มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam

พิษของ ฝุ่นละออง
คำถามที่ได้รับจากท่านผู้อ่านใกล้หมอที่เคารพ บ่อยที่สุดคือ เรื่องของฝุ่นละอองต่างๆ ว่าจะมีพิษต่อร่างกายอย่างไรบ้าง ?


1. ฝุ่นในบ้าน

ตัวอย่างที่เห็นชัดมากที่สุดคือ ฝุ่นในห้องนอน จะทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ ทางเดินหายใจง่ายมาก เช่น โรคหอบหืด โรคหลอดลมอักเสบ จะมีอาการทั้งไอ จาม น้ำมูกไหล เจ็บคอ จนกระทั้งรุนแรงมากที่สุด คือโรคหอบหืด (Asthma) สาเหตุของการแพ้ เกิดจากสารที่ปนเปื้อนมากับฝุ่น เช่น ตัวไรฝุ่น (Dust Mites) ตัวไรนี้เป็นสัตว์ตัวเล็กๆ ที่อยู่ในบ้านตามที่นอน หมอน มุ้ง เมื่อเราหายใจเอาตัวของมันเข้าไป ก็จะเกิดอาการหอบหืดทันที การป้องกันทำได้ง่าย โดยเอาเครื่องนอน หมอน มุ้ง ทั้งหมดไปตากแดดบ่อยๆ ตัวไรมันก็จะตายหมด การเอาที่นอนไปเคาะเอาฝุ่นออกบ่อยๆ หรือบางทีก็ต้ม และซักด้วย

ฝุ่นในบ้าน ยังมีประเภทฝุ่นเกิดจากสารเซลลูโลส (Cellulose) ที่มาจากพืช คือได้มาจากการสลายตัวของหนังสือกระดาษเก่าๆ ที่สะสมไว้ในห้องนอนนานๆ เสื้อผ้าเก่าๆ ที่เก็บเอาไว้นานในห้องนอนก็จะสลายตัวออกมาเป็นฝุ่นเซลลูโลส ซึ่งฝุ่นเหล่านี้ร่างกาย ของมนุษย์เราจะแพ้ง่ายมาก ตรงกันข้ามกับฝุ่นตามถนน (Road Dusts) จะเป็นฝุ่นที่สะอาด ไม่มีสารภูมิแพ้ (Allergenics) ซึ่งฝุ่นถนนก็จะทำให้สกปรก เปรอะเปื้อน ตามเนื้อตามตัว แต่ไม่ให้โทษในการเกิดโรคภูมิแพ้ การป้องกันฝุ่นบ้านเซลลูโลส คือการขยับขยาย เอาของเก่าเก็บ หนังสือและเสื้อผ้าเก่า ออกไปจากห้องนอนให้หมด จงอย่าไปนอนในห้องเก็บของ และอย่าทำห้องนอนเป็นห้องเก็บของ ให้ทำ 5 ส. คือ สะสาง สะดวก สะอาด สุขลักษณะ สร้างนิสัย เป็นประจำทุกๆ วัน 15 นาที ก่อนเข้านอน หรือหลังตื่นนอน


2. แป้งฝุ่น

มีท่านผู้อ่านใกล้หมอท่านหนึ่งถามมาว่า หลังจากอาบน้ำแล้วชอบโรยแป้งฝุ่นมาก แต่เวลาโรยแป้งมันจะฟุ้งกระจาย แล้วหายใจเอาฝุ่นเข้าไป ถามว่าจะมีพิษต่อร่างกายหรือไม่ ?

แป้งฝุ่นโรยตัวส่วนมากจะประกอบด้วยแป้งทาลคัมและการบูร 0.6% น.น./น.น. เมนทอล 0.4% น.น./น.น. แม็กนีเซียมคาร์บอเนตและน้ำหอม

ข้อควรระวังในการใช้แป้งฝุ่นโรยตัว คือ
1. ไม่ควรใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ เพราะกลไกของทางเดินหายใจ ในการป้องกันสิ่งแปลกปลอม ยังไม่ดีเท่ากับของผู้ใหญ่ และเด็กๆ อาจจะไม่ระวังตัว ในการหายใจเข้าไปเท่าที่ควร

2. ไม่ควรโรยแป้งให้เข้าจมูกหรือปาก เพราะว่าอาจจะเป็นอันตราย ต่อระบบทางเดินหายใจได้ ดังนั้นการใช้แป้งฝุ่น จึงควรโรยตามลำตัว ส่วนที่ใบหน้าควรใช้แป้งลูบไล้ตามผิวหนังอย่าให้เข้าปาก และเข้าจมูก

