มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam



สามีฉันดีทุกอย่าง ยกเว้น…เซ็กซ์


"รุจี" เป็นข้าราชการระดับสูง ตำแหน่งหัวหน้ากองที่มีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคน เธอเดินทางมาประชุมวิชาการในกรุงเทพฯ เป็นเวลา 10 กว่าวัน จึงโทรศัพท์มาขอพบนักจิตวิทยา เป็นการส่วนตัวที่ศูนย์ฮอทไลน์

เธอเป็นหญิงสาวร่างอวบท้วม ใบหน้าสะสวยคมคายผิวคล้ำ ตามลักษณะของคนเมืองนครศรีธรรมราช ด้วยทีท่าเกรงอกเกรงใจ ขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความระแวดระไว แน่นอนที่เธอไม่ได้ใช้ชื่อจริง เธอเล่าถึงความรู้สึกในการมาเข้ารับการอบรมทางวิชาการในครั้งนี้ว่า

" เป็นการประชุมระดับหัวหน้า เพื่อนำเทคนิคการบริหารงานใหม่ๆ กลับไปใช้ในหน่วยงานของแต่ละคน ผู้เข้าประชุมมาจากหลายอำเภอและหลายจังหวัดในภาคใต้ ทั้งหญิงชายรวมแล้วเกือบ 80 คน ส่วนใหญ่ก็รู้จักคุ้นๆ หน้ากันมาก่อน แต่นานๆ เจอะกันที ทางราชการจัดที่พักให้ บ้างก็มีบ้านญาติ หรือบ้านพักของตนเองอยู่ในกรุงเทพฯ การประชุมหรือการทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อเรียนรู้ ในการทำงานเป็นกลุ่มทำให้มีความใกล้ชิดกันเป็นพิเศษ ก็เป็นธรรมดาหญิงชายใกล้กัน ต่างก็ห่างบ้านห่างครอบครัวมา โอกาสที่จะแสวงหาส่วนที่ขาดหายไปในชีวิตเพื่อเติมเสริมแต่ง ให้กับตัวเองก็มีบ้าง ผู้ชายไปไหน ไปทำอะไรมีอะไรกับใครไว้บ้างก็เห็นเป็นเรื่องที่ไม่มีใครว่า สมัยนี้ผู้หญิงมากมายก็ไม่ถือเป็นเรื่องเสียหายเช่นกัน"

" เห็นๆ กันนี่ บางคู่ก็นัดกันมา มาพักกันเป็นคู่ๆ หลายคนก็มารู้จักกันที่นี่ แล้วก็คบหาพากันไปหาความสุข หนูเองก็เหมือนกัน คนอายุขนาดนี้ก็พอจะอ่านสายตากันออกหรอกว่าเขาต้องการอะไรจากเรา ใจมันก็อยากนะพี่ อยากจะไปกับเขา แต่พอนึกถึงสามีนึกถึงหน้าที่การงานทำไม่ลง ยังไงๆ เราก็ต้องเจอกันอีกในอนาคต มันจะมองหน้ากันไม่ได้ ทุกวันเลยนะพี่ที่คิด…คิดอยากตัดสินใจไปเลย ใจบอกตัวเอง แล้วก็เปลี่ยนใจ สุดท้ายคิดว่า โทรฯหาพี่ดีกว่า พี่คงมีคำแนะนำหรือให้คำปรึกษาที่ดี"

ผู้เขียนมองเธออย่างพิจารณา สัมผัสถึงความอึดอัดใจ และอารมณ์ที่ท่วมท้น หลายๆ อย่างที่เธอ ยังไม่กล้าเปิดเผย เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ถึงความรู้สึกของคนที่มีการศึกษาสูง มีหน้ามีตา มีฐานะ มีตำแหน่ง แต่ในจุดหนึ่ง เมื่อเธอต้องการความช่วยเหลือจากผู้อื่นจึงกลายเป็นเรื่องยาก และสร้างความลำบากใจกับเธอ มากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า

