มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam



บันไดของผู้หญิง


"น้อย" เป็นหญิงสาววัย 30 ปี เธอไม่ได้บอกว่าฐานะทางครอบครัวเป็นอย่างไร บอกแต่ว่าเธอเรียนจบมหาวิทยาลัยเอกชนมีชื่อเมื่อหกปีก่อนและรับราชการมาตลด โดยเมื่อหกปีก่อนนั้นเธอทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัดช่วงนั้นอยู่กินกับคู่รักมาแล้วเลิกร้างกันไป ตัวเธอย้ายมาอยู่ที่จังหวัดภาคกลางนี้ ปัญหาของเธอเริ่มต้นเมื่อย้ายเข้าทำงานได้สัปดาห์เดียว เธอได้รู้จักเพื่อนร่วมงานที่พึงใจ และคาดหวังว่าเขาจะเป็นคนที่เขาใจเธอ เพราะฉะนั้น ในคืนวันที่มีการเลี้ยงต้อนรับ เขามาส่งที่อพาร์เม้นต์ เธอได้ชวนเขาขึ้นมาดื่มเหล้าต่อที่ห้องนอน แล้วก็มีความสัมพันธ์กัน

"น้อย" คิดว่าเธอเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ ถ้าชอบพอใจก็มีความสัมพันธ์กันหรืออยู่ด้วยกันได้ ถ้าไม่ ! ก็ไม่เป็นไร เธอมีความสัมพันธ์กับเขาได้สองครั้ง ก็ได้พบว่าเขาสนใจเพื่อนหญิงในที่ทำงานอีกคนหนึ่ง เพราะฉะนั้นเธอจึงเป็นฝ่ายถอยออกมา แต่จะเป็นเพราะนิสัยเปิดเผย หรือเจตนาของเธอ ที่ต้องการแสดงให้เห็นว่า เธอไม่แคร์ เธอมีความมั่นใจในตัวเองก็ตาม เรื่องราวที่เธอมีความสัมพันธ์ กับเพื่อนชายคนนี้ก็ได้เป็นที่รับรู้กันโดยทั่ว เริ่มจากคำพูดของเธอเอง แล้วก็กระจายไปทั่ว จนเธอกลายเป็น "ของเสีย" สำหรับสำนักงานแห่งนี้

โดยนิสัยน้อยบอกว่าเธอมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง เชื่อว่าตัวเองมีศักยภาพเพียงพอ ที่จะทำอะไรก็ได้ เธอเป็นผู้หญิงฉลาดสามารถเรียนรู้ได้รวดเร็ว ย้ายมาอยู่ที่สำนักงานแห่งนี้ได้ไม่นาน เธอสามารถเรียนรู้งานต่างๆ ได้ด้วยตนเอง แต่เธอรู้สึกว่าหัวหน้าผู้หญิงของเธอไม่ได้สนับสนุนเธอเลย น้อยเห็นว่า หัวหน้าผู้หญิงเป็นเพียงสาวโสด ที่เรียกว่าสาวแก่และมีความคิดคับแคบ เพราะฉะนั้น เธอจึงรับไม่ได้กับพฤติกรรมส่วนตัวของน้อย

ดังนั้น ถ้างานที่ส่งมาไม่เป็นเรื่องง่ายๆ ธรรมดาๆ ที่เสมียนทั่วไปก็ทำได้ ก็จะเป็นงานที่ยาก คนอื่นทำไม่ได้แล้ว ก็จะโยนมาให้เธอเหมือนจะพิสูจน์ความสามารถของน้อย แต่น้อยก็ "สอบผ่าน" ทุกครั้ง ทำให้เธอต้องเผชิญกับทีท่าที่ท้าทายความสามารถของเธอมากขึ้น แต่เธอไม่ย่อท้อเพราะเชื่อความสามารถตัวเอง ทว่า…เธอรู้สึกเครียด เร่าร้อนกระวนกระวายใจที่ต้องยืนอยู่ในสภาวะขณะนี้

