มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam

วิธีสร้างความภาคภูมิใจให้ลูก


เด็กที่มีความภาคภูมิใจในตัวเองวันนี้
เขาจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีอนาคตที่ดีในวันข้างหน้า…
แล้ววันนี้คุณได้สร้างความภาคภูมิใจในตัวเอง
ให้แก่ลูกน้อยของคุณหรือยัง

มิไยที่…คุณครูเสมอใจ จะพยายามให้ เด็กชายสุทัศน์ ทดลองสิ่งใหม่ๆ มากเท่าใดก็ตาม แต่สิ่งที่ปรากฏก็คือ เด็กชายจะแสดงท่าเขินอายและไม่ยอมทำ และเมื่อกระตุ้นบ่อยเข้า เด็กชายก็จะแสดงความต่อต้านและพูดอยู่คำเดียวว่า "ผมทำไม่ได้ ผมไม่ทำ" เมื่อถูกถามเหตุผล เด็กชายก็จะตอบว่า "ผมเป็นเด็กโง่"

ด้วยคำพูดของเด็กชายวัย 8 ขวบ ทำให้คุณครูต้องขอนร้องให้ผู้ปกครองมาพบเป็นการส่วนตัว และเมื่อเจอคุณพ่อคุณแม่ของสุทัศน์ และได้เล่าเรื่องของลูกชายให้ฟัง คุณแม่ก็หน้าเสียพร้อมกับพูดว่า

"ความจริงเราไม่ได้คิดว่า เขาจะเป็นคนช่างจำเลย คือเวลาที่เขาทำอะไรผิด เราก็จะสิ่งสอนเขา พร้อมกับพูดว่า ที่ลูกจะคิดจะทำอย่างนั้นมันไม่ดี เด็กโง่เท่านั้นจึงจะคิดเช่นนั้น เขาคงจำที่เราว่าเขาโง่ ทั้งๆ ที่เราหวังดีไม่ได้คิดว่าเขาเป็นเด็กโง่จริงๆ เลย" คุณแม่กล่าวด้วยความเสียใจ

คุณครูเสมอใจจึงได้ขอร้องให้คุณแม่อย่าพูดเป็นเชิงดูถูก หรือวิจารณ์ตัวเด็ก เพราะจะทำให้เด็กคิดว่าคำพูดของพ่อแม่คือประกาศิตสำหรับเขา แต่ให้ใช้คำพูดในทางสร้างสรรค์แทน เช่น "หนูทำอย่างนั้นแล้วเป็นอันตรายนะลูก ให้ทำอย่างนี้แทน" กล่าวคือ ให้ทางเลือกกับเด็กเสมอ และไม่ให้สาปแช่งดูถูกเด็ก

ถ้าเราจะมาวิเคราะห์สิ่งที่เกิดกับตัวเด็กนั้น จากตัวอย่างข้างบน เราจะพบว่าความรู้สึกที่เด็กทุกคน มีต่อตนเองในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสามารถ ความเชื่อมั่น ความมุ่นมั่น ความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง หรือ Self Esteem ทั้งสิ้น

ความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเองนี้ จะมีผลต่อความนึกคิด ความกล้าแสดงออก ความสุข ความทุกข์ของบุคคลอย่างไม่น่าเชื่อ และความภาคภูมิใจในตนเองนี้จะอยู่กับบุคคลไปจนตลอดชีวิต

ดูตัวอย่างง่ายๆ ก็ได้ว่า ถ้าเด็กชายสุทัศน์ถูกคุณพ่อคุณแม่ว่าให้ได้ยินอยู่บ่อยๆ ว่าเขาโง่ ไม่ได้เรื่อง สู้พี่น้องก็ไม่ได้ เด็กชายก็จะเติบโตด้วยความรู้สึกที่เห็นคุณค่าในตนเองต่ำ แม้ใครๆ จะบอกว่าเขาเก่ง เขาดี หรือไม่โง่ก็ตาม แต่ความเชื่อดั้งเดิมที่ถูกฝังอยู่ในหัววันแล้ววันเล่า ค่อยๆ กลายเป็นความรู้สึกที่ไม่ดีกับตนเอง เขาจะเติบโตเป็นเด็กที่ขาดความเชื่อมั่นเมื่อเขาเป็นผู้ใหญ่ เขาก็จะเป็นคนไม่กล้า กลัวหงอ ทำอะไรก็ไม่มีความเด็ดเดี่ยว มีแต่ความกลัว และไม่มีวัน ที่จะเป็นผู้นำใครได้

ในทางกลับกัน ถ้าเด็กคนใดก็ตามที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความภาคภูมิใจในตัวเองสูง เขาจะเป็นผู้ที่กล้าแสดงออก ไม่กลัวความผิดพลาด มีความเชื่อมั่น และกล้าคิด กล้าทำ และเนื่องจากเขาไม่กลัว เขาจึงมักถูกเลือกให้เป็นผู้นำอยู่เสมอ

นอจากนี้ เขาจะเป็นคนมองโลกในแง่ดี มีความรู้สึกที่ดีกับตนเองและผู้อื่น ถ้าทำงานก็จะมีผลงาน ที่มีประสิทธิภาพสูง เป็นคนกล้าเสี่ยง มีพลังที่จะกล้าริเริ่มทำสิ่งใหม่ให้กับองค์การ

ในส่วนความสัมพันธ์ที่มีต่อผู้อื่นก็เช่นกัน เขาจะเป็นคนที่รักได้ทั้งตนเองและผู้อื่น ใส่ใจในความสุขทุกข์ของคนอื่น พูดง่ายๆ ก็คือ ดูแลคนอื่นเป็น และเนื่องจากภายในเขา มีความมั่นคงในตนเอง เขาจึงไม่ต้องแสดงอำนาจ หรือบีบบังคับให้ผู้อื่นต้องมาอยู่ใต้อำนาจของเขา แต่ยินยอมให้ผู้อื่นได้มีการพัฒนาตนเอง งอกงามเติบโตโดยไม่อิจฉาตาร้อนไปกับโชควาสนาของผู้อื่น คือยินดีกับผู้อื่นเป็นนั่นเอง

เมื่อความภาคภูมิใจสำคัญต่อบุคคลถึงปานนี้ พ่อแม่จะช่วยสร้างความภาคภูมิใจ ให้เกิดกับตัวเด็กได้อย่างไร

พ่อแม่จะสร้างความรู้สึกที่ดีให้เกิดกับเด็กได้ 2 ทางคือ
1. ให้คำชื่นชมในสิ่งที่เด็กทำไม่ว่าเด็กจะทำอะไรให้เล็กน้อยเพียงใดก็ตาม เช่น เมื่อหนูแดงต่อรูปได้เองเสร็จ คุณแม่อาจจะชมว่า หนูแดงทำได้เก่ง หรือเมื่อหนูโจ้ช่วยคุณพ่อล้างรถ คุณพ่ออาจชมว่าล้างได้สะอาด หรือชมว่าเขามีความพยายามที่ดี เมื่อลูกขี่จักรยานได้หลังจาก ล้มลุกคลุกคลานมาหลายครั้งเป็นต้น

สิ่งที่เราต้องการให้พ่อแม่ทุกคน ไม่ว่าคุณจะมีลูกอายุ 3 เดือน หรือ 20 ปี ได้รับรู้อยู่บ่อยๆ และสม่ำเสมอก็คือ " ลูกเป็นคนเก่ง ลูกมีความสามารถ " พ่อแม่จะต้องหมั่นสื่อให้ลูกได้รับรู้อยู่เสมอว่า คุณเห็นว่าเขาเป็นคนมีความสามารถ การ "ใส่" ข้อมูลนี้ลงไปให้เด็กได้รับรู้อยู่เสมอ จะช่วยทำให้เด็ก มั่นใจในตัวเองมากขึ้น ทั้งนี้ เพราะเด็กทุกคนจะติดตาม "ข้อมูล" ที่พ่อแม่ได้ส่งให้เขาเสมอ และมันจะค่อยๆ กลายเป็นสิ่งที่เด็กเริ่มบอกกับตัวเองตามนั้นไปในที่สุด

