มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam



ผู้หญิงกับจินตนาการทางเพศ


" คุณเคยเกิดอาการอย่างนี้บ้างไหมคะ… กำลังนั่งรับประทานมื้ออร่อยอย่างออกรสในร้านอาหาร พลันมีหนุ่มหนึ่งกรายผ่านมาสะดุดนัยน์ตา วาบลึกในอารมณ์จนต้องอุทานเอะอะเพียงในใจ… ผู้ชายอะไรเซ็กซี่เป็นบ้า !

แต่ในบางขณะ กับภาพของชายหนุ่มคนที่ปรากฏอยู่ในสายตา คุณกลับเบ้หน้า สื่อความในใจออกมาว่า…อืมม์ ไม่เอาไหนเลย !' ความรู้สึกที่คุณกำลังพูดกับตัวเองอย่างนี้ เป็นเรื่องของความรู้สึกทางเพศและเป็นส่วนหนึ่งของจินตนาการทางเพศ… แต่ไม่ต้องตื่นตกใจหรอกนะคะ…"

สังคมปัจจุบันเปิดโอกาสให้ผู้หญิงมีการแสดงออก และแสวงหาการปลดปล่อยทางเพศมากขึ้น ทั้งนี้เพราะผู้หญิงมีการศึกษาสูงขึ้น และต้องออกไปทำงานนอกบ้าน เพื่อเลี้ยงชีพ เลี้ยงครอบครัว เคียงบ่าเคียงไหล่ผู้ชาย โอกาสที่จะพบเพศตรงข้าม และที่จะได้ชื่อว่าเป็นผู้เลือกมีมากขึ้น ดังนั้นการที่ผู้หญิงจะมีคู่รักหลายคน หรือเปลี่ยนผู้ชายที่เข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิต ตลอดจนอัตราการหย่าร้างของผู้หญิงมีสูงขึ้นเพื่อสร้างความพึงพอใจและความสมดุล ให้กับความต้องการของตนเองและก็คงเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าจะแสดงออกถึงความสนใจ เพศตรงข้ามอย่างเปิดเผย

ถึงกระนั้น การแสวงหาการตอบสนองทางเพศของผู้หญิงส่วนใหญ่ยังคงต้องดำเนินไป อย่างซ่อนเร้นด้วยปัจจัยทางขนบธรรมเนียมประเพณีที่สอนให้ผู้หญิงรักนวลสงวนตัว การอบรมเลี้ยงดูเป็นบรรทัดฐาน ไม่ให้มีการพูดถึงความต้องการทางเพศกันอย่างตรงๆ หรือมีผู้หญิงเป็นจำนวนมากไม่รู้ไม่เข้าใจ ไม่รู้จักว่าจินตนาการทางเพศเป็นอย่างไร ทั้งๆ ที่ความจริงมันอาจเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเธออยู่แล้วก็ได้ โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงทุกรุ่นทุกวัยที่ชอบอ่านนวนิยายอันหวานจ๋อย ซึ่งเขียนโดยนักเขียนไทย และที่แปลมาจากนวนิยายโรมานซ์ต่างประเทศ ซึ่งในผู้อ่านบางกลุ่มอาจมองว่า เป็นประเภทนวนิยายน้ำเน่าไร้สาระ แต่ทำไมนวนิยายน้ำเน่าหรือโรมานซ์เหล่านี้ จึงกลายเป็นที่นิยมของผู้หญิงอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงที่มีการศึกษา?