" จะให้พี่ช่วยอะไรคุณได้บ้าง ? " ด้วยคำถามที่ระมัดระวังอย่างสุภาพ เธอหลบสายตาขยับตัวไปมาอย่างอึดอัดใจ
" บางที …บางทีพี่อาจจะมีเพื่อนชายที่พี่ไว้วางใจได้ว่า เขาจะไม่เอาหนูไปพูดให้เสียหาย คือผู้ชายที่เก็บความลับได้น่ะค่ะ หนูอยากให้พี่แนะนำให้หนูรู้จัก แล้วหลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของเราสองคน " เธอตอบเลี่ยงไป ใบหน้าเคร่งขรึมระบายด้วยความไม่แน่ใจ อึดอัดใจ
" หมายความว่าอะไรคะ ? "
" หนู…หนูต้องการเซ็กซ์ค่ะ !" เธอโพล่งออกมาตรงๆ จากนั้นความอึดอั้นตันใจในชีวิต ก็หลั่งไหลพรั่งพรูออกมา

แน่นอน…สำหรับเจ้าหน้าที่ศูนย์ฮอทไลน์แล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีผู้หญิงมากมาย ได้เคยมาขอร้องกับเราด้วยประโยคนี้มาก่อน เพราะมันเป็นเรื่องของความรู้สึกที่หลายๆ คนเคยเผชิญ และไม่รู้จะหันหน้าไปปรึกษาหรือพูดกับใคร สังคมส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ และไม่สนใจจะรับฟังความในใจ เรื่องเซ็กซ์ของผู้หญิง นั่นอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของกฎระเบียบทางสังคมที่คาดหมายให้ผู้หญิง ยอมรับสภาพของการเป็นภรรยาอย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ หรือในความสัมพันธ์ทางเพศแล้ว เป็นเรื่องที่แล้วแต่ฝ่ายชายจะกรุณา ! จึงดูเหมือนผู้หญิงไม่มีสิทธิจะเรียกร้องหามัน !?!

"รุจี" ก็เช่นกัน เธอแต่งงานกับสามีวัยไล่เลี่ยกันมากว่า 10 ปี มีบุตรสามคน ทั้งสองคนเป็นคนเมืองใต้ และต่างก็มีลักษณะพิเศษอยู่ในตัว

" ผู้ชายเมืองใต้เป็นคนถือศักดิ์ศรีมาก มีความหยิ่งทรนงในตัวเองสูง ไม่ค่อยยอมลงให้ใคร โดยเฉพาะในความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา เป็นเรื่องยากที่เขาจะยอมให้ผู้หญิงหรือภรรยาเป็นผู้นำ ไม่ว่าเรื่องอะไร เขาต้องดีกว่า ถูกต้องกว่า ผู้หญิงต้องฟัง หนูกับเขารักกันมาตั้งแต่สมัยเรียน เขาเป็นคนจริงจังค่อนข้างเงียบขรึม ใจเย็นจนดูคล้ายเฉื่อยชา ไม่ชอบแข่งขันกับใคร ตลอดเวลาที่อยู่กินกันมา 10 กว่าปี มีลูกสามคน เขาดีจริงๆ นะพี่ ซื่อสัตย์ไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงอื่น ถึงแม้บางครั้งเราจะต้องแยกกันอยู่คนละจังหวัด เพราะหน้าที่การงาน เงินทองให้สม่ำเสมอ เป็นพ่อที่ลูกภูมิใจ เป็นสามีที่ดี เสียอยู่อย่างเดียว…ความสัมพันธ์บนเตียงเขาแย่มาก "

" 10 กว่าปีมานี่หนูถึงสุดยอดเพียงสองสามครั้งเอง ทุกครั้งที่มีความสัมพันธ์กันจะเริ่มที่เขา คือถ้าเขามีอารมณ์เขาก็แทบจะฉุดลากหนูขึ้นเตียงแล้วก็รีบๆ ทำๆ ให้มันเสร็จๆ ไป พอเสร็จเขาก็จะลุกไป ไม่เคยสนใจว่าหนูจะรู้สึกอย่างไร หรือเป็นอย่างไร มันเป็นความรู้สึกที่แย่แย่มากๆ เลยนะ ในการกระทำที่คล้ายกับร่างกายเรามีไว้เป็นเครื่องใช้เป็นที่ระบายความใคร่ อีกอย่างหนึ่ง มันทำให้เรารู้สึกตัวเราไร้ค่าสิ้นดี ทุกครั้งที่เขาเสร็จก็พลิกร่างหลับไปเลย ปล่อยให้หนูนอนเคว้งคว้าง สับสนไปหมด มันทำให้อารมณ์หนูเครียดกดดันมาก บางวันตื่นขึ้นมา ปวดหัวไปหมดจิตใจห่อเหี่ยว ไม่อยากทำอะไร มันเป็นอย่างนี้มาตลอด ชีวิตแต่งงานนะพี่ " เธออธิบายด้วยท่าทางเคร่งขรึมนุ่มนวล เสียงพูดรั่วเร็วสั่นเครือด้วยแรงอารมณ์

