้ความสนใจ พูดคุย เล่าเรื่อง แนะนำลูกคนโตหา ของเล่นมาให้ลูกคนโต มีปฏิสัมพันธ์กันได้ เพื่อที่จะให้คนโตได้สามารถมีกิจกรรมและได้รับความสนใจจากแม่ควบคู่กันไปด้วย

ผศ.นพ.ชาตรี วิฑูรชาติ


มีอะไรในใจหรือเปล่า

ลูกอายุ 4 ขวบ 7 เดือน เวลาดิฉันพูดอะไรขัดใจแกจะไล่ดิฉันออกจากบ้านบอกว่า ไม่ให้แม่อยู่บ้านนี้และถ้าดิฉันว่าแก แกจะนอนร้องไห้จริงๆ ปกติแกเลี้ยงง่ายค่ะ ไปโรงเรียนก็ไม่เคยร้องไห้ แต่ตอนนี้มีปัญหามาก ไม่รู้มีอะไรในใจหรือเปล่า หรือเป็นเพราะมีน้อง แต่แกก็ดูรักน้องนะคะ จะแก้ไขอย่างไรดี

จารุวรรณ/นครปฐม


กว่าจะได้คำตอบหวังว่าคุณแม่คงจะไม่ต้องย้ายออกไปอยู่นอกบ้านจริงๆ แล้ว เพราะถ้าเป็นอย่างที่คุณแม่เล่า แต่ก่อนลูกไม่เป็นอย่างนี้ อยู่ดีๆ เขาเปลี่ยนไป ก็น่าจะคิดอย่างที่คุณแม่บอกว่า เขามีอะไรอยู่ในใจหรือเปล่าจริงๆ

แต่เนื่องจากผมไม่มีรายละเอียดอย่างอื่นเลย ไม่ว่า เป็นลูกสาวหรือลูกชาย วิธีคิดให้ได้คำตอบนี้อาจจะต้องตั้งสติรวบรวมความคิดสักนิดอย่างนี้ครับ เริ่มถามตัวเองว่า น้องคลอดเมื่อไร ที่คุณแม่ว่าเขาเพิ่งเปลี่ยนไปนั้น เวลาประจวบกันหรือไม่ สภาพอื่นภายในบ้าน รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างคนในบ้าน ไม่ว่ากับเขาหรือระหว่างพ่อกับแม่ยังราบรื่นหรือไม่ หากเด็กไล่คุณแม่ ก็ไม่ต้องไปสะเทือนใจว่าแกไม่รักเรา การมีอารมณ์กลับจะยิ่งทำให้ความสามารถ ในการวิเคราะห์สาเหตุน้อยลงไป การทำเป็นงอนไปจากบ้านจริงๆ หรือทำเป็นรักน้อง อย่างที่พ่อแม่บางคนชอบทำ มักทำให้เด็กร้องไห้ขัดใจ เพราะจริงๆ เขาไม่ได้ต้องการอย่างที่เขาพูด ถ้านึกทุกอย่างแล้ว ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ก็คงต้องปรึกษาจิตแพทย์เด็กแล้วล่ะครับ

ผศ.นพ.ปราโมทย์ สุคนิชย์


กินก็เก่ง ตวาดก็เก่ง

ลูกอายุ 10 เดือน จะกินตลอดเลย ถ้าเห็นคนอื่นกินก็จะกินด้วย ถ้าไม่ให้ก็จะงอน ร้องไห้ ถ้าอุ้มหนีก็จะทำตัวแข็งหงายหลัง นอกจากนี้ยังเป็นเด็กเจ้าอารมณ์ ชอบตวาดใส่ถ้าถูกขัดใจ อาจเป็นเพราะที่บ้านมีเด็กอายุ 3 ขวบ ชอบตวาดใส่เขา ซึ่งลูกก็จะตวาดตอบ ตอนนี้เลยตวาดใส่ทุกคนที่ขัดใจ จะทำอย่างไรดีคะ

หทัยกร


สำหรับปัญหาแรกทางแก้น่าจะอยู่ที่ผู้ใหญ่เองว่า ท่าทางตัวแข็งแล้วหงายหลังนั้นมีผลให้เรา ห้ามการกินของเขาไม่ได้หรือ ปัจจุบันการกินอาหารที่เป็นมื้อของเขาไปถึงไหนแล้ว ได้สองสามมื้ออย่างที่ควรหรือไม่ การดื่มนมเป็นอย่างไร น้ำหนักตัวเท่าไร เพื่อจะได้ทราบว่า ปริมาณอาหารที่จะได้อีกเมื่อเห็นคนอื่นกิน เป็นส่วนเติมที่ขาดหรือเป็นส่วนเกินกันแน่ ถ้าเป็นอย่างแรก ก็ต้องหาทางช่วยเรื่องการกินตามปกติของเขาก่อน แต่หากเป็นอย่างหลัง ก็ต้องกำจัด เบนความสนใจเขาไป หรือบางคนแค่แบ่งให้กินนิดหน่อย เด็กเขาก็พอใจแล้ว

ส่วนปัญหาการตวาด ผมไม่ทราบสถานการณ์ว่า เขาตวาดกันเล่นๆ หรืออารมณ์ไหนกัน ซึ่งก็เป็นไปได้ว่า เขาคงชอบใจกับการได้ตวาดเสียงดังพอควร เลยมาแสดงเมื่อถูกขัดใจ การตอบสนองของเราควรหนักแน่น ไม่ว่าเขาจะหงายหลังหรือตวาด เมื่อมีขีดจำกัดแค่ไหนก็แค่นั้น หากแสดงอารมณ์หรือกำลัง ทำหน้านิ่งๆ ไม่ตวาดกลับหรือหัวเพราะชอบใจ ควรทำอย่างนี้ กับพี่สามขวบคนนั้นด้วย เพื่อให้พฤติกรรมนี้หายไปจากทั้งคู่

ผศ.นพ.ปราโมทย์ สุคนิชย์

(update 9 พฤษภาคม 2001]


[ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่   ปีที่ 5 ฉบับที่ 59 กันยายน]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600