ผู้เขียนเคยคุยกับเจ้าของร้านหนังสือประเภทให้เช่าหลายแห่ง โดยเฉพาะร้านที่ติดกับโรงพยาบาล หรือมหาวิทยาลัย เจ้าของร้านดังกล่าวเปิดเผยว่า นวนิยายโรมานซ์เหล่านี้ จะมีผู้เช่าไปอ่านมากที่สุด ยิ่งข้างในบรรยายถึงกิจกรรมบนเตียงมากเท่าไร สถิติการเช่าจะสูงจนหนังสือเปื่อยยุ่ยกันแยะ และร้อยละ 99 ของผู้อ่านเป็นผู้หญิงระดับนักศึกษามหาวิทยาลัย นักวิชาชีพทุกสาขา นับวันกิจกรรมแปล นวนิยายรักเหล่านี้จะยึดครองตลาดหนังสือมากขึ้นเรื่อยๆ และถ้าจะถามว่าทำไม ? หนังสือโรคมานซ์เหล่านี้จึงเป็นที่สนใจของผู้หญิงเป็นจำนวนมากคำตอบก็คือ ผู้อ่านจำนวนมาก พบว่าการอ่านเรื่องรักๆ เบาๆ เหล่านี้ช่วยคลายความเครียดจากกิจวัตรประจำวันของเธอลงได้ ในขณะที่ผู้อ่านอีกเป็นจำนวนมากเปิดเผยว่า "นวนิยายรักเหล่านี้ ให้การศึกษาเกี่ยวกับเรื่องเพศ (SEX) ส่วนหนึ่งและเป็นการตอบสนองต่อความต้องการทางเพศส่วนหนึ่งของเธอเหล่านั้น"

อย่างไรที่ "สื่อ" หรือเรื่องราวในนวนิยายโรมานซ์ดังกล่าว ตอบสนองต่อความต้องการทางเพศของผู้หญิง?

คำตอบก็คือ เป็นการตอบสนองความต้องการทางเพศที่ความคิด หรือที่เรียกว่า จินตนาการทางเพศนั่นเอง (Sex fantasy)

"เซ็กซ์" หรือความสัมพันธ์ทางเพศเป็นเรื่องละเอียดอ่อนลึกซึ้ง เป็นความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ แต่เพราะสังคมตั้งแต่อดีตจัด เซ็กซ์ ไว้ให้เป็นเรื่องต้องห้าม จึงสร้างความกดดันขัดแย้ง ในตัวบุคคลมาทุกยุคทุกสมัย ทั้งนี้ ซิกมัน ฟรอยด์ เจ้าของทฤษฎีจิตวิเคราะห์ที่มีชื่อเสียง เชื่อว่าผลงานสร้างสรรค์ทั้งในด้านศิลปวัฒนธรรมทุกยุคทุกสมัยเกิดจากการพยายามบำบัด หรือตอบสนองต่อความต้องการทางเพศของมนุษย์ หรือในอีกความหมายหนึ่งคือ จินตนาการทางเพศเป็นการพยายามบำบัด หรือแสวงหาทางตอบสนองต่อความต้องการทางเพศ ที่พัฒนาไปสู่การสร้างสรรค์หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับทัศนคติและแรงขับทางเพศของแต่ละคน

จินตนาการทางเพศ เริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ?

"จุ๋ม" มาจากครอบครัวคนจีนมีพี่ชายและร้องชายอย่างละคน ตั้งแต่จำความได้ จุ๋มรู้สึกว่า พ่อแม่รักประคับประคองลูกชายมาก เวลาที่พ่อแม่ไปทำงาน จุ๋มจะถูกทอดทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียว ขณะที่พี่ชายน้องชายไปเที่ยวกับเพื่อนๆ จุ๋มรู้สึกว่าโลกของเธอเต็ฒไปด้วยความเงียบเหงา ขาดเพื่อนและมีความหวาดกลัวปะปนอยู่ด้วยเสมอ พ่อของเธอเป็นผู้ชายที่หล่อ จุ๋มภูมิใจในตัวพ่อมาก แต่แม่มักจะเรียกเธอมาอบรมเสมอว่า "อย่าไปเข้าใกล้พ่อ หรือพี่ชายน้องชายแกนะ รู้ไหมผู้ชายที่ไหนก็ไว้ใจไม่ได้ทั้งนั้น !"

ในขณะที่จุ๋มโหยหาสัมผัสและอ้อมกอดอันแข็งแรงอบอุ่นของพ่อ แต่คำพูดของแม่ได้เข้ามาแทรก ในความคิดคำนึงทำให้เธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ลังเลและไม่กล้าที่จะเข้าใกล้พ่อ