ชั่วระยะเวลาสองปี น้อยมีผลงานหลายอย่าง เธอทำตัวให้เป็นที่รู้จักของหน่วยงานเอกชนมากมาย ที่ต้องมาขอความช่วยเหลือที่สำนักงานราชการแห่งนี้ เธอสามารถจะพูดชักจูงให้หน่วยงานของจังหวัด ส่งจดหมายมาขอเชิญเธอเข้ารับการอบรม แต่หัวหน้าไม่อนุมัติให้ไป ส่งคนอื่นไปแทน แต่เมื่อต้องลงมือทำ กลับโยนงานมาให้เธอ น้อยจึงปฏิเสธไม่ทำให้

เมื่อตำแหน่งหัวหน้างานฝ่ายหนึ่งว่างลง เธอยื่นคำขอรับการพิจารณาเข้ารับตำแหน่งนั้น แต่หัวหน้าไม่ให้เธอไป น้อยบอกว่าสายงานที่เธอทำอยู่มีโอกาสสูงสำหรับทุกคนที่จะก้าวไปสู่ตำแหน่ง อธิบดีในวันหนึ่ง ซึ่งเธอมีความตั้งใจที่จะเดินตรงไปตรงนั้น เธอมั่นใจว่าเธอทำได้ ซึ่งต้องใช้เวลา ในการพิสูจน์ความสามารถแต่สิ่งที่น้อยบอกก็คือ เธอไม่เข้าใจตัวเอง เวลาที่เธอโกรธหรือใครทำให้เธอโกรธ เธอจะไม่ละเว้นที่จะลงมือฟาดฟันให้เจ็บไปด้วยกันด้วยคำพูดของเธอเอง !

ในท่ามกลางความเครียดที่เกิดจากความรู้สึกว่า คนในสำนักงานแห่งนี้ ไม่ยอมรับพฤติกรรมส่วนตัวของเธอ และเธอต้องออกแรงมากที่จะยืนหยัดอยู่ได้อย่างไม่แคร์ พร้อมกันก็ต้องทำงานหนักในการเผชิญกับบททดสอบของคนรอบด้าน ทุกๆ วันน้อยมีแต่ความเร่าร้อนใจ ขณะเดียวกันเธอก็ได้เห็นว่า หญิงชายเพื่อนร่วมงานหลายคนมีการสนิทสนมกันเป็นพิเศษ ทั้งที่ต่างก็มีสามีภรรยากันแล้ว และด้วยความเครียดหรือเป็นเพราะนิสัยที่ชอบพูดแสดงความก้าวร้าว ของเธอเองก็ตาม น้อยก็ได้พูดถึงพฤติกรรมที่เธอเห็นและคิดว่า คู่นั้นๆ คงจะมีอะไรกันให้กับคนใกล้ๆ ฟัง และสุดท้ายเรื่องก็ไปถึงหูคนที่ถูกล่าวถึง

น้อยมีศัตรูเพิ่มมากขึ้นเพราะความไม่สามารถจะควบคุมอารมณ์และ "ปาก" ของตัวเองไว้ได้ ช่วงนี้เธอจึงโดนหลายๆ คนรุมกันพูดจากระทบกระแทกแดกดันจนเธอแทบทนไม่ไหว เธอได้ไปขอโทษผู้หญิงคนนั้น ส่วนผู้ชายเธอไม่แน่ใจว่าควรทำอย่างไร เพราะพฤติกรรม และการกระทำที่เขาแสดงต่อเธอก้าวร้าวรุนแรงจนเธอเกรงว่า เขาจะไม่ให้อภัย

