มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam

เดือนที่ 9 นักคลานตัวน้อย


หลายเดือนที่ผ่านมาไม่ว่าจะอุ้มเจ้าตัวเล็กไปไว้ตรงไหน แกก็ปักหลักอยู่ตรงนั้น ไม่ไปไหนไกล แฮ่ม! แต่ต่อไปนี้ขอบอกว่า " ยาก " เพราะหนูๆ วัย 9 เดือนนี้มีพลังเหลือเฟือ ที่จะออกเดินทางรอบโลก (บ้าน) ไปทุกที่ที่อยากจะไป นอกจากนี้แกยังเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น รู้จักพึ่งตัวเองเล็กๆ เช่น คลานไปหยิบของเล่นเองได้ แสดงความคิดเห็น เช่น เลือกของกิน และเวลานอนได้เอง แล้วก็ถึงเวลาที่พ่อกับแม่ควรจะเริ่ม just say no กับลูกในบางเรื่องได้แล้วค่ะ


พัฒนาการเจ้า 9 เดือน
  • คลานคล่องและเก่งขึ้น บางคนอาจจะเริ่มหัดคลานตั้งแต่วัย 6 เดือน ส่วนเด็กที่ยังไม่คลานจะสามารถคลานได้ในช่วงนี้ แต่คุณแม่ต้องสังเกตหน่อยนะคะ เพราะบางทีน้องหนูอาจจะคลานช่วงสั้นๆ แค่ 2 อาทิตย์ แล้วท่าคลานของแต่ละคน ก็เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะตัว ชนิดที่ศิลปินนักร้องค่ายไหนก็ก๊อปปี้ไม่เหมือน เช่น คลานแบบไม่เอาเข่าลงพื้น คลานแบบใช้เข่าข้างเดียว คลานโดยใช้ท่อนแขนแบบทหาร

  • บางคนจะเริ่มหัดยืนเกาะราว

  • ออกอาการกลัวอะไรที่ไม่เคยกลัวมาก่อน ก็เพราะความเป็นนักเดินทาง และนักสำรวจของเจ้าหนูนี่แหละ ที่ทำให้เจอสิ่งใหม่ตลอดเวลา เช่น ช่องว่าง โพรงที่สูงๆ พื้นผิวที่มีลักษณะสากๆ คนแปลกหน้า แม้แต่การเปลี่ยนจากขวดนมมาใช้แก้ว เรื่องนี้เห็นทีต้องใจเย็นๆ และเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมของลูกอย่างค่อยเป็นค่อยไป และคุณควรอยู่เคียงข้างลูกเมื่อแกเจออะไรใหม่ๆ คอยแสดงให้ลูกเห็นว่า มันไม่น่ากลัวสักหน่อย

  • ใช้นิ้วหยิบหรือจับสิ่งของได้คล่องแคล่วมากขึ้น ทีนี้เจ้าหนูจะคลาน หยิบ จับ เปิดข้าวของที่แกอยากรู้อยากเห็นไปรอบบ้าน โดยเฉพาะของเล่นที่แกะเป็นชิ้นๆ จงเตรียมรับมือให้ดีล่ะ

  • ฟันหน้าซี่ล่างเริ่มขึ้น
  • รู้จักปฏิเสธโดยเบือนหน้าหนี
  • ตั้งใจฟังเสียงที่ได้ยินและชอบเลียนแบบ เช่น ได้ยินเสียงกริ่งโทรศัพท์ จะพยายามยกหู แสดงว่าเจ้าหนูเรียงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ค่ะ
  • หัดกระดกลิ้นเพ่อทำให้เกิดเสียงต่างๆ ได้ คุณควรออกเสียงให้ชัดเจน เจ้าตัวเล็กจะได้ฝึกการออกเสียงที่ถูกต้องไปด้วย
  • จำชื่อตัวเองได้และรู้จักความเป็นเจ้าของว่าเสียงอย่างนี้คือชื่อของหนู ขวดนมนี้ของหนู
  • เข้าใจคำง่ายๆ และทำตามได้บ้าง เช่น ปาป๊า มาม้า อย่านะลูก ไม่ทำอย่างนี้นะ บ๊ายบาย
  • ชอบเล่นเกมที่มีเพื่อนเล่นด้วย เช่น ตบแปะ ต่อบล็อก เพลงที่มีท่าทางประกอบ