" คุณเคยคิดที่จะเป็นฝ่ายเริ่มต้นกับเขาก่อนบ้างไหมคะ ในความเป็นสามีภรรยากัน เซ็กซ์เป็นเรื่องที่คนทั้งสองจะต้องร่วมมือกัน แบ่งปันประสบการณ์และให้ความสุขแก่กันและกัน และไม่ต้องอายที่จะบอกให้รู้ว่าเรามีความต้องการเขา ไม่จำเป็นจะต้องรอให้เขาเป็นผู้เริ่มต้นก่อน ผู้หญิงหรือภรรยาก็สามารถจะแสดงทีท่าหรือเริ่มต้นกับเขาก่อนได้ โดยเฉพาะเราอยู่กันมาตั้ง 10 ปี เคยพูดคุยกันเรื่องนี้บ้างหรือเปล่าคะ? " ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา ริมฝีปากสั่นระริก เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง เพื่อระงับสติอารมณ์ก่อนจะตอบคำถาม

" พี่…หนูไม่รู้ว่าผู้ชายใต้เป็นอย่างนี้กันทุกคนหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าหนูจะไม่เคยเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน ปกติเรานอนกันไม่บ่อยนัก ทุกครั้งเป็นการตอบสนองความต้องการของเขา เวลาที่หนูต้องการเขาบ้าง แค่เอื้อมมือไปลูบไล้เขา เขาก็ปัดออกหันหลังหนีหรือไม่ก็ผลักไสออกดื้อๆ เหมือนรำคาญ แรกๆ หนูก็เสียใจ น้อยใจ สะเทือนใจ ถามตัวเองว่า ทำไมเขาจึงแสดงความรังเกียจเราขนาดนั้น แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่หรอกพี่ เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำอะไรลงไป และทำแล้วหนูจะรู้สึกอย่างไร หนูอยู่กับเขามากว่า 10 ปีนะพี่ หนูรู้จักเขาดี เพราะฉะนั้นยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ที่จะไปพูดคุยกับเขาเรื่องเซ็กซ์ หรือไปบอกเขาว่าหนูไม่เคยพูดถึงจุดสุดยอด ผู้ชายอย่างเขาถือว่า นี่เป็นเรื่องของผู้ชาย ภรรยาเป็นของสามี มีหน้าที่ตอบสนองความต้องการของเขา ไม่ใช่คนที่จะไปเรียกร้องหรือเป็นฝ่ายนำหน้า หรือแม้กระทั่งจะไปบอกเขาว่า เขาไม่เคยทำให้หนูถึงจุดสุดยอดเลย เขารับไม่ได้หรอก ที่แน่ๆ คือ เขาไม่ฟังหรอก !"

คงจะมีผู้หญิงอีกหลายคนหรือมากมายที่พบว่าตัวเองตกอยู่ในสภาวะเช่นนี้ เขาดีสารพัด และเราก็รักเขา รักครอบครัวสุดใจ แต่…สิ่งที่มีความสำคัญหรือเป็นหยดน้ำทิพย์ในชีวิตของคู่สมรสนั้น มันขาดหายไป "เซ็กซ์" นอกจากจะเป็นน้ำผึ้งของชีวิตคู่แล้วยังเป็นเงื่อนไขที่ผูกมัดคนสองคนให้มาอยู่ร่วมกัน แบ่งปัน และแสวงหาความสุขจากกันและกัน

แต่ก็ยังมีคู่สมรสอีกมากมายที่หลุดรอดจากความคับข้องใจในเรื่องบนเตียงที่ไม่เอาไหน ของอีกฝ่ายหนึ่งมาได้ด้วยวิธีการประนีประนอม หรือด้วยความเห็นอกเห็นใจในกันและกัน และนั่นก็เป็นวิธีหนึ่งที่รุจีอาจนำไปพิจารณาได้

" ในเมื่อสามีไม่สามารถให้ความสุขถึงสุดยอดแก่ภรรยาได้ด้วยการร่วมเพศ เคยที่จะให้เขาช่วยเรา หรือตัวคุณรุจีช่วยเหลือตัวเองบ้างหรือเปล่า ? "
" เป็นยังไงคะ ช่วยเหลือตัวเอง " เธอถามด้วยความงุนงง
" ก็…ที่เรียกกันว่า Masturbation น่ะค่ะ"

เธอมองผู้เขียนด้วยสายตาไม่เข้าใจ…ใช่…เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงวัยเกือบ 40 ปีคนนี้ มีการศึกษาสูง มีครอบครัวแล้ว แต่ไม่รู้จักคำคำนี้ !

" แปลว่าช่วยเหลือตัวเองหรือคะ…แล้วช่วยได้อย่างไรคะ ?" เธอซักอย่างตั้งอกตั้งใจและไม่เข้าใจจริงๆ จึงต้องเปลี่ยนคำถามใหม่
" แล้วเคยจินตนาการเกี่ยวกับเรื่องเพศไหมคะ…เช่น…คิดฝันสร้างรูปแบบของผู้ชายที่เราชอบ หรือนึกถึงภาพสามีของเรากำลังให้ความสุขตามที่เราต้องการ แล้วทำให้เราถึงจุดสุดยอดน่ะค่ะ?"
" ไม่เคย ! คิดไม่ออกคิดแบบนั้นไม่เป็น คิดไปทำไมกันคะ ?ในเมื่อความจริงมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย จะไปสร้างจินตนาการที่ไม่เป็นความจริงได้อย่างไรคะ ?" คำปฏิเสธอย่างซื่อๆ ตรงๆ ของเธอทำให้ผู้เขียน ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการอธิบายมากขึ้น

" คือจินตนาการทางเพศอาจเป็นส่วนประกอบในการช่วยตัวเองหรือเป็นการเสริมรสชาติ ของความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างหญิงชายได้ดีขึ้น ส่วนใหญ่อารมณ์ทางเพศจะกระตุ้นเร้าให้เกิดการจินตนาการ เพื่อสร้างความสุขหรือตอบสนอง หรือชดเชยความสุขทางเพศที่ขาดหายไปของคนหนึ่งคนใด ถ้าคนคนหนึ่งไม่เคยมีจินตนาการหรือคิดฝันเรื่องนี้เลย อาจเป็นเพราะเป็นคนจริงจังกับเรื่องจริงๆ มาก ทำให้ขาดอารมณ์คิดฝันเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ในเรื่องนี้ แต่ก็ไม่เป็นไร คุณรุจีเคยดูภาพยนต์เอ็กซ์ หรืออ่านนวนิยายรักหวานๆ โป๊ๆ ไหมคะ? เรื่องราวในนั้นก็คล้ายๆ กับการจินตนาการทางเพศเหมือนกัน…"
" ไม่เคยดู ไม่ชอบ…ยิ่งนวนิยายประโลมโลกยิ่งไม่เคยอ่าน งานก็มากอยู่แล้ว ไม่รู้จะปลีกเวลา ไปวุ่นวายกับเรื่องเหล่านี้ได้ยังไง !" เธอกล่าวด้วยทีท่าเครียดขรึม

" คิดว่า ความเครียดของคุณที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เกิดจากอะไรบ้างคะ ?"
" เพราะขาดเซ็กซ์…คุณเข้าใจไหม ?…ก็เวลาที่ต้องการมันไม่ได้ เวลาได้ก็ยิ่งทำให้ปวดหัว…เครียด เก็บกดหาทางระบายออกไม่ได้ หงุดหงิดพยายามจะไม่เข้าใกล้ลูกๆ กลัวจะไปอาละวาดจู้จี้กับเขาจนเกินเหตุ เวลาที่มีก็เลยต้องทุ่มให้กับงาน บางที…รู้ตัวนะ…ลูกน้องทำผิดอะไรนิดอะไรหน่อยก็แทบจะกรี๊ดกร๊าด เข้าใส่เขา…ก็ทำงานให้หนักให้มาก กลับบ้านถึงบ้านเหนื่อยเพลียแล้วจะได้หลับไป ชีวิตวนเวียนอยู่อย่างนี้มา 10 ปี

ก็ถามตัวเองว่าจะหย่าเขาดีไหม…ทนต่อไปไม่ไหวแล้ว…แต่ก็สงสารเขา สงสารลูก…ถ้าจะบอกกับใครๆ ว่าเราหย่าเพราะเรื่องเซ็กซ์ ทั้งสามี ทั้งใครๆ ในสังคมคงไม่ยอมรับ นอกจากสาเหตุนี้แล้วก็ไม่รู้จะหย่ากับเขา ด้วยเรื่องอะไรได้อีก…เขาดี…ดีทุกอย่างจริงๆ ถึงคิดว่าถ้าตัวเราแก้ตัวเองตรงจุดนี้ได้ หาทางระบายออกเป็นครั้งคราว ชีวิตด้านอื่นก็ดำเนินไปตามปกติ แล้วตัวเองก็มีความสุข…ก็อยู่ต่อไปได้ แต่เรื่องจะไปมีอะไรกับใคร ในถิ่นบ้านละก็เป็นไปไม่ได้…สังคมที่นั่นแคบ ไปไหนมาไหนระหว่างสามสี่จังหวัดภาคใต้ก็รู้จักกันทั่ว เพราะฉะนั้นถึงต้องขึ้นมากรุงเทพฯ อยากให้พี่ช่วยหาผู้ชาย…ผู้ชายที่เจอะสภาพเดียวกับหนูก็ได้จะได้เข้าใจกัน อีกอย่าง…ได้ยินว่ามีคลับสำหรับผู้หญิงไปเที่ยวแล้วอ๊อฟผู้ชายไปนอนได้ จะดีไหมคะ? "

เธอจบคำอธิบาย ด้วยคำถามอย่างตรงไปตรงมา บรรยากาศรอบๆ ตัวเราดูหนักอึ้งเคร่งเครียด ไปด้วยความจริงจังของเธอ
" สรุปว่า เซ็กซ์อย่างเดียวใช่ไหมที่จะช่วยคุณได้ ?" เธอพยักหน้ารับคำยืนยันอย่างหนักแน่น
" คุณคิดว่า อะไรมีความสำคัญที่สุดในชีวิตสมรส ?"
" ก็ทุกๆ ด้านมีความสำคัญประกอบกันทั้งนั้น แต่ทุกอย่างดีหมด ลูกๆ ก็ดี งานเงินดีหมด สามีก็ดี ขาดอย่างเดียวเซ็กซ์" เธอยืนยันอย่างมั่นคงและเปิดเผย

" จากทั้งหมดที่คุณรุจีเล่ามานะคะ คุณมองว่าปัญหาความเครียด ความกดดัน หรืออาการคับข้องใจของคุณ เกิดจากการขาดเซ็กซ์ หรือความต้องการทางเพศ ไม่ได้รับการตอบสนองตามวิถีทางที่คุณควรจะได้รับ หรือไม่ได้เป็นไปตามต้องการ ฉะนั้นถ้าจะมีใครมาเติมเต็มตรงความต้องการนี้เสีย ปัญหาที่เล่ามาก็จะหมดไป ความจริงการจะไปหาผู้ชายมานอนด้วยสักคนไม่ใช่เรื่องยาก แต่นั่นอาจไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาสำหรับคุณรุจี อาจเป็นเพียงการเริ่มต้น หรืออาจจะไม่มีวันเป็นไปได้เลย…ทางเลือกที่จะแก้ไขปัญหาของคุณ พี่มองเห็นอยู่สี่ทาง

วิธีแรกหรืออาจเป็นวิธีรองๆ ก็ได้ คือ แก้ที่สามีของคุณเอง จะต้องค่อยเป็นค่อยไป จนถึงพาเขาไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านเซ็กซ์บำบัดก็ได้ เพื่อเปลี่ยนท่าทีและทัศนคติทางเพศของเขา เพื่อรักษาชีวิตสมรสให้ยืนยาว

วิธีที่สองหรืออาจทำได้เลยเพราะไหนๆ ก็มากรุงเทพฯ แล้วก็คือ หาผู้ชายมานอนด้วย จบแล้วก็จบกัน แต่มันก็อาจจะต้องใช้วิธีนี้กันเรื่อยไป เมื่อไรที่รู้สึกเครียด!

วิธีที่สาม ก็คือกลับบ้านแล้วทนอยู่ต่อไป เรียนรู้ในการสร้างจินตนาการทางเพศ ก็คงจะพอช่วยตัวเองให้ถึงจุดสุดยอดไปได้

วิธีที่สี่ ถ้าทนไม่ได้จริงๆ กับความรู้สึกว่าเราต้องเป็นฝ่ายตอบสนองความต้องการทางเพศ ของเขาเมื่อไรที่เขาต้องการ โดยที่เราไม่สามารถจะเปลี่ยนท่าทีและทัศนคติของเขาได้ ก็คือ หย่า!

ทีนี้เราลองมาพิจารณาดูแต่ละวิธีว่าความเป็นไปได้มีแค่ไหน เริ่มที่ "เซ็กซ์" คุณว่าถ้าได้เซ็กซ์ก็พอแล้ว เป็นการช่วยระบายความกดดันทางเพศของคุณไปได้ แล้วต่อไปล่ะ คุณจะแสวงหาการตอบสนอง โดยวิธีนี้เรื่อยไปหรือเปล่า ถ้าใช่…คุณคงจะต้องขึ้นมากรุงเทพบ่อยๆ แล้วบุคคลที่คุณจะร่วมหลับนอนด้วยล่ะ? เป็นใคร? พี่พิจารณาจากตัวของคุณเอง ผู้หญิงที่มีการศึกษา มีหน้าตาฐานะและรสนิยมขนาดนี้ "เซ็กซ์" คงจะต้องมีความหมายมากกว่าความต้องการทางร่างกายธรรมดา อารมณ์…ความรู้สึกละเอียดอ่อน ความเหมาะสม ความนึกคิด ความทัดเทียมกันทางสติปัญญา การศึกษา จะเป็นส่วนหนึ่ง ที่เข้าไปอยู่ในอารมณ์ทางเพศของคุณด้วย แต่ผู้ชายที่ขายตัวทั่วไปก็คงเพียงแค่ขายเซ็กซ์ คุณจะยอมรับความขาดในด้านอื่นของเขาได้หรือเปล่า พออารมณ์ทางเพศของคุณหมดไป คุณจะยอมรับสิ่งที่คุณกระทำไปกับร่างกายของคุณได้แค่ไหน

พี่รู้สึกว่าร่างกายของผู้หญิงก็เป็นสิ่งที่ควรจะได้รับการยกย่องดูแลไม่ปล่อยให้ใครย่ำยี หรือเหยียดหยามเอาง่ายๆ อย่างกรณีที่คุณรู้สึกว่าการปฏิบัติที่สามีคุณทำกับคุณ ทำให้คุณรู้สึกตัวเองไร้ค่า เพียงเพราะเขาไม่แสดงความพึงพอใจ ชื่นชอบหรือทะนุถนอมร่างกายคุณ คุณก็รู้สึกแย่เอามากๆ แล้วกับผู้ชายคนอื่นๆ ที่เขาเอาเซ็กซ์มาแลกเปลี่ยนโดยปราศจากความรู้สึก หรือมีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง คิดบ้างไหมว่า การที่เราซื้อเซ็กซ์ก็เป็นการเอาร่างกายเราไปให้เขาด้วยเช่นกัน แล้วเขาเป็นใคร จะเห็นคุณค่าหรือรู้ค่าของเราแค่ไหน ? ถ้าคุณไม่แคร์จริงๆ ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าคุณคิด ! คุณจะเจ็บปวด และเหยียดหยามตัวเองบ้างหรือเปล่า ? ลองพิจารณาตรงจุดนี้แล้วบอกพี่มาซิว่า คุณยังอยากจะเอาตัวเอง ไปแลกกับอารมณ์ชั่วครู่ยามอีกหรือเปล่า ถ้าคุณทำใจได้ พี่ก็จะช่วยแนะนำให้ !

ทีนี้หันมาพิจารณาวิธีที่สอง คือ พยายามปรับทัศนคติทางเพศของสามีคุณ มีหนังสือเกี่ยวกับเพศศึกษาดีๆ หลายเล่ม ทั้งที่อ่านเข้าใจง่ายๆ หรือเป็นวิชาการที่คุณจะลองนำไปวางๆ ทิ้งไว้ให้เขาเห็น แล้วก็เริ่มชี้ชวนคุย แสดงความคิดเห็นทั่วๆ ไปก่อนจะเชื่อมโยงเข้าสู่ตัวคุณ เพื่อเป็นหนทางให้คุณกับเขาได้พูดถึงความในใจ ถึงความต้องการกันอย่างตรงๆ คุณอดทนมานานแล้ว ก็คงถึงเวลาที่จะต้องลองดู ถึงจะเป็นการเสี่ยงต่อการปฏิเสธหรือตำหนิจากเขาก็ยังเป็นวิธีที่ดีกว่า เพราะคุณก็คงไม่อยากเสียเขาไป เขาก็คงจะรักคุณเช่นกัน บางทีการที่คุณยอมเขามานานๆ จนกลายเป็นความเคยชิน ถ้าคุณลองพยายามพูดกับเขาอย่างเป็นงานเป็นการบ้าง บางทีจะทำให้เขาหันมาสนใจได้ ซึ่งก็คงต้องใช้เวลาในการปรับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ส่วนวิธีที่สาม คือ จินตนาการทางเพศ พร้อมกับบำบัดความใคร่ด้วยตนเอง ที่ผ่านมา คุณไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนก็เช่นเดียวกันคือบางทีหนังสือนวนิยายแปลหวานๆ ประโลมโลก หรือหนังสือเกี่ยวกับเพศศึกษาที่คุณหาให้สามี คุณก็ควรจะอ่านเสียด้วย เพื่อจะช่วยสร้างอารมณ์ หรือเป็นการช่วยตอบสนองต่ออารมณ์ทางเพศได้ นี่เป็นเรื่องของความรู้สึกของตัวเองจากเรื่องราวเหล่านี้ ผู้หญิงเป็นจำนวนมากใช้วิธีนี้ตอบสนองความต้องการทางเพศในส่วนที่ขาดหายไป มันอาจจะไม่ใช่ความสุขทั้งหมด และไม่ใช่เป็นความสัมพันธ์ทางร่างกาย แต่เป็นความรู้สึก เป็นอารมณ์ อยู่ในความคิด เป็นอาหารของสมองของหัวใจ โดยเฉพาะหัวใจที่ยังไม่ต้องการสูญเสียสามีที่รักของคุณไป ลองไตร่ตรองดู…นี่เป็นวิธีที่ทำได้โดยไม่ต้องพึ่งเพศชาย !…

ส่วนวิธีสุดท้าย ก็คือ "หย่า" ในกลุ่มผู้หญิงจำนวนมากที่ทนความเห็นแก่ตัวในเรื่องเซ็กซ์ ของผู้ชายไม่ไหว ไม่ว่าเขาจะมีความต้องการมากเกินไป น้อยเกินไปหรือ กระทำการเหมือนข่มขืน ภรรยาของเขาอยู่ตลอดเวลา ผู้หญิงที่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง หรือไม่แคร์คำครหาของสังคม เพราะถือว่านี่เป็นปัญหาภายในครอบครัว ของคนสองคน จะตกลงจะอยู่ หรือจะแยกทางจากกันก็ไม่เกี่ยวกับคนนอก ผู้หญิงประเภทนี้ก็คงจะตัดสินใจ แยกทางหรือหย่าได้ง่ายๆ เพราะไม่รู้จะต้องทนความรู้สึกไม่ดีกับตัวเองหรือทนความกดดันไปเพื่ออะไร ส่วนที่เขาคิดว่าทนได้เพราะคุ้มกับความสุขด้านอื่นหรือความมีหน้ามีตาในสังคมทนการติฉินนินทา ในความเป็นแม่หม้ายไม่ได้ เขาก็คงจะทนอยู่ต่อไป ผู้หญิงประเภทนี้ก็มีมากเช่นกัน และความคิดเช่นนี้ ก็ไม่ได้เป็นความคิดที่ผิดมันเป็นทางเลือก ทางเดินที่ทุกคนต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง และรับผิดชอบ ต่อการตัดสินใจของตัวเองด้วยเช่นกัน !

ส่วนคุณรุจีเองก็ต้องพิจารณาจากจุดยืนของตนเอง สิ่งแวดล้อม ความรู้สึกขัดแย้งกัน ลองนึกถึงผลที่จะตามมาจากการหย่าร้างทั้งทางลบ คือภาพพจน์ในสังคม ครอบครัวและลูกๆ แล้วเปรียบเทียบกับผลทางบวกที่จะตามมา คือ สุขภาพจิต โอกาสที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับผู้ชายที่จะเข้าใจคุณ ให้ความสุขทางเพศได้ ตอนนี้คุณยังมีโอกาสอยู่มาก เพราะอายุเราเพิ่ง 40 ก็เป็นช่วงที่จะเริ่ม ความเป็นตัวของตัวเองได้ คือความมั่นคงทางการงาน การเงินก็มีเป็นทุนอยู่แล้ว ลูกๆ ก็โตพอจะคุยกันได้ ความรักก็ส่วนความรัก เพราะบางทีคนเรารักกันแต่ก็อยู่กันไม่ได้เช่นกัน คุณกับสามีถ้าตกลง พบกันครึ่งทางได้ก็ดี ถ้าไม่ได้เราก็ยังสามารถเป็นเพื่อนที่ดีกันต่อไป อยู่อย่างนี้เขาอาจมีความสุข แต่คุณทรมาน ถ้าแยกทางกันขาดคุณก็ไม่ใช่ว่าเขาจะหาความสุขทางเพศไม่ได้ แต่คุณสิ… แยกทางแล้วโอกาสจะหาความสุขทางเพศโดยไม่ขัดต่อศีลธรรมหรือวัฒนธรรมก็มีมากขึ้น หรือถ้าพบคนถูกใจก็อาจจะตั้งต้นชีวิตใหม่อย่างมีความสุขได้

นี่เป็นทางเลือกที่พอจะมองเห็น และน่าที่คุณจะนำไปพิจารณาตัดสินใจว่าควรจะเริ่มต้นวิธีไหน แก้ไขปัญหาทีละขั้นตอน…"

กว่าสองชั่วโทงที่เราคุยกันคืนนั้น ก่อนที่คุณรุจีจะเดินทางกลับบ้านด้วยความรู้สึกปลอดโปร่งสบายใจ และเธอก็ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น การได้มีโอกาสพูดคุยปรับทุกข์ และการชี้แนะทำให้เธอได้ตระหนักถึงศักดิ์ศรี และคุณค่าในตัวเองที่ไม่ต้องการจะปล่อยให้คนที่ไม่รู้คุณค่ามาย่ำยี

"รุจี" ก็เหมือนผู้หญิงไทยอีกมากมาย ที่ได้เดินทางมาพบนักจิตวิทยาของศูนย์ฮอทไลน์ ด้วยปัญหาและจุดประสงค์ที่คล้ายคลึงกัน คือมีความกดดันทางเพศที่ต้องการปลดปล่อย ให้หายเครียด แต่เพราะเกรงความผิดพลาดในชีวิต เพราะไม่แน่ใจว่าอะไรควรไม่ควร และเพราะไม่รู้จะพูดเรื่องนี้กับใคร จึงจะเข้าใจ เพราะรู้สึกสับสนขัดแย้งทางความคิดในตัวเอง แต่หลังจากมีการพูดคุยกันอย่างละเอียด ในทุกแง่มุมแล้ว เราก็พบว่า ผู้หญิงไทยส่วนใหญ่จริงๆ แล้วทำใจยอมรับการไปหลับนอนกับผู้ชาย ที่ไม่มีหัวนอนปลายตีนไม่ได้ ความรู้สึกหงุดหงิด ความกดดันทางอารมณ์ อาจทำให้เธอทำอะไรเฉไฉไปบ้าง แต่เมื่อได้สติก็คิดได้ว่า "เซ็กซ์" ไม่ใช่เป็นเพียงการตอบสนองต่อความต้องการทางร่างกายเท่านั้น แต่มีอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดที่ละเอียดอ่อนมากมายเข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญ ก่อนความต้องการทางร่างกาย และแน่นอน หากได้มีการพูดคุยกันแล้ว และผู้หญิงคนไหนคิดว่าตัวเองมีความพร้อมจะก้าวต่อไปจากตรงจุดนี้ เราก็ไม่คิดว่านั่นเป็นสิ่งผิด

ขอเพียงให้เธอได้ตระหนักว่า นี่คือร่างกายและจิตวิญญาณของเธอเอง หากเธอจะหยิบยื่นให้ผู้ใด ก็ขอให้กระทำด้วยความเคารพในศักดิ์ศรีและคุณค่าของตัวเอง เพื่อเธอจะได้ไม่รู้สึกผิดกับพฤติกรรม ที่ได้ตัดสินใจลงไป

อรอนงค์ อินทรจิตร
นรินทร์ กรินชัย

(update 18 เมษายน 2001)


[ ที่มา...หนังสือผู้หญิงกับเซ็กซ์ โดย อรอนงค์ อินทรจิตร และ นรินทร์ กรินชัย]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600