มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam


 อาการร้องไห้และกลั้นหายใจในเด็ก


อาการร้องไห้และกลั้นหายใจจะพบในเด็กที่ค่อนข้างเล็ก ช่วงอายุอาจจะเป็นขวบปีแรก เพราะถ้าเป็นในเด็กโตเวลาที่เขากลั้นหายใจอาจจะเห็นไม่ชัดเจน เนื่องจากว่ารูปร่างของเด็กเริ่มโตขึ้น คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะตกใจเวลาที่เห็นลูกร้องแล้วกลั้นหายใจไป หรืออาจจะเกรงว่าจะเกิดอันตราย

สิ่งแรกที่ควรจะต้องดู ก็คือว่า เด็กมีปัญหาในเรื่องของทางร่างกายหรือไม่ ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ เวลาที่เด็กร้องไห้แล้วมีอาการเขียวเกิดขึ้น สาเหตุทางร่างกายที่อาจจะพบบ่อยๆ ก็อาจจะเป็น ภาวะของความผิดปกติทางหัวใจที่ทำให้เมื่อเด็กกลั้นหายใจ อาจจะทำให้เกิดอาการเขียว ตามร่างกายขึ้นมาได้ ในเด็กเล็กจะเห็นค่อนข้างชัด เพราะว่าขนาดร่างกายของเขาไม่โตนัก การกลั้นหายใจเพียงไม่นานก็อาจจะเห็นลักษณะเขียวคล้ำ ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่ถึงกับออกเขียว คุณพ่อคุณแม่อาจจะเห็นสีที่คล้ำลงหรือเข้มลง บางคนอาจจะรู้สึกเป็นสีม่วงเข้ม หรือบางทีก็อาจจะซีดลง หรือว่าค่อยๆ คล้ำขึ้นเรื่อยๆ หรือถ้าในเด็กบางคนก็อาจจะจะเห็นเป็นเรื่องอาการเขียวที่ชัดเจน ถ้าเป็นอาการที่เกิดจากทางร่างกาย

โดยทั่วไปในปัจจุบันเนื่องจากว่าเด็กๆ คลอดในโรงพยาบาล หลังจากคลอดก็มักจะได้รับ การตรวจร่างกายในเบื้องต้นจากแพทย์ ถ้ามีความผิดปกติทางหัวใจ แพทย์ผู้ทำคลอด ก็จะแจ้งให้คุณพ่อคุณแม่ได้ทราบว่า เขามีอาการที่เป็นอาการทางร่างกาย แต่อย่างไรก็ตาม ในเด็กบางคนอาการอาจจะมีมาชัดเจนเมื่อเริ่มโตขึ้น หมายถึงว่าเมื่อแรกคลอดนั้น แพทย์ตรวจแล้วไม่พบอาการ เวลาที่เขาร้อง หรือเวลาที่เขาทำอะไรที่ทำให้เกิดการหายใจที่ไม่ทันกัน อาจจะมีอาการเขียวเกิดขึ้นได้ วิธีแยกว่าลักษณะร้องไห้และกลั้นหายใจนี้ เกิดจากการมีปัญหาทางร่างกาย หรือปัญหาทางอารมณ์ ก็คงต้องดูอย่างนี้

ถ้าเป็นอาการจากปัญหาทางร่างกายที่เกิดจากความบกพร่องของการทำงาน ของระบบไหลเวียนโลหิต หรือปัญหาจากทางหัวใจ อันนี้จะพบว่า ไม่ว่าจะเป็นการร้องไห้ หรือการทำกิจกรรมบางอย่างที่ทำให้เหนื่อยหรือรู้สึกอ่อนเพลียก็อาจจะทำให้เกิดอาการเขียวขึ้นได้ หรือในเวลาที่เด็กไม่สบายหรือมีปัญหาในเรื่องสุขภาพอื่นๆ ก็อาจจะเกิดอาการเขียว มิได้เกิดการเขียวโดยเฉพาะเวลาที่ร้องไห้เท่านั้น และเด็กมักจะมีปัญหาในเรื่องของน้ำหนัก ส่วนสูง โดยมักมีการเจริญเติบโตที่ไม่ดี หรือมีร่างกายไม่แข็งแรง กรณีอย่างนี้ในเวลาที่ไปพบแพทย์ หรือพาลูกไปตรวจซ้ำ คุณพ่อคุณแม่ก็ควรเล่าอาการเหล่านี้ให้แพทย์ได้ทราบ เพื่อที่จะได้ตรวจโดยละเอียดว่าเขามีอาการทางร่างกายหรือไม่