3 ข้อดีของการคลาน

แต่ละขั้นตอนของเจ้าตัวเล็ก นำไปสู่พัฒนาการของอีกขั้นตอนหนึ่ง เช่นเดียวกับการคลานก็เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อไปสู่การยืน และการเดินอีกทีหนึ่งค่ะ
1. คลานช่วยให้กล้ามเนื้อทั้งซีกซ้ายและซีกขวาได้ออกกำลังกาย ซึ่งจะทำให้สมองส่วนที่ควบคุมกล้ามเนื้อทั้งสองซีกพัฒนาไปด้วยแบบว่าเรื่องนี้ เกี่ยวกันเหมือนกับปาท่อโก๋เลยล่ะ

2. คลานช่วยให้น้องหนูรู้จักควบคุมและบังคับร่างกายให้สามารถเลี้ยว โค้ง งอ และยืดหยุ่นได้ (เตรียมไว้เผื่อได้เป็นนักกีฬาทีมชาติ)

3. คลานช่วยให้รู้จักทรงตัว และรักษาสมดุลของ แขน ขา สะโพก และลำตัว ซึ่งเป็นพื้นฐานสำหรับการยืนและเดินค่ะ

ผิด (ปกติ) ไหม ถ้าไม่คลาน

ไม่ผิดปกติ หรอกค่ะ เรื่องนี้ พ.ญ.พิกุล อาศิรเวช กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการเด็ก อธิบายไว้ชัดเจนค่ะว่า ถ้าตราบใดที่เจ้าตัวเล็กมีพัฒนาการด้านอื่นๆ ปกติดี สามารถใช้กล้ามเนื้อแขนขาได้คล่องแคล่วขึ้น การคลานหรือไม่คลานไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด เด็กบางคนอาจจะไม่เคยผ่านการคลานเลย แล้วหัดยืนเกาะราวหรือบางคนอาจจะหัดยืน เกาะราวได้แล้ว จึงค่อยหันกลับมาคลานใหม่ก็มี


เอ็กเซอร์ไซส์ด้วยท่าคลาน

ก่อนอื่นต้องดูเจ้าตัวเล็กก่อนว่า พร้อมจะออกท่าออกทางกันรึยัง ถ้าเห็นว่า คอและหลังหนูแข็งพอ สามารถยกศีรษะขึ้นได้ แล้วยังชอบออกแรงผลักคุณเวลาที่อุ้มอยู่ เวลานอนคว่ำจะออกแรงขยับมือและตัวไปข้างหน้า ก็เริ่มกันเลยค่ะ
  • ท่าที่ 1 ท่าเครื่องบิน ช่วยให้ลูกทำท่าคลานได้ถูกต้อง
    จับลูกให้อยู่ในท่าคลานพื้นที่นุ่มแต่ไม่หนา โดยมือของคุณประคองบริเวณใต้รักแร้ ให้เจ้าหนูรู้สึกมั่นคง ค่อยๆ ฝึกจนกว่าลูกจะขยับตัวคลานไปข้างหน้าเอง

  • ท่าที่ 2 ขี่ม้าย่ำพุง ฝึกการทรงตัว สร้างความมั่นใจให้ลูกหัดคลาน
    นอนหงาย ให้ลูกอยู่ในท่าคลานบนหน้าท้องของคุณ (ท่านี้ขอเป็นพุงนุ่มๆ ของคุณพ่อนะคะ) ประคองตัวลูกเพียงเล็กน้อยเพื่อให้แกทรงตัวอยู่ได้

  • ท่าที่ 3 ชิงช้าผ้า พาหนูคลาน
    ให้ลูกอยู่ในท่าคลาน โดยคุณใช้ผ้านุ่มๆ สอดเข้าใต้ลำตัวลูก แล้วจับชายผ้าทั้งสองข้างไว้ ประคองให้ลูกฝึกคลาน