ขณะเดียวกันจุ๋มก็ประหลาดใจและไม่เข้าใจทำไมแม่จึงไม่กลัวพ่ออย่างที่บอกกับจุ๋ม พ่อกับแม่ชอบวิ่งไล่จับกันรอบๆ บ้าน แล้วก็หายกันเข้าไปในห้องนอนเสมอๆ จุ๋มไม่เข้าใจ ทำไมคนใช้สาวของเธอชอบนั่งกอดกับผู้ชายข้างบ้านบ่อยๆ ที่จุ๋มเข้าห้องปิดประตูแล้วนั่งมองตัวเองในกระจก ภาพเด็กหญิงร่างอ้วนกลมผิวขาว ผมดำตาดำปากนิดจมูกหน่อย มองดูไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ จุ๋มลงความเห็นว่าเธอเป็นเด็กผู้หญิงที่หน้าตาน่าเกลียดที่สุด จึงไม่มีใครสนใจจะเล่นด้วย

แล้ววันหนึ่ง…เมื่อจุ๋มอายุได้หกขวบ เพื่อนของแม่ได้พาลูกชายวัย 15 ปี มาฝากให้อยู่ด้วยชั่วคราว ระหว่างที่เขาไปต่างจังหวัด จุ๋มรู้สึกดีใจจะได้มีเพื่อนเล่น ถึงเขาจะดูโตและเป็นผู้ใหญ่กว่าจุ๋มมาก แต่เธอก็พอใจ อย่างน้อยๆ ก็ทำให้บ้านครึกครื้นขึ้นเมื่อพี่ชายน้องชายของเธอก็อยู่บ้านเล่นด้วย เด็กผู้ชายตัวโตคนนั้น แนะนำเกมเล่นแปลกๆ สนุกๆ เสมอ

บ่ายวันหนึ่งเขาก็บอกจุ๋มและพี่น้องว่าจะเล่นเกมพิเศษบอกใครไม่ได้ เขาให้พี่กับน้องชายจุ๋ม ไปซ่อนนอกห้อง โดยทิ้งจุ๋มไว้กับเขาในห้องนอน เขาบอกให้จุ๋มนอนลงเอาผ้าคลุมจากหัวลงมาถึงเอว ให้จุ๋มยกขาขึ้นแล้วแยกออก ขณะที่เขานั่งลงใกล้ๆ ชั่วขณะนั้นจุ๋มยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจหรือรู้ว่าอะไรเกิดขึ้น แต่ผ้าห่มที่คลุมหัวมันอึดอัดและร้อน เธอจึงโวยวายตะเกียกตะกายลุกขึ้น เมื่อหลุดออกมาได้ เธอเห็นเพื่อนตัวโตของเธอกำลังนุ่งกางเกง จุ๋มไม่ได้สนใจอะไร เธอหัวเราะอย่างสนุกสนาน โยนผ้าห่มทิ้งแล้ววิ่งออกจากห้องไปหาพี่ชาย แม้กระนั้นเพียงชั่ววินาทีเดียว ภาพต่างๆ ก็ได้ซึมซับเข้าไปในความทรงจำของเธอเสมอมา

เมื่อจุ๋มเข้าสู่วัยสาว ชีวิตส่วนใหญ่ยังดำเนินไปอย่างเงียบเหงา ห่างเหินในความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูก จุ๋มไม่ค่อยมีเพื่อน เพราะเป็นคนขี้อายพูดไม่เก่ง เพราะรู้สึกมีปมด้อยว่าตัวเองไม่สวยและ เพราะน้อยใจที่เกิดมาจน ไม่กล้าคบหาใคร ความคิดคำนึงส่วนใหญ่จึงวนเวียนอยู่กับตนเอง จุ๋มเรียนโรงเรียนสหศึกษามาตลอด เธอเริ่มแอบมองเพื่อนชายหน้าตาดีๆ หล่อๆ แล้วก็ปล่อยตัวเองให้จมอยู่กับความคิด ฝัน ฝันว่ายังไงดี…ฝันว่าจุ๋มมีแฟนหล่อ…เขาสารภาพว่ารักจุ๋ม… เขาให้ดอกไม้เธอ เขาจับมือเธอจูงเดิน… เขากอดเธอ หอมแก้มเธอ แล้วคู่รักเขาทำยังไงกันต่อไปนะ ?

บ่ายวันหนึ่งในห้องเรียน ขณะที่จุ๋มกำลังเพลิดเพลินกับความฝันกลางฤดูร้อน ครูสาวแก่กำลังยืนหันหลังให้นักเรียนในชั้นระหว่างขีดเขียนตัวเลขวุ่นวายบนกระดานดำ เสียงหัวเราะกิ๊กๆ เริ่มดังแว่วๆ มาจากหลังห้องเรียน บรรยากาศในห้องมันดูเปลี่ยนไป ด้วยพลังกดดันบางอย่าง จุ๋มนั่งอยู่แถวกลางห้อง เสียงหัวเราะเรียกให้จุ๋มพยายามตั้งใจ กับหน้าชั้นมากขึ้น แต่ก็เป็นไปได้ไม่นานนัก เสียงกรีดร้องเบาๆ พร้อมอาการซูดปากดังขึ้น ข้างหลังมีการเคลื่อนไหวบางอย่าง มีบางคนหรือหลายคนกำลังหลบออกนอกห้อง แล้วอะไรอย่างหนึ่งก็ถูกส่งผ่านยัดเยียดลงในมือของเธอ จุ๋มก้มลงมองหนังสือในมืออย่างงๆ ตามด้วยเสียงกรี๊ดกร๊าดเบาๆ ของเพื่อนๆ

ทุกอย่างดำเนินไปตามสัญชาตญาณของความอยากรู้อยากเห็น จุ๋มงงงวยขนลุกสั่นสะท้าน ไปกับภาพที่เปิดผ่านไปทีละหน้า ภาพการร่วมเพศระหว่างหญิงชายหลายท่าทางมันชัดเจน แจ่มแจ้งเสียจนเธอรู้สึกเลือดทุกหยดในร่างกายมันเย็นยะเยือก แล้วก็แปรปรวนเป็นความร้อนระอุ เร่าร้อนไปทั่วร่าง เมื่อถึงหน้าสุดท้าย จุ๋มก็ทำไปโดยอัตโนมัติเหมือนๆ กับเพื่อนๆ ทำ จุ๋มยัดเยียดให้กับเพื่อนคนต่อไป รู้สึกใบหน้าตัวเองร้อนจัดและมันแดงซ่า เธอผลุนผลันลุกขึ้น ไม่สนใจว่าครูจะพูดอะไร หรือคิดอย่างไร ความรู้สึกที่บอกขณะนั้น ก็คือ…เธอจำเป็นต้องไปห้องน้ำ !

จินตนาการทางเพศสัมพันธ์กับอายุหรือไม่ ?

ในแต่ละบุคคลมีประสบการณ์และการเริ่มต้นของจินตนาการทางเพศในช่วงอายุที่ต่างกัน ฟรอยด์วิเคราะห์ว่าการแสวงหาการตอบสนองต่อความต้องการทางเพศของมนุษย์นั้น เริ่มตั้งแต่แรกเกิดหรือตั้งแต่ยังเป็นทารก เมื่อเด็กร้องแม่อุ้มเด็กขึ้นลูบตัวลูกหัวกอดรัด ให้ความอบอุ่นใกล้ชิด เด็กก็จะหยุดร้อง หรือขณะที่เด็กดูดนมมารดา เด็กจะแสดงออก ถึงความสุขอย่างเต็มเปี่ยม เด็กที่ถูกทอดทิ้งหรือห่างการกอดจูบลูบไล้ อาจโตขึ้นพร้อมกับปัญหาทางจิต นั่นคือความต้องการทางเพศของเขาไม่ได้รับการตอบสนองมาแต่เด็ก เด็กจะเติบโตขึ้น พร้อมกับความรู้สึกขาด และหิวโหยความรัก การสัมผัสแตะต้อง ในขณะเดียวกัน หัวใจที่ร่ำร้องหาความรัก ความอบอุ่นทำให้เด็กเกิดจินตนาการพยายามสร้างเรื่องราว สร้างบุคคลที่จะให้ความรัก ความอบอุ่นขึ้นในมโนภาพของตน จนสุดท้ายกลายเป็นการแสวงหา ตัวบุคคลจริงๆ ที่จะมาชดเชยในส่วนที่ขาดหายของตน

"จุ๋ม" กลับถึงบ้านในวันนั้นด้วยความรู้สึกที่สับสนกระวนกระวาย ภายในหนังสือเล่นนั้น เข้ามารบกวนความนึกคิดของเธออยู่ตลอดเวลา เด็กสาวเข้าห้องปิดประตูลงกลอน และขณะที่มองภาพสะท้อนเปลือยเปล่าของตัวเองในกระจกตรงหน้า เธอมองไม่เห็นว่า ตัวเองมีอะไรที่พอจะดึงดูดความสนใจจากใครได้

ด้วยวัยย่างเข้า 13 ปี ผิวขาวซีดร่างผอมตรงจากช่วงไหล่มาถึงสะโพก หน้าอกเพิ่งจะเต่งตูม ขึ้นมาเหนือฝาขนมครก พุงซึ่งยืนออกมาจนก้มลงมองส่วนล่างของตัวเองไม่เห็น เธอกวาดสายตา ดูใบหน้าตัวเองด้วยความไม่สบายใจ ใบหน้าเศร้าๆ เล็กๆ ดวงตาเล็กหยี จมูกโด่งแหลม ริมฝีปากเม้มแน่น แล้วความเศร้าเงียบเหงาเดียวดายก็เข้าครอบงำเธอเกครั้ง ความรู้สึกบอกกับตัวเองว่า เด็กสาวข้างหน้าช่างไร้เสน่ห์เสียนี่กระไร แล้วเจ้าความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเสียใจก็แล่นขึ้นมาถึงคอ จนเธอต้องพยายามกล้ำกลืนไม่ให้หลุดเสียงสะอื้อออกมา ดวงตาเล็กหยีแดงเรื่อขึ้น แล้วเธอก็ล้มลงนอนคว่ำหน้าทอดตัวไปตามความยาวของที่นอน ปล่อยให้น้ำตาและเสียงสะอื้น หลุดลอดออกมาทำลายความเงียบสงัดในบ้านที่ว่างเปล่า มันเป็นความเศร้า ความเหงา และโดดเดี่ยว… และเป็นความปวดร้าวที่ยากจะบอกใคร เป็นความไม่เข้าใจในสภาพแวดล้อมและความว้าวุ่นใจ ในการที่จะต้องเติบโต ขึ้นมาในครอบครัวที่ไม่มีใครสนใจใยดี มันเป็นความเงียบเหงาที่รวดร้าวไปถึงวิญญาณ

จุ๋มไม่รู้ว่าตัวเองนอนอยู่ในท่านั้นนานเท่าไร น้ำตาแห้งเหือดไป แต่ร่างกายสิกลับร่ำร้องโหยหาความรัก การสัมผัสแตะต้อง เมื่อมองย้อนกลับไป จุ๋มจำไม่ได้ว่านานเท่าไรแล้ว ที่เด็กหญิงเล็กๆ คนนี้โหยหิวอ้อมกอด ด้วยความรักใคร่ทะนุถนอมจากพ่อแม่…แต่ดูเหมือนยิ่งเวลาผ่านไป ร่างกายเล็กๆ นี้กลับอ้างว้าง และโหยหาการตอบสนองทั้งทางร่างกายและวิญญาณมากขึ้น

เธอพยายามสลัดความทุกข์ ความเงียบเหงาให้ปลิวหายไปจากความทรงจำ อากาศข้างนอกเริ่มขมุกขมัวลง ทั้งบ้านยังว่างเปล่ายังไม่มีใครมาถึงบ้าน จุ๋มพยายามนึกหาเรื่องดีๆ สดชื่นมาข่มความเงียบเหงา แล้วภาพในบ่ายวันนั้น ที่ห้องเรียนก็แทรกตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว ภาพหญิงชายกำลังร่วมเพศ ท่านอน…ท่านั่ง…ท่ายืน…ใคร…มีอะไร…ตรงไหน…ทำอย่างไร… อย่างแทบไม่รู้ตัว จุ๋มปล่อยให้มือลูบไล้ไปตามตัวอย่างช้าๆ…ในท่านอนคว่ำ มันเป็นความรู้สึกที่ดี เธอบอกกับตัวเอง ภาพต่างๆ ค่อยๆ ลอยเลื่อนเข้ามา เธอรู้สึกประหนึ่งว่าผู้ชายคนนั้น นอนอยู่ใต้ร่างของเธอ นิ้วมือเธอค่อยคืบคลานเรื่อยเข้าไปบริเวณนั้นเปียกชุ่มไปด้วยน้ำเมือก ด้วยดวงตาที่ปิดสนิทอย่างช้าๆ ที่เธอรู้สึกประหนึ่งดนตรีแห่งความรักกำลังบรรเลงอยู่ด้วยตัวของมันเอง ดนตรีแห่งการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติมนุษย์ มันเริงเร้าระทึกใจและแผ่วเบาโหยหาในช่วงสุดท้าย กลายเป็นความอิ่มเอิบซาบซ่านทั้งร่างกายและวิญญาณ

ความรู้สึกผิด !

จุ๋ม รู้สึกหมกมุ่นอยู่กับตัวเองมากขึ้น ประสบการณ์แห่งความสุขที่ค้นพบในตัวเอง กลายเป็นขนมหวานที่ขาดไม่ได้ รสชาติของมันบรรเทาความเหงา ความเจ็บปวด และปลอบโยนความรู้สึกที่ถูกทอดทิ้ง มันปิดกั้นความรู้สึกไร้ค่าของตัวเองจากการถูกปฏิเสธ ในครอบครัวไปชั่วขณะ จินตนาการทางเพศของเธอพลิกแพลงไปตามกาลเวลา และดูเหมือนว่าส่วนหนึ่งมันได้ดึงเอาภาพในวันนั้น วันที่เพื่อนตัวโตให้เธอนอนกางขาเอาผ้าคลุมหน้า เธอรู้สึกตื่นเต้นระทึกใจที่จะได้จินตนาการว่าถูกเขาข่มขืน มันเป็นการถูกลงโทษที่หวานชื่น เด็กผู้หญิงที่ไม่น่ารัก ไม่เป็นที่ต้องการ เด็กผู้หญิงที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง…ใช่ ! เธอสมควรถูกลงโทษ แต่มันเป็นการลงโทษที่น่าตื่นเต้นเร้าใจเสียเหลือเกิน

พร้อมกันจุ๋มรู้สึกผิด ไม่แน่ใจ ไม่เข้าใจในพฤติกรรมของตนเอง แต่มันเป็นเรื่องที่เธอจะพูด หรือบอกใครไม่ได้ และมันก็เป็นเรื่องที่เธอหยุดยั้งตัวเองไม่ได้เช่นกัน และขณะที่มองดูไม่มีเหตุผล สำหรับเด็กสาวดีๆ ที่จะทำกัน แต่พร้อมกันมันก็เป็นเหตุสำหรับทุกๆ อย่าง ความเศร้า ความเหงา ความสุข ความทุกข์ บางสัปดาห์ทำแทบทุกวัน ทำแล้วความทุกข์ ความรู้สึกผิดก็เข้ามาครอบงำ จุ๋มรู้สึกตัวเองบาป มีราคี ไม่กล้าเผชิญหน้าสบตากับเพื่อนๆ ทั่วไป ในหน้าเศร้าหมอง รู้สึกตัวเองมีความลับ มีความไม่บริสุทธิ์อยู่ในตัว

กว่าจุ๋มจะเข้าใจและยอมรับว่า การช่วยตัวเอง (Masturbation) ไม่ใช่สิ่งผิดและเป็นเรื่องทางธรรมชาติ ก็ตอนที่เธอเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย ในวิชาจิตวิทยาระบุว่า "การช่วยตัวเองเป็นการตอบสนอง ความต้องการทางเพศตามธรรมชาติของมนุษย์ ไม่ใช่สิ่งผิดและไม่ได้เป็นเรื่องเสียหาย แต่การที่หมกมุ่นหรือทำบ่อยครั้งต่อวัน ทำให้เกิดการเหนื่อยล้าอิดโรย ถ้าหันความสนใจ ไปสู่กิจกรรมที่ใช้แรงอื่นๆ บ้างจะดีกว่า ที่สำคัญคนเราไม่ควรจะหมกมุ่นอยู่กับตัวเองมากเกินไป !"

ถึงการเรียนรู้ด้านจิตวิทยาจะทำให้ความวิตกกังวลและความรู้สึกผิดของจุ๋มละลายหายไป แต่การช่วยตัวเองก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความเคยชิน ของวิธีการที่จะผ่อนคลายความเครียดจากการเรียน จากความวิตกกังวลต่อสภาพแวดล้อมภายในครอบครัว ที่นับวันพ่อแม่จะทะเลาะเบาะแว้งกันมากขึ้น เสียงด่าทอทุบตีกัน รบกวนโลกอันอ่อนหวานของจุ๋ม จนบ่อยครั้งอยากหนีเตลิดเปิดเปิงไปอยู่กับใครก็ได้ ให้รู้แล้วรู้รอดไป ความรู้สึกไม่เป็นสุขผสมด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจในโชควาสนาที่เกิดมาอาภัพ ทั้งไม่สวย ไม่เป็นที่รักของพ่อแม่ทำให้จุ๋มสร้างจินตนาการต่อไป "อยากจะพบใครสักคน ที่รักเราจริงและไม่ทอดทิ้งเรา !" แต่จนแล้วจนรอดจุ๋มก็ไม่เคยมีแฟนจนจบมหาวิทยาลัย

เมื่อเริ่มทำงาน แม่ก็ไปพาผู้ชายมาดูตัว เพราะเห็นว่าอายุสมควรจะแต่งงานได้ จุ๋มรู้สึกตื่นเต้นลิงโลดใจ แต่ก็ไม่รู้จะปฏิบัติตัวอย่างไร จึงจะสมควร เพียงพอกันได้ครั้งเดียว จุ๋มก็ครุ่นคิดถึงแต่เขา โทรศัพท์ไปหาเขาทั้งเช้า กลางวัน เย็นและก่อนนอน นอกจากนั้นเขายังกลายเป็นตัวตน ที่เข้ามาร่วมอยู่ด้วยในจินตนาการทางเพศของจุ๋ม

และนี่เป็นจุดสำคัญที่ จุ๋มชี้ให้เห็นว่า การที่พ่อแม่ขาดความเอาใจใส่ ไม่ให้ความสนใจ หรือไม่มีความรู้เกี่ยวกับความต้องการทางเพศของลูกๆ ตลอดจนปัญหาความไม่สงบสุขในครอบครัว ทำให้เด็กสาวๆ มากมาย กระโจนเข้าสู่การมีเพศสัมพันธ์กับใครๆ ก็ได้ เพียงเพื่อจะให้รู้สึกว่า ตัวเองเป็นที่ต้องการ และความต้องการของตัวได้รับการตอบสนอง !

กรณีของจุ๋ม (จากหลายๆ รายที่ยินดีแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตของเธอกับผู้อ่าน) สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาทางเพศของวัยรุ่นเกิดขึ้นจากการอบรมเลี้ยงดูของพ่อแม่และสิ่งแวดล้อมของเธอ ตลอดจนความเข้าใจผิดเกี่ยวกับทัศนคติทางเพศในสังคมไทย กลายเป็นแรงกดดันสร้างความตึงเครียด วิตกกังวลให้กับความนึกคิดของเธอ จนต้องหาทางหลบออกจากโลกของความเป็นจริง ด้วยการสร้างจินตนาการทางเพศ และกลายเป็นความหมกมุ่นกับตัวเองมากเกินไป และนำไปสู่พฤติกรรมที่ผู้ใหญ่จะพากันกล่าวหาว่า ผิดพลาด และ ไม่ดี สำหรับกุลสตรีจะกระทำกัน !

แน่นอน…จุ๋มอาจเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเธอ เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่เธอไม่คิดว่าเป็นความผิดหรือเป็นเรื่องเสียหายที่จะยอมรับถึงความต้องการทางเพศของเธอ โดยเฉพาะเธอเชื่อว่า การเรียนรู้ที่จะใช้จินตนาการทางเพศให้เกิดประโยชน์กับตัวเอง เป็นการประหยัดตัวสำหรับวัยรุ่น และเป็นการปรุงแต่งชีวิตสมรสให้มีรสชาติขึ้น ในช่วงวัยของความเป็นผู้ใหญ่!

อรอนงค์ อินทรจิตร
นรินทร์ กรินชัย

(update 5 พฤษภาคม 2001)


[ ที่มา...หนังสือผู้หญิงกับเซ็กซ์   โดย อรอนงค์ อินทรจิตร และ นรินทร์ กรินชัย]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600