3. ฝุ่นละอองจากเกสรดอกไม้

ฝุ่นละอองเกสรดอกไม้เรียกว่า Pollens และดอกหญ้านั้นส่วนมากจะปลิวมาตามลม วันหนึ่งผมพาลูกชายอายุ 10 กว่าขวบ วิ่งจ๊อกกิ้งไปตามทุ่งหญ้า เขาโดนละอองเกสรของหญ้า ปลิวมาโดนลำตัว แขน ขา และหายใจเข้าไป เกิดอาการคันตามตัว เห่อขึ้นมา จึงรีบวิ่งกลับมาถึงบ้าน แน่นจนหายใจไม่ออก ต้องฉีดยาอะดรีนาลิน เด๊กซ่าเมธาโซน และคลอเฟนนิรามีน จึงรอดตายได้

ละอองเกสรดอกไม้ บางทีก็หลีกเลี่ยงยากเพราะว่ามันมักจะปลิวมากับสายลม อาจจะต้องมียาเตรียมพร้อมเอาไว้เสมอ โดยคำแนะนำของแพทย์

ถ้าหากเป็นผู้ใหญ่ ควรระมัดระวังตัว และเตรียมพร้อมเสมอ เมื่อสัมผัสละอองเกสรดอกไม้ ถ้าเกิดอาการภูมิแพ้ คือลมพิษและหอบหืด ขอให้รีบรักษาทันที

ถ้าหากเป็นเด็กเล็กๆ อาจจะต้องทำเป็นหนังสือติดตัวว่า แพ้ละอองเกสรดอกไม้ ถ้าใครพบเห็น ขอให้นำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ในประเทศแคนาดา ถึงกับเขียนข้อความนี้ลงบนสร้อยคอ หรือกำไลข้อมือทีเดียว เพื่อความปลอดภัยของเด็ก


4. ฝุ่นจากชอล์กเขียนกระดาน

ท่านผู้อ่านใกล้หมอท่านหนึ่ง ถามเรื่องชอล์กเขียนกระดานซึ่งน้อยลงทุกๆ วัน เพราะคนหันไปใช้ปากกา Marker เขียนกระดานสีขาวที่เรียกว่า White Board แทน เพราะว่าลบออกได้ง่าย ไม่มีฝุ่น แต่ในโรงเรียนต่างจังหวัดที่ยังใช้ชอล์กเขียนกระดานอยู่ โปรดระวังตอนลบกระดาน และเคาะฝุ่นออก คนเคาะควรอยู่เหนือลมและมีผ้าปิดจมูก


5. ใยแก้วแอสเบสทอส

ฝุ่นละอองที่เกิดจากฝุ่นของใยแก้วหรือแอสเบสทอส ในอดีตเคยเป็นโรค ที่พบกันบ่อยมากในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งใช้ใยแก้วเป็นฉนวนบุกันความร้อนที่นอน และอุตสาหกรรมเครื่องเสียง ลำโพง อาคูสติกบอร์ดใยแก้วทำผนังห้องฟังเพลงดีๆ ราคาแพงๆ แต่ปัจจุบันเราใช้ใยแก้วแอสเบสทอสน้อยลง ฉนวนกันความร้อนมีวัสดุใหม่ๆ ราคาถูกกว่า และประสิทธิภาพดีกว่า ลำโพงมีขนาดเล็กลง มีระบบดิจิตอลมาช่วยทำให้เสียงดีขึ้น ห้องฟังเพลง ก็ไม่จำเป็นต้องบุด้วยใยแก้วเหมือนก่อน เพราะเครื่องเสียงจะมีระบบ DSP ปรับแต่งเสียงเพลงให้เข้ากับห้องได้ทุกสภาพ ใยแก้วนั้นเข้าไปในปอดแล้วจะสะสมในปอด ทำให้เกิดโรคแอสเอสโทลิส คือมีสารใยแก้วอยู่ภายในเนื้อปอด ถ้ามีปริมาณมาก จะทำให้หายใจเหนื่อย หอบ เจ็บหน้าอก ไอ เป็นไข้ เบื่ออาหาร และผอมลง

การตรวจนั้นง่ายมากที่สุด คือทางโรงพยาบาลกล้วยน้ำไทมีการเอกซเรย์เคลื่อนที่ มาเกือบ 20 ปีแล้ว ออกตรวจเช็ก-อัพ ตามโรงงานต่างๆ โดยมีฟิล์มเล็กและฟิล์มใหญ่ ก็จะ Screen โดยเอกซเรย์ทรวงอก เห็นผลทันที ถ้าฟิล์มเล็กเห็นความผิดปกติ ก็ทำซ้ำอีกครั้งหนึ่งด้วยฟิล์มใหญ่ ประกอบกับลักษณะงาน อาชีพก็สามารถพิเคราะห์โรคนี้ได้ทันที