ปกป้องนักคลานน้อย

ความปลอดภัยของวัยนี้ เป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว เพราะเจ้าหนูจะไม่ยอมอยู่นิ่งๆ อย่างเดิมอีกแล้ว จึงต้องใส่เกราะป้องกันภัยกันหน่อย
1. หาอุปกรณ์ป้องกันไว้ก่อนที่เจ้าหนูจะเจ็บตัว เช่น ที่กันมุมโต๊ะ ที่ครอบปลั๊กไฟ ครอบลูกบิดประตู ส่วนข้าวของที่เป็นอันตรายอย่างสเปรย์ฆ่าแมลง กระติกน้ำร้อน ถ้วยกาแฟ ของมีคม ต้องเก็บให้มิดชิดนะคะ

2. สร้างโลกกว้างให้ลูกน้อยเพราะเป้าหมายของเจ้าตัวเล็กคือ การคลานหรือเคลื่อนที่ และการยุกยิกไม่อยู่กับที่ ดังนั้นคุณควรดัดแปลงห้องให้โล่งกว้าง หรือทำเป็นโซนของเล่นมีผิวสัมผัสแบบต่างๆ เพื่อให้ลูกมีพื้นที่กว้างพอที่จะเดินทาง สำรวจโลกใบจิ๋วของแกได้

3. ควรหาของเล่นที่ถอดประกอบได้ และไม่มีหมุดยึดที่แหลมคม หรือมีชิ้นส่วนเล็กๆ จนคว้าเข้าปากได้ เมื่อลูกรื้อเล่นแล้วจะได้ประกอบใหม่ได้

4. รองเท้ายังไม่จำเป็นสำหรับน้องหนู แค่สวมถุงเท้าในวันที่ อากาศเย็นก็เพียงพอแล้ว จะได้เรียนรู้เรื่องผิวสัมผัสระหว่างคลานไปด้วย

ถ้าคุณพ่อคุณแม่เตรียมตัวพร้อมแล้วก็ขอให้สนุกกับการออกเดินทาง ของเจ้าหนูทริปนี้นะคะ



เคล็ดลับ สร้างนิสัยให้เจ้า 9 เดือน
1. คุณสามารถเริ่มใช้คำว่า "ไม่" หรือ "อย่า" กับลูกได้บ้างแล้ว ถ้าไม่ต้องการตามใจในบางเรื่อง แต่ไม่ควรใช้การตีหรือปัดแรงๆ ให้ลูกกลัว ควรอุ้มหรือดึงมือของลูกออกมาแทน ถ้าอารมณ์ของคุณพุ่งจนเกือบปรอทแตก ให้วางเจ้าตัวเล็กไว้ในที่ที่ปลอดภัยสักครู่ แล้วหลบมาลดอุณหภูมิอารมณ์ลง ส่วนเจ้าหนูก็ได้เรียนรู้และจำว่าไม่ควรทำอย่างนี้อีก

2. เด็กวัยนี้จะเริ่มมีความกังวลที่จะถูกทิ้งให้อยู่กับคนอื่นสูง จนดูเหมือนว่า ลูกกลับมางอแงอีกครั้ง คุณต้องทำให้ลูกมั่นใจว่า คุณหายหน้าไปแป๊บเดียว เดี๋ยวจะกลับมา แล้วจึงค่อยเพิ่มจำนวนเวลาขึ้น

3. ฝึกลูกให้หัดดื่มจากแก้วเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเลิกดื่มจากขวด ตอนครบหนึ่งขวบไปแล้ว ที่สำคัญต้องดูแลเรื่องความสะอาดในช่องปากของลูก หลังมื้ออาหารด้วยค่ะ
อธิบายขั้นตอนของชีวิตประจำวันให้ลูกฟัง เพื่อสร้างนิสัยการทำกิจวัตรส่วนตัว ดีกว่าการออกคำสั่งท่าเดียว เช่น " สวมผ้ากันเปื้อนแล้วไปกินข้าวกัน " " จะหกโมงเย็นแล้ว ไปอาบน้ำกันดีกว่านะ "


(update 6 พฤศจิกายน 2001)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่   ปีที่ 6 ฉบับที่ 69 กรกฎาคม 2544 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600