มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam

ยาแก้คัดจมูก


อาการคัดจมูก เป็นอาการที่พบบ่อยมาก พอๆ กับอาการน้ำมูกไหล
อาการคัดจมูกเป็นอาการที่พบได้ในโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับจมูก
เช่น การติดเชื้อหวัด โรคภูมิแพ้ที่จมูก ไซนัสอักเสบ ริดสีดวงจมูก เป็นต้น

ความรุนแรงของอาการคัดจมูก เราสามารถประเมินได้จาก คำบอกเล่าของผู้ป่วย ร่วมกับการส่องตรวจจมูกและการวัดการผ่านของอากาศจากจมูก ซึ่งจริงๆ ไม่ค่อยได้ทำ ในการตรวจวินิจฉัยและไม่ค่อยมีความจำเป็น ผู้ป่วยบางรายจมูกบวมมากจนไม่สามารถ หายใจทางจมูกได้ ก็จะใช้ปากหายใจแทน แต่ผู้ป่วยก็จะไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไร บางรายจมูกบวมนิดหน่อย แต่ผู้ป่วยกลับทนอาการนี้ไม่ได้ ต้องพึ่งยาแก้คัดจมูก

เราลองมาดูกันว่า ในทางการแพทย์จะมีวิธีการและยาอะไรบ้าง ในการบรรเทาอาการคัดจมูกให้กับคนไข้

วิธีแรก คือ การกินยาแก้คัดจมูก ซึ่งมีหลายตัวมาก เช่น เฟนิลโพรพาโนลามีน (PPA) (ซึ่งทางอย.ห้ามใช้ในประเทศไทยแล้ว) สูโดเอฟริดีน เป็นต้น ยาสูโดเอฟริดีนเป็นยาบรรเทาอาการคัดจมูก ที่ทางบริษัทยาใช้แทน PPA ข้อควรระวัง สำหรับยาสูโดเอฟริดีน คือ อาจมีอาการข้างเคียงของยา ได้แก่ คอแห้ง ใจสั่น มือสั่น นอนไม่หลับ ไม่ควรใช้ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจบางชนิด จึงควรใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น ในเด็กบางรายเมื่อได้ยาที่มีสูโดเอฟริดีนจะมีอารมณ์หงุดหงิด โมโห ลุกลี้ลุกลนได้

วิธีที่สอง คือ การใช้ยาพ่นจมูก ซึ่งก็มียาหลายชนิดมาก เช่น ยาแก้แพ้ (แอนตี้ฮีสตามีน) ยาลดการอักเสบทั้งที่มีสเตียรอยด์ และไม่มีสเตียรอยด์ ยาลดอาการบวม ชนิดที่ทำให้เส้นเลือดหดตัว

ยาแก้แพ้ชนิดพ่นจมูก มีประโยชน์มากในเรื่องการลดน้ำมูกและอาการคัน แต่ไม่ค่อยมีประโยชน์ในการลดอาการบวมหรืออาการคัดจมูก

ยาลดการอักเสบทั้งที่มีสเตียรอยด์ และไม่มีสเตียรอยด์จะมีประโยชน์มาก ในผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ เพราะจะช่วยลดทั้งอาการบวม คัดจมูก และลดปฏิกิริยาการแพ้ด้วย แต่จำเป็นต้องใช้ติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอทุกวัน และจะเริ่มได้ผลเมื่อเวลาผ่านไป 3-4 วัน

ยาลดอาการบวมชนิดที่ทำให้เส้นเลือดหดตัวชนิดพ่น ได้แก่ ออกซี่เมทาโซลีน เป็นยาที่มีมานาน ผู้ป่วยจะประทับใจยากลุ่มนี้มาก เพราะใช้แล้วจมูกจะโล่งภายใน 5 นาที แต่ถ้าใช้ติดต่อกันไปนานๆ เกิน 10 วัน จะเกิดผลเสีย คือได้ผลน้อยลง จำเป็นต้องใช้ จำนวนครั้งมากขึ้น และจะเกิดอาการติดยาขึ้นได้ แพทย์จะแนะนำให้ใช้ในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น ผู้ป่วยบางรายที่ใช้ยานี้ จะเกิดโรคโพรงจมูกอักเสบเรื้อรังจากการใช้ยา (Rhinitis Medicamentosa)

วิธีที่สาม คือ การใช้ยาหอมระเหยสูดดม เช่น ยาดม ยาหม่อง ยาที่มีส่วนผสมของเมนทอล การบูร ซาลิไซเลต สารระเหยเหล่านี้จะทำให้ผู้ป่วยที่สูดดม มีความรู้สึกว่าทางเดินหายใจเย็น และโล่งมากขึ้น แต่เป็นแค่ความรู้สึกเท่านั้น ถ้าตรวจจริงๆ ในทางวิทยาศาสตร์ปริมาณของอากาศที่ผ่านจมูกและแรงต้านทานของอากาศที่ผ่านเข้าออก จะมีปริมาณเท่าเดิม ถ้าสูดดมมากๆ สารเหล่านี้ก็จะสามารถก่อความระคายเคือง ของเยื่อบุทางเดินหายใจได้

วิธีที่สี่ คือ การใช้น้ำเกลือที่ปราศจากเชื้อ (นอร์มอลเซลีน) ล้างจมูก โดยใช้ไซลิ้งฉีดน้ำเกลือเข้าไปในจมูก ครั้ง 5-10 ซีซี ติดต่อกัน 2-3 ครั้ง พบว่าช่วยลดอาการบวม ของจมูกได้ โดยไม่ต้องพึ่งยา แต่ผู้ป่วยบางรายก็จะไม่ชอบวิธีนี้

โดยสรุป ผู้ป่วยที่มีอาการคัดจมูกจนทนอาการนี้ไม่ได้ ก็มีทางเลือกได้หลายวิธี โดยการขอคำปรึกษาจากแพทย์ที่ดูแลเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการรักษาโรคของผู้ป่วยเอง


(update 26 ตุลาคม 2001)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 25 ฉบับที่ 8 สิงหาคม 2544 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600