น้อยบอกว่า เธออยากแก้ไขพัฒนาตัวเอง เพื่อจะได้ทำให้ตัวเองสมบูรณ์ขึ้น โดยทั่วไปเธอเชื่อมั่นว่า ตัวเองมีศักยภาพสูงในการทำงาน เธอเป็นผู้หญิงเก่งเฉลียวฉลาด ขณะเดียวกันเธอคิดว่า ตัวเองดีกว่าเหนือกว่าคนอื่น เธอมีความคิดและทัศนคติที่ไม่ดีกับคนทั่วไป เธอมักคิดดูถูกคนอื่นเสมอ ว่าไม่มีอะไร ในขณะที่เธอมีทุกอย่าง นอกจากนั้นเธอคิดว่า พฤติกรรมส่วนตัวของเธอเป็นเรื่องธรรมดา ที่คนทั่วๆ ไปก็ทำกัน โดยเฉพาะผู้ชาย แต่ทำไมการเปิดเผยจึงไม่เป็นที่ยอมรับ บรรดาข้าราชการเหล่านี้ มากมายทำตัวเหมือนเธอ เพียงแต่หลบๆ ซ่อนๆ ทำ แต่เธอเปิดเผยกลับกลายเป็นผลร้ายเข้าตัวเอง เธอเห็นว่าสังคมไม่ยุติธรรมกับเธอ !

เพราะน้อยต้องการพัฒนาตัวเองให้เป็นที่ยอมรับของคนอื่น ต้องการจะลดความเครียดของตัวเอง ที่นับวันจะเพิ่มขึ้น จนรู้สึกเหมือนหัวจะระเบิด เธอยอมรับว่าความเป็นคน "ปากโป้ง" เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เธออยากจะแก้ไขนิสัยชอบเอาเรื่องคนอื่นมาพูดให้เสียหาย แต่สุดท้ายเธอบอกว่าได้พยายามปรับปรุง หาหนังสือจิตวิทยามากมายมาอ่าน แต่ก็แก้ไขไม่ได้ อยากให้เราช่วย

ชี้ให้น้อยได้ตระหนักถึงเป้าหมายในชีวิต คือตำแหน่งอธิบดีนั้นถึงจะไม่ไกลเกินฝันสำหรับทุกๆ คน แต่บุคคลที่จะก้าวไปถึงตำแหน่งนั้นจำเป็นต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเป็นที่ยอมรับทั้งการงาน และในเรื่องส่วนตัว ถึงมันจะเป็นเรื่องจริงที่ผู้ชายมากมายก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงๆ ได้ ทั้งๆ ที่มีชื่อเสียงเสียหายในเรื่องผู้หญิง หรือเรื่องส่วนตัว แต่สังคมซึ่งมีมาตรฐานในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้หญิงในรายละเอียดปลีกย่อย ทั้งโดยทางตรงและโดยบุคคลรอบด้านมากกว่าที่จะสนใจพฤติกรรมส่วนตัวของผู้ชาย เพราะฉะนั้นถ้าน้อยฝันไกล และต้องการจะเดินไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง ก็เป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพยายามรักษาเส้นทางเดิน ของตนไว้ให้แน่วแน่ และถูกต้องดีงามอย่างไม่มีข้อติฉินนินทา

อย่างไรก็ตามในความพยายามของน้อยนั้น เป็นไปได้หรือเปล่าด้วยบุคลิกที่มีความมั่นใจ ในศักยภาพของตนเอง ด้วยความกล้าที่จะฟันฝ่าอุปสรรคทั้งปวง นั้นคือไม่มีการยินยอมโอนอ่อนให้กับใคร และด้วยทัศนคติที่ไม่ดีต่อเพื่อนร่วมงานและผู้อื่น "น้อย" ได้คุกคามความรู้สึกปลอดภัย ความมั่นใจของเพื่อนๆ ร่วมงานมากมาย ทำให้น้อยกลายเป็น "คู่ต่อสู้" หรือผู้หญิงอันตรายสำหรับทุกคน เมื่อรวมกับนิสัย "ปากไม่ดี" ส่วนตัว ความไม่มีการยอมโอนอ่อนให้ผู้อื่นและพฤติกรรมในเรื่องชู้สาวของเธอ ทำให้น้อยกลายเป็น "คนไม่ดี" มากกว่า จะเป็นที่ยอมรับว่าเป็น "คนเก่ง" จริงๆ

เพราะฉะนั้นการจะแก้ไขพัฒนาตนเอง ก็ควรเริ่มต้นที่ "จิตใจ" ตนเองขัดเกลา ให้มีทัศนคติที่ดีต่อผู้อื่นบ้าง ตำราจิตวิทยาทั้งหลายหรือการจะไปพัฒนาบุคลิกภาพให้สวยงาม โก้เก๋ขึ้นนั้น ถ้าสภาพจิตใจไม่ดีแล้ว จะใช้วิชาการที่ไหนมาขัดเกลาคงไม่เกิดประโยชน์ นอกจากนั้นจะไม่ยอมละเว้นใคร ไม่ควบคุมตัวเอง น้อยพร้อมจะกระโจนเข้าสู่การฟาดฟัน โดยไม่มองว่าใครเป็นใคร ผลที่ออกมาจึงกลายเป็นความก้าวร้าวและจัดจ้าน

และด้วยนิสัยที่คิดว่า ตัวเองเก่งเป็นหนึ่ง จึงหยิ่งยะโส ถือว่าตัวเองดีกว่าใครๆ ทำให้กลายเป็นคน ที่สนใจแต่ตัวเอง เห็นแก่ตัวและขาดความมีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เมื่อต้องการหรืออยากได้อะไร ก็ต้องเอาให้ได้ เห็นได้ชัดในเรื่องที่น้อย "เสี่ยงมาก" กับการที่จะได้เพื่อนชายมาเป็นคู่ครอง เธอจึงได้ก้าวข้ามแดนไปไกลและต้องมาเจ็บใจกับความว่างเปล่าที่ได้มา พร้อมข้อติฉินนินทาที่ทำให้ "น้อย" กลายเป็นคนมีมลทิน

นอกจากนั้น ความพยายามที่จะประสบผลสำเร็จ และไปให้ถึงเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ทำให้น้อยต้องออกแรงมากในหลายๆ ด้าน นำไปสู่ความเครียด คับข้องใจ เมื่อไม่ได้ดังต้องการ ก็มีความโกรธ เครียด เร่าร้อนกระวนกระวายใจ ไม่มีความสุข คนที่ไม่มีความสุขในชีวิตส่วนใหญ่ เมื่อตัวเองไม่สุขก็ไม่ต้องการจะให้คนอื่นมีความสุขไปด้วย เพราะฉะนั้น ก็จะมองหาแต่ความผิด ความไม่ดีของผู้อื่นมาคิดมาพูดเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นดังที่น้อยทำอยู่

ผู้เขียนได้บอก "น้อย" ไปว่า ความทะเยอทะยานไม่ใช่ความผิด แต่การจะก้าวไปให้ถึงดวงดาวนั้น ต้องใช้ความแน่วแน่อดทน ความตั้งใจจริง ความขยันหมั่นเพียรพยายาม มีความซื่อสัตย์สุจริต และความมีจิตเมตตาต่อตัวเองและต่อผู้อื่น คนที่รักและเมตตาตัวเองย่อมไม่ทำอะไร ที่จะส่งผลเสียหายให้กับชีวิต ไม่ว่าจะในเรื่องใดๆ และการที่คนเราจะมีความสุขได้ ก็คือการรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ไม่ถือสาและรู้จักการให้อภัยในความบกพร่องผิดพลาดของผู้อื่น และที่สำคัญไม่ว่าจะทำอะไร ที่ไหนและกับใครให้มีสติตริตรอง ค่อยคิดค่อยทำอย่าวู่วาม !

อรอนงค์ อินทรจิตร
นรินทร์ กรินชัย

(update 19 เมษายน 2001)


[ ที่มา...หนังสือผู้หญิงกับเซ็กซ์ โดย อรอนงค์ อินทรจิตร และ นรินทร์ กรินชัย]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600