เช่นเดียวกันถ้าฝุ่นละออง ที่หายใจเข้าไปเป็นสารอื่นๆ เช่น เป็นละอองโลหะ ก็จะเกิดพยาธิสภาพและโรคเช่นเดียวกัน เราจะเรียกว่า Silicosis อาการ การพิเคราะห์โรค ดูแลรักษาก็เช่นเดียวกัน คืออยู่ห่างจากสิ่งเหล่านี้ การป้องกันที่ได้ผลมาก ราคาถูก ประหยัด สะดวกสบาย แต่อาจจะอึดอัดเล็กน้อยคือ การสวม Mask หรือหน้ากากป้องกันฝุ่น หน้ากากจะมีหลายระดับราคา ตั้งแต่ถูกสุดไม่กี่บาท ไปถึงแพงสุดๆ ขนาดกันสารพิษสงครามได้ ก็เลือกใช้เอาตามความเหมาะสมกับฐานะทางเศรษฐกิจ


6. ฝุ่นจิปาถะอื่นๆ

เรื่องของฝุ่นเองนั้นไม่มีอันตรายอะไรนัก แต่สิ่งที่ปนเปื้อนมากับฝุ่นนั้นถ้าหากเป็นสารพิษ ก็จะมีโทษมหันต์ ที่พบบ่อยเช่น ควัน (Smokes) ควันไฟ ควันรถยนต์ที่วิ่งตามท้องถนน จะมีสารคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ซึ่งจะไปกับกับฮีโมโกลบิน ในเม็ดเลือดเกิดเป็น Methemoglobin ซึ่งจะเป็นพิษต่อร่างกายอย่างร้ายแรง ฝุ่นควัน จะเข้าทางร่างกายโดยการหายใจ

สารพิษที่ปนเปื้อนมากับฝุ่น ควัน ได้อีกอย่างคือยาฆ่าแมลง เวลาเราฉีดพ่นต้นไม้ เพื่อฆ่าแมลง ลมอาจจะหวนเอาฝุ่น ละอองน้ำ เข้ามาทางเดินหายใจ เราก็จะได้รับสารพิษเช่นกัน

ฝุ่นละอองที่ปนมากับสเตียรอยด์พ่นต่างๆ ถ้าหากหายใจเอาสีเข้าไป อาจจะได้รับสารพิษจากสี เช่น สารตะกั่ว ซึ่งเป็นสารสำคัญในการทำสี ถ้าหากรับเข้าไปในร่างกายมากและเกิดการสะสม ก็อาจจะเกิดโรคสารตะกั่วเป็นพิษ จึงต้องหลีกเลี่ยง ถ้าหากจำเป็นควรจะใส่หน้ากาก ที่มีประสิทธิภาพในการป้องกัน

ก๊าซที่มากับฝุ่นละอองและควัน ได้อีกอย่างหนึ่งคือ แอมโมเนีย (NH3) ซึ่งเป็นสารสำคัญ ในการทำความเย็นของอุตสาหกรรมห้องเย็น ปัญหามักจะเกิดจากอุบัติเหตุ แอมโมเนียเหลว รั่วออกมาเป็นจำนวนมาก แล้วเราหายใจเข้าไปก็จะทำให้เกิดเป็นพิษ

สิ่งที่มากับฝุ่นละอองอีกอย่างหนึ่งที่เป็นอันตรายมากต่อร่างกายคือ เชื้อโรคต่างๆ เช่น แบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส ต้องระวังดีๆ ในที่ชุมชนแออัด โรงมหรสพที่คนอยู่กันมาก โรงพยาบาล ไนต์คลับ คาราโอเกะ จะมีเชื้อโรคอยู่มาก เชื้อที่ลอยมาในอากาศ และติดต่อกันง่ายๆ เห็นชัดๆ ก็คือ เชื้อวัณโรค เชื้อโรคไข้หวัด คนที่ไอจามจะติดต่อกันง่ายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ที่เปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกคือ เครื่องปรับอากาศ ให้มนุษย์เย็นสบาย ในบรรยากาศปิดอากาศหมุนเวียนในห้องปิด เชื้อโรคจะติดกันง่าย การป้องกันจึงควรมีเครื่องดูดอากาศที่เพียงพอระบายอากาศเสