มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam


เมื่อลูกไม่ยอมทำฟัน


วันก่อนดูรายการโทรทัศน์ มีการเสนอภาพการทำฟันเด็ก และบรรยายในทำนองว่า ถ้าเด็กไม่ยอมทำฟัน จะต้องถูกทำโทษ โดยทันตแพทย์จะจับเด็ก แล้วใช้ผ้าห่อรัดตัว ให้ติดกับเก้าอี้ทำฟัน เพื่อไม่ให้ดิ้น ในฐานะทันตแพทย์ดูแล้วรู้สึกไม่สบายใจกับข่าวนี้ ส่วนผู้ปกครองอาจจะรู้สึกสยอง ไม่กล้าพาลูกมาหาหมอฟันอีก จึงอยากอธิบายให้ทราบว่า ขั้นตอนก่อนการให้การรักษาฟันเด็กมีอย่างไรบ้าง

ก่อนอื่นผู้ปกครองที่จะพาเด็กมาทำฟัน ต้องเตรียมตัวเด็กก่อน การเตรียมเด็กนี้ถ้าจะให้ดี ควรเตรียมหรือคิดไว้ตั้งแต่เด็กเริ่มมีฟันขึ้น หรืออย่างน้อยฟันน้ำนมขึ้นครบประมาณอายุ 2 ขวบ ถึง 2 ขวบครึ่ง ซึ่งเป็นวัยที่เด็กพูดไม่รู้เรื่อง และฟังคำสั่งหรือคำขอร้องของหมอได้เข้าใจ ถึงแม้เด็กจะยังไม่มีฟันผุ ควรเตรียมตัวเด็กให้รู้จักกับทันตแพทย์ และสภาพห้องทำงานของทันตแพทย์ ตลอดจนเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ในการทำฟัน เพื่อเด็กจะคุ้นเคย และสื่อสารกันเข้าใจ ผู้ปกครองที่พาเด็กมาพบทันตแพทย์ในช่วงนี้เด็กมักจะไม่มีปัญหา หรือต่อต้านมากนัก ในการที่จะต้องรักษาฟัน ถ้าเด็กยังไม่มีฟันผุที่รุนแรงหรือเจ็บปวด การรักษาครั้งแรกจะเป็นอย่างง่ายๆ เช่น ขัดฟัน เคลือบหลุมร่องฟันซี่ที่ยังไม่ผุ หรือเคลือบฟลูออไรด์ เพื่อป้องกันฟันผุ ทันตแพทย์จะมีเทคนิค การพูดและการรักษาที่ทำให้เด็กรู้สึกสนุก และที่สำคัญการพามาหาหมอฟันครั้งแรกนี้ไม่มีอะไรที่ทำให้เจ็บ หรือน่ากลัวเลย เด็กจะรู้สึกชอบการทำฟัน เมื่อต้องมาครั้งต่อๆ ไป จึงให้ความร่วมมือในการรักษามากขึ้น

แต่ถ้าช้าเกินไปเสียแล้วคือ เริ่มมีฟันผุแล้ว ผู้ปกครองควรพามาพบทันตแพทย์ให้เร็วที่สุด เพราะฟันที่ผุน้อยๆ หรือเริ่มผุ การรักษาไม่ยุ่งยากและใช้เวลาไม่มาก แต่การพาเด็กมาพบ ทันตแพทย์ครั้งแรก ท่านอย่าคาดหวังว่าจะได้รับการรักษาฟันที่มีปัญหาในทันที ถ้าเด็กพูดรู้เรื่อง หรือยอมให้ทำโดยดีทันตแพทย์ก็จะรักษาให้ แต่ถ้าเด็กมีความกลัว ทันตแพทย์จะต้องเตรียมเด็กก่อน คือจะอธิบายพูดแนะนำถึงเครื่องมือ และวิธีการรักษาโดยใช้ภาษาง่ายๆ เปรียบเทียบกับสิ่งที่เด็กรู้จัก เพื่อให้เด็กเข้าใจ และลองใช้เครื่องมือกับฟันซี่อื่นๆ ก่อน เช่น อาจจะเขี่ยฟัน ขัดฟัน เพื่อเตรียมเด็กที่จะมารับการรักษาต่อๆ ไปในคราวหน้า

การพบทันตแพทย์ครั้งแรก ผู้ปกครองควรอยู่กับเด็กด้วย เพื่อจะได้จำคำแนะนำของหมอ ไว้พูดให้ลูกฟังอยู่เรื่อยๆ จนกว่าจะถึงวันนัด ในวันที่นัดมาทำฟันควรพูดให้ลูกเข้าใจอีกครั้ง ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฟันของเขา เช่นมีฟันผุเป็นรู จะต้องไปอุดฟันเพื่อปิดรูนั้นเสีย และเขาจะต้องทำอย่างไรบ้าง ทันตแพทย์จะทำอะไรให้บ้าง ถ้าเด็กมีเหตุผลและท่านเตรียมลูกมาอย่างดี เด็กเข้าใจและปฏิบัติตามได้ ยอมให้ทันตแพทย์ทำการรักษาได้จนสำเร็จ และเมื่อเด็กให้ความร่วมมือ ควรได้รับคำชมเชยหรือแสดงความชื่นชมกับเด็ก ที่มีความอดทนจนทำได้เสร็จ เมื่อทำได้สำเร็จ ครั้งหนึ่งแล้วการรักษาครั้งต่อๆ ไปก็จะง่ายขึ้น ถึงแม้ว่าเด็กจะยังไม่ชอบการทำฟัน หรือยังมีความหวาดกลัวอยู่ แต่เด็กจะเรียนรู้ว่าการทำฟันไม่ได้เลวร้ายหรือน่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าเขามีความอดทนและให้ความร่วมมือ การรักษาก็จะเป็นไปอย่างราบรื่น

ส่วนผู้ปกครองบางท่านที่งานยุ่งจนไม่มีเวลาดูแลลูกของท่าน ปล่อยปละละเลยมา จนเด็กมีอาการแล้ว เช่น เจ็บปวดฟัน ทานข้าวไม่ได้ แก้มบวม การรักษาก็จะยุ่งยากมาก และจะควบคุมเด็กเพื่อให้ความร่วมมือได้ค่อนข้างยาก การมาพบทันตแพทย์ครั้งแรก อาจต้องให้การรักษาที่รีบด่วนหรือต้องทำการรักษาในทันที เพื่อไม่ให้โรคลุกลามและเป็นมากขึ้น เช่น อาจต้องถอนฟัน เพื่อกำจัดต้นเหตุที่ทำให้ปวด และอักเสบออกไป ถ้าเป็นถึงขั้นนี้และเด็กไม่ยอม หรือไม่ให้ความร่วมมือในการรักษา อาจจำเป็นต้องบังคับ ถ้าเด็กไม่ยอมปฏิบัติตามที่ทันตแพทย์บอก และดิ้นมาก ทันตแพทย์จึงใช้ผ้าห่อตัวเด็ก เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการที่เด็กดิ้น หรือใช้มือ ใช้เท้าปัดเตะเครื่องมือพลาดไป ซึ่งก่อนจะใช้วิธีนี้ทันตแพทย์จะอธิบายให้ผู้ปกครอง เข้าใจว่าไม่ใช่การทรมานเด็ก แต่เป็นการช่วยให้ทำการรักษาได้ โดยไม่มีอันตราย และผู้ปกครองต้องยินยอมก่อน

หลังจากได้รับการรักษาเรียบร้อยแล้ว ผู้ปกครองควรอธิบายให้เด็กเข้าใจว่า เหตุใดจึงทำเช่นนั้น ไม่ควรดุหรือขู่เด็กซ้ำ ควรพูดให้เด็กเข้าใจว่า เพราะเขาไม่ให้ความร่วมมือจึงเป็นเช่นนี้ ซึ่งเมื่อทำไปแล้ว ทำให้เขาหายเจ็บปวด และทานอาหารได้ และขณะทำไม่ได้เจ็บอะไรมาก คราวต่อไปถ้าทำตามทันตแพทย์ บอกเขาก็จะไม่ถูกทำเช่นนี้อีก เด็กส่วนใหญ่จะเข้าใจและให้ความร่วมมือมากขึ้น

ที่สำคัญคือ ทัศนคติของผู้ปกครองต่อการทำฟัน จะถ่ายทอดให้เด็กได้ ถ้าผู้ปกครองมีทัศนคติที่ดี เด็กก็จะรู้สึกดีไปด้วยค่ะ


(update 11 กรกฎาคม 2001)
[ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอปีที่ 25 ฉบับที่ 3 มีนาคม 2544]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600