2. ให้ชื่นชมในการเป็นอยู่ มีอยู่ของเด็ก ในข้อนี้หมายความว่า พ่อแม่จะต้องให้เด็กรู้ว่า การเกิดมาของเด็ก การมีชีวิตของเขา และตัวตนของเขา เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม การชื่นชม อาจทำในลักษณะของคำพูดประเภท "พ่อรักลูกมาก" "แม่ดีใจที่เห็นลูกมาคุยด้วย" หรือ "แม่ภูมิใจในตัวลูก" เป็นต้น
การพูดทำนองนี้ จะช่วยย้ำให้เด็กรู้สึกรักในตัวของเขาเอง มองเห็นคุณค่าในการเป็นตัวเขา และเขามีความหมายกับคนอื่น

การชื่นชมของพ่อแม่ ถ้าสามารถทำพร้อมกับการสื่อภาษากายด้วยก็ยิ่งเป็นสิ่งดี เช่น ดึงเขาเข้ามากอดและบอกว่ารักเขา (อย่าทำเฉพาะเมื่อเขาเล็กๆ เด็กโตก็ต้องการการสัมผัส จากพ่อแม่ของเขาเช่นกัน)

บ่อยครั้งที่พ่อแม่แม้จะรักลูก แต่ไม่เคยแสดงออกให้เด็กรู้เลยไม่ว่าจะทางคำพูดหรือการกระทำ หรืออาจทำเพราะเมื่อเด็กยังเล็ก และหยุดไป เมื่อเด็กโต ถ้าพ่อแม่ไม่ทำสม่ำเสมอ เด็กจะไม่มีทางรู้ว่า พ่อแม่ยังรักเขาอยู่หรือไม่

เด็กๆ ต้องการการตอกย้ำครั้งแล้วครั้งเล่าจากพ่อแม่ของเขาว่า เขาคือบุคคลที่มีคุณค่า น่ารัก และเขาเป็นที่ต้องการของพ่อแม่ แต่บ่อยครั้งเราจะเห็นพ่อแม่ปฏิบัติในทางตรงข้าม เช่น เมื่อเด็กทำผิด ก็อาจจะดุเด็กด้วยอารมณ์ว่า "โง่" และเมื่อโดนบ่อยๆ เด็กก็จะมีความเชื่อและปฏิบัติตนตามคำสาปแช่งนั้น ในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม เมื่อจะชมเด็ก ก็ขอให้เป็นสิ่งที่จริงใจ อย่าแกล้งพูดหรือกระแนะกระแหน เพราะจะยิ่งทำให้เด็กเจ็บปวด และสับสน หรืออย่าชมในลักษณะที่ทางภาษาจิตวิทยาเรียกว่า " คำชมพลาสติก" คือฟังดูคล้ายชมแต่ไม่ได้ชม เช่น "ไม่คิดว่าน้ำหน้าอย่างแกก็ทำเป็นกับเขาด้วย" หรือ "คนไม่เอาไหนอย่างแก ทำได้แค่นี้ก็ดีแล้ว"
สรุปก็คือ การสร้างความภาคภูมิใจเป็นสิ่งจำเป็น ที่พ่อแม่ทุกคนจะต้องพยายามให้แก่เด็กมากที่สุด เพราะเมื่อเด็กมีความภาคภูมิใจในตนเองสูง เขาจะเป็นเด็กที่มีความสุข มีความเชื่อมั่น เป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ มีความก้าวหน้า สุขภาพจิตดี และมีดวงใจที่สามารถรักได้ทั้งตนเอง และผู้อื่นในเวลาเดียวกัน


(update 3 สิงหาคม 2001)
[ ที่มา... หนังสือก่อนจะถึงวันนั้น โดย รศ.ดร.นวลศิริ เปาโรหิตย์]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600