ในอีกกรณีหนึ่ง เราพบว่าเด็กอีกกลุ่มหนึ่งนั้นไม่มีปัญหาในเรื่องทางร่างกาย นั่นก็คือ ระบบการทำงานของหัวใจและการไหลเวียนของโลหิตนั้นปกติดีทุกประการ แต่ในเวลาที่เขาร้องไห้ เขาจะกลั้นหายใจชั่วคราว การกลั้นหายใจชั่วคราวในเด็กเล็กๆ อย่างนี้ อาจนำไปสู่อาการเขียว หรือทำให้คุณรู้สึกกังวลใจ เกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายกับลูกได้ และถ้าเราปฏิบัติต่อเขา ได้อย่างไม่เหมาะสม อาจจะพัฒนาต่อไปเป็นปัญหาทางอารมณ์ในเด็กได้ อาการอย่างนี้พบว่า มักจะเกิดในช่วงที่เด็กรู้สึกโกรธ หรือรู้สึกว่าถูกขัดใจอย่างรุนแรง หรือไม่ก็อาจจะเกิดกลัว อะไรบางอย่างอย่างมาก

ถ้าคุณพ่อคุณแม่มั่นใจแล้วว่าไม่ใช่อาการที่เป็นจากความบกพร่องทางร่างกาย ก็ขอให้มีความเชื่อมั่นว่า อาการอย่างนี้จะไม่เป็นอันตรายแก่เด็ก เด็กจะเป็นเพียงชั่วครู่ แล้วเขาจะกลับมาหายใจปกติ อาการเขียวก็จะดีขึ้นเอง แต่วิธีการดูแลเขาและการปฏิบัติต่อเขา ในขณะที่เป็น อาจจะส่งผลดีหรือผลร้ายต่อเด็กในระยะต่อไปได้ ถ้าเราดูแลเขาอย่างไม่เหมาะสม อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว คืออาจจะนำไปสู่พัฒนาการทางอารมณ์ที่ทำให้เด็กเรียกร้อง หรือสนใจแต่เรื่องของตนเอง เอาแต่ใจตัวเอง ต้องการอะไรแล้วต้องได้ ขาดความอดทนต่อไปได้

ข้อควรปฏิบัติในกรณีที่เด็กมีอาการจากปัญหาทางอารมณ์นั้น แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่

  • การปฏิบัติขณะเด็กกำลังร้องและกลั้นหายใจ
ถ้าเป็นในขณะที่ลูกกำลังร้องและกลั้นหายใจ แล้วเริ่มมีอาการที่เขียวเกิดขึ้น คุณพ่อคุณแม่ต้องปฏิบัติต่อเด็กอย่างนุ่มนวล เช่น อุ้มไว้กับตัว อาจจะปลอบโยนเบาๆ หันความสนใจของเด็ก เช่น อาจจะเอาของเล่นหรือสิ่งที่เด็กชอบบางอย่างเบนความสนใจออกไป เมื่ออารมณ์ของเขาสงบลง อาการกลั้นหายใจจะหายไป เด็กจะกลับมาหายใจปกติ อาการเขียวก็จะหายไป คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตได้ว่าเด็กสามารถรับประทานอาหาร หรือมีการเติบโตของร่างกายได้ตามปกติ ไม่มีปัญหาอะไร

คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรที่จะเกรี้ยวกราดกับเด็ก หรือดุว่าเด็กอย่างรุนแรง เพราะความรู้สึกกลัวว่าถ้าเด็กยิ่งกลั้นหายใจจะยิ่งทำให้อาการมากขึ้น การทำอย่างนั้น แทนที่เด็กจะหยุดทำ เด็กมักจะกลับตกใจแล้วยิ่งร้องมาก ยิ่งกลั้นหายใจมากขึ้น ก็จะยิ่งเกิดปัญหามากขึ้น โดยเด็กจะรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจเวลาที่เขาเกิดความไม่สบายใจ หรือความกังวลใจเกิดขึ้น

