มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam

โรคของตาที่พบบ่อยๆ



นอกจากปัญหาของสายตาอย่างที่กล่าวถึงในตอนก่อนๆ แล้ว ดวงตาซึ่งเป็นอวัยวะ อันสุดแสนจะสลับซับซ้อนยังมีความผิดปกติหรือโรคที่อาจเกิดขึ้นได้ในส่วนย่อยต่างๆ จนมีผลกระทบต่อการมองเห็นหรือการทำงานของตาได้ อาทิเช่น

ตาเพลีย (eyestrain)

ในยามที่ตาอ่อนเปลี้ยเพลียกำลังลง จะทำให้เราไม่สามารถตั้งสมาธิ ในการอ่านหนังสือต่อไปได้เพราะจะมีอาการปวดรอบๆ ตาและหน้าผาก เราเรียกว่า " ตาเพลีย " ซึ่งมักเกิดจากการใช้สายตามากในการอ่านเพื่อการทำงาน หรืออ่านตำราเพื่อการศึกษาหรือสอบก็ตาม ซึ่งถ้าแหล่งของแสงไม่เพียงพอ หรือมีความผิดปกติในการนำภาพเป็นลำแสงให้ตกลงพอดีที่จอรับภาพด้วยแล้ว ก็จะยิ่งเกิดง่ายขึ้น สาเหตุที่ทำให้ตาเพลียได้บ่อยคือ คนที่มีสายตายาว ทำให้กล้ามเนื้อบังคับการเคลื่อนไหวของลูกตาต้องทำงานหนักในความพยายาม ที่จะเปลี่ยนรูปร่างของเลนส์จนแสงตกที่จอรับภาพให้ได้ นานๆ เข้ากล้ามเนื้อก็ล้า รวมทั้งกล้ามเนื้อหน้าผากและก่อให้เกิดอาการปวดดังกล่าว

ภาวะนี้จะลดลงได้ถ้าจัดแสงให้เหมาะสม โดยให้ส่องมาจากด้านหลังไหล่ หรือใช้ตาอ่านหนังสือแล้วพักเป็นระยะๆ และถ้าจำเป็นก็ให้ใช้แว่นที่ตัดมาอย่างเหมาะสม


ความผิดปกติของกระจกตา

เนื่องจากเป็นส่วนนอกสุดทางด้านหน้าของดวงตา กระจกตา (cornea) จึงเสี่ยงอันตรายที่สุด แม้แต่การบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ อย่างเวลาเราใช้มือขยี้ตาแรงๆ ความผิดปกติหรือโรคที่อาจพบได้มีอาทิเช่น
  • แผลที่กระจกตา (corneal ulcers) เกิดขึ้นเวลาพื้นผิวนอกสุดของกระจกหลุดลอก หรือถลอกปอกเปิก จากการสัมผัสสิ่งแปลกปลอม เช่น ฝุ่นละอองหรือการติดเชื้อไวรัสบางอย่าง
    เมื่อเร็วๆ นี้ก็มีทุกขกรณีที่อำเภอบ้านแพ้ว เมื่อแม่บ้านรายหนึ่งติดเชื้อราที่ตา จนเป็นแผลที่กระจกตา อย่างรุนแรงและรวดเร็วจนกระจกตาฝ้าไปภายใน 2-3 วัน มีผลทำให้เธอตาบอดและกำลังรอการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาอยู่

  • กระจกตาอักเสบ (Keratitis อ่านว่า เคอ-รา-ไต-ติส) เป็นการอักเสบอย่างกว้างขวาง ของกระจกตาทุกชั้น ซึ่งอาจเป็นแผลจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เวลามีแผลที่กระจกตาอยู่แล้ว ส่วนใหญ่สามารถรักษาได้ด้วยการหยอดยาหรือป้ายยาปฏิชีวนะ ร่วมกับการใช้ความร้อนประคบ

  • เยื่อตาอักเสบ (conjunctivitis อ่านว่า คอน-จัง-ติ-ไว-ติส) เป็นการอักเสบของเยื่อตา ทำให้ตาแดง น้ำตาไหลมาก อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส มีสิ่งแปลกปลอม และบ่อยครั้งจะเกิดร่วมกับภาวะภูมิแพ้

  • ริดสีดวงตา (trachoma อ่านว่า ทรา-โค-ม่า) เป็นการอักเสบ ของเยื่อตาจากการติดเชื้อไวรัส มักจะเกิดในภูมิภาคที่มีอากาศร้อน และเป็นสาเหตุสำคัญของการทำให้ตาบอด สำหรับคนที่อยู่ในภูมิภาคดังกล่าว หากทิ้งไว้ไม่รักษาก็จะเกิดแผลเป็นที่เปลือกตา


(update 21 พฤศจิกายน 2001)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 25 ฉบับที่ 6 มิถุนายน 2544 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600