ในขณะเดียวกัน พ่อแม่หลายๆ คนอาจจะกลัวว่าเด็กอาจจะกดดันมากเกินไป หรือถ้าปล่อยให้เด็กร้องและกลั้นหายใจอย่างนี้บ่อยๆ จะเป็นการไม่ดี ก็อาจจะยอมทำตามใจเด็ก ยอมให้เด็กได้อย่างที่เขาต้องการ การทำเช่นนี้ก็จะทำให้เด็กพัฒนาติดขึ้นไปเป็นนิสัยว่า ถ้าเขาอยากได้อะไร แล้วใช้วิธีร้องแล้วกลั้นหายใจ พ่อแม่ก็จะยอมตามใจ ก็จะทำให้ปัญหา ยุ่งยากมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้น เมื่อเด็กเริ่มมีอาการควรจะปฏิบัติต่อเด็กอย่างนุ่มนวล ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว แต่ก็ไม่ปฏิบัติตามที่เขาเรียกร้อง
  • การดูแลในระยะยาว
1. ไม่ควรจะยั่วยุหรือเร้าให้เด็กมีอารมณ์โกรธอยู่เสมอ หลายๆ ครั้งคุณพ่อคุณแม่หรือพี่ๆ อาจจะเย้าหรือแกล้งเด็ก เพื่อทำให้เขาร้องไห้แล้วกลั้นหายใจ แล้วเราก็ชอบอกชอบใจว่า แกล้งเด็กได้สำเร็จ การทำเช่นนี้ไม่เป็นการดีกับเด็กเลย นอกจากจะทำให้เด็กมีความตึงเครียด โดยไม่จำเป็นแล้ว ต่อไปเด็กอาจจะพัฒนากลายเป็นคนเจ้าอารมณ์ได้

2. หัดหรือฝึกให้เด็กมีพัฒนาการตามวัยของเขา วัยที่เด็กมีอาการกลั้นหายใจ มักจะเป็นช่วงที่เด็กเริ่มอยากจะทำอะไรด้วยตัวเอง อยากจะพัฒนาความเป็นตัวของเขาเอง บางทีเราอาจจะเข้าไปขัดขวางกระบวนการพัฒนาตามวัยของลูก แล้วทำให้เกิดความกดดัน และความตึงเครียดต่อกัน คุณพ่อคุณแม่จะต้องลองพิจารณาว่า เวลาที่เกิดปัญหาเช่นนี้นั้น มีสถานการณ์อะไรนำมาก่อน สถานการณ์บางอย่างอาจจะยืดหยุ่นหรือผ่อนปรนให้เด็กได้ ถ้าเป็นการที่เด็กมีความต้องการที่จะทำอะไรด้วยตัวของเขาเอง เราอาจจะค่อยๆ แนะนำ หรือให้การสนับสนุนภายใต้คำแนะนำให้เขาทำได้เหมาะสมขึ้น บางทีอาจจะเป็นเพราะว่า เราเกรงว่าลูกจะเกิดอันตราย หรือบางครั้งเกรงว่าเด็กจะทำได้ไม่ดี ทำให้เราเข้าไปขัดขวาง การช่วยเหลือตัวเองตรงนี้ของเด็กก็ได้ แต่ถ้าเราปล่อยให้เขาทำเองภายใต้คำแนะนำ และการสนับสนุน เด็กก็จะลดความตึงเครียดจากการที่ถูกกดดันลง

3. ต้องฝึกเรื่องความอดทนให้กับลูก ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่า เด็กวัยนี้จะต้องค่อยๆ เติบโตและพัฒนา โดยมีความเข้าใจว่า ตัวเองไม่สามารถที่จะเรียกร้อง ทุกสิ่งทุกอย่าง หรืออยากจะได้อะไรต้องได้ตามใจชอบเสมอไป เขาต้องค่อยๆ ฝึกความสามารถ ที่จะอดทนต่อการรอคอยเรื่องราวต่าง ๆ หรือฝึกที่จะต้องมีความมั่นคงในเรื่องของอารมณ์ ไม่เอาอารมณ์เข้ามาใช้จัดการกับปัญหาทุกครั้งไป เหล่านี้เป็นพัฒนาการอีกอย่างหนึ่ง ที่จะต้องสร้างให้เกิดขึ้นในเด็กวัยนี้

คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องค่อยๆ เริ่ม ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในการที่จะหัดให้ลูกรออะไรบางอย่างบ้าง อย่าตามใจเขาทุกเรื่องไป ค่อยๆ บอกเขา เวลาที่เขามีอารมณ์ก็ใช้การเบนความสนใจหรือชี้ชวน แนะนำหรือหาสิ่งอื่นๆ ที่ลูกสนใจเข้ามาแทนที่ ค่อยๆ สร้างกติกา ความมีระเบียบวินัยอย่างนี้ ให้กับตัวเด็ก ตั้งแต่ในวัยเด็กเล็ก

โดยทั่วไปเด็กเล็กๆ เหล่านี้ เวลาที่เราเบนความสนใจจะไม่ยากนัก แต่ถ้าปล่อยเอาไว้ จนเป็นเด็กโต แล้วเราเพิ่งมาจัดการฝึกให้เด็กมีความอดทน จะค่อนข้างยาก เพราะเด็กโต มักจะมีจิตใจที่มุ่งมั่น เป็นของตัวเองมาก ในขณะที่เด็กเล็กเด็กยังมีเรื่องที่สนใจไม่มากนัก ถ้ามีเรื่องใหม่เข้ามาเบนความสนใจของเขา เขาก็มักจะเปลี่ยนความสนใจไปได้

4. การชื่นชม ให้รางวัลเมื่อเด็กทำได้ตามที่ตั้งใจไว้ นอกจากการใช้ความอดทนแล้ว อาจใช้หลักของการปรับพฤติกรรมโดยการให้รางวัล ให้บางสิ่งบางอย่างที่ทำให้ลูกรู้สึกว่า เขามีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน ที่เราใช้กันบ่อยๆ ในเด็กก็เป็นเรื่องของการให้ดาว โดยจะกำหนดพฤติกรรมที่ชัดเจนว่า ถ้าเขาทำอะไรได้อย่างไรหรือมีความอดทน หรือมีความสามารถอะไร คุณพ่อคุณแม่ก็จะให้ดาวเป็นรางวัลสำหรับเขา แล้วดูว่า สัปดาห์หนึ่งเขาสะสมได้ดาวกี่ดวง และถ้าได้ดาวกี่ดวงเขาจะได้รางวัลอะไรอย่างไรก็ตาม สิ่งของที่จะให้ตอบแทนหรือเป็นรางวัลกับลูกอาจไม่จำเป็นจะต้องวัตถุหรือสิ่งของเสมอไป การโอบกอดหรือการกล่าวคำชื่นชม ก็เพียงพอสำหรับเด็กเล็กๆ ที่จะทำให้เขามีความตั้งใจ มีการที่จะพัฒนาตัวเองเป็นเด็กที่เติบโตขึ้นสมกับวัย ไม่เอาแต่ร้องไห้ตามใจตัวเอง หรือเอาแต่อาละวาดแล้วกลั้นหายใจจนเป็นปัญหากับบุคคลรอบข้าง

5. การตามใจลูก ข้อนี้ต้องยอมรับตามความเป็นจริง บางท่านอาจจะกังวล ไม่อยากจะกดดันหรือว่าขัดขวางเด็กมากจนเกินไป อาจจะมีลักษณะตามใจโดยที่ไม่ตั้งใจ แต่บางครั้งก็ขึ้นกับความไม่สม่ำเสมอของคุณพ่อคุณแม่ด้วย บางครั้งเราก็ยอมให้ แต่บางครั้งเรื่องเดียวกันนี่แหละเรากลับไม่ยอม ขึ้นกับอารมณ์ของเรา เป็นความไม่สม่ำเสมอ ในการดูแลเด็กของตัวเราเองด้วย
ถ้าเราใช้อารมณ์ในการตัดสินในอยู่เสมอๆ เด็กก็จะพัฒนาเรื่องของการใช้อารมณ์ ตามเราไปด้วย เขาก็จะตัดสินใจโดยขึ้นตามอารมณ์ว่าวันไหนเขาจะยอมหรือจะไม่ยอม เด็กก็ไม่เรียนรู้ที่จะทำตามกติกาว่าเรื่องอะไรควรจะทำ เรื่องอะไรไม่ควรทำ หรือเรื่องอะไรที่ทำไม่ได้

คุณพ่อคุณแม่ต้องมีข้อตกลงร่วมกัน ผู้ใหญ่ต้องมาตกลงกันว่าเรื่องอะไรที่เรา จะยอมให้เขาทำได้ เรื่องอะไรที่เรายังไม่สมควรที่ให้กับลูก พูดเป็นเสียงเดียวกัน ลูกจะได้มีแนวทางในการปฏิบัติที่ชัดเจน และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกให้เขาได้เห็นด้วยว่า การเเก้ไขปัญหานั้น เราไม่ได้ใช้อารมณ์เป็นเรื่องใหญ่ ไม่ได้ขึ้นกับว่าวันนี้อารมณ์เราเป็นอย่างไร เราก็ตัดสินไปตามนั้น เรามีหลักของเหตุผลที่ชัดเจนในครอบครัว เด็กๆ ก็ได้ยึดเป็นแบบ ในการไม่เอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง แต่มีความเข้าใจเรื่องของเหตุผลเป็นเรื่องที่สำคัญ

ในการปรับพฤติกรรมลูกอย่างนี้ เด็กบางคนมีพื้นฐานทางอารมณ์ที่ค่อนข้างดี ก็มักจะแก้ไขได้ไม่ยาก ส่วนลูกบางคนที่มีพื้นฐานทางอารมณ์เป็นคนเจ้าอารมณ์อยู่แล้ว ก็อาจแก้ไขยากหน่อย คุณพ่อคุณแม่จะต้องมีความอดทน ค่อยๆ แก้ไขไป อย่าใช้อารมณ์โต้ตอบ กับเด็กที่มีอารมณ์อยู่แล้ว การทำเช่นนี้ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา ความอดทนของคุณจะเป็นแบบอย่าง ที่ดีให้กับลูก อีกทั้งเมื่อลูกเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาก็จะคลี่คลายไปตามวัยของเด็กที่โตขึ้นด้วย เพราะเมื่อเขาเติบโตขึ้น ความสามารถของทางสมอง หรือความสามารถทางสติปัญญา ในการคิดการเข้าใจสิ่งต่างๆ ก็จะดีขึ้น ทำให้เขามีความสามารถของการแก้ปัญหาดีขึ้น

ในเรื่องของการไม่ตามใจลูกนั้น สิ่งสำคัญคือคุณพ่อคุณแม่ต้องพยายามรักษา กติการ่วมกัน ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่คนใดคนหนึ่งทำ แต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ทำ ก็คงยากที่จะฝึก ให้เด็กมีความมั่นคงในตัวเอง เพราะเด็กก็คงเลือกเอาข้างคุณพ่อคุณแม่ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ที่ทำให้เขารู้สึกสบาย มากกว่าที่ยอมทำตามอีกคนหนึ่ง

ถ้าคุณพ่อคุณแม่เข้าใจในเรื่องอาการที่อาจจะพบในเด็กเล็กอย่างนี้ เริ่มต้นที่ค่อยแก้ไข ตั้งแต่แรกเริ่มที่เขามีอาการ ร่วมกับค่อยๆ ให้แนวทางที่เหมาะสมกับเขาก็จะแก้ไขได้ง่าย แต่ถ้าเราปล่อยให้ลูกได้ใช้วิธีการอย่างนี้ในการต่อรองกับเราอยู่เสมอ เมื่อเขาโตขึ้น เขาจะมีขบวนการในการต่อรองที่มากไปกว่าการกลั้นหายใจ แล้วจะทำให้การจัดการ กับลูกนั้นยุ่งยากมากขึ้น


(update 24 สิงหาคม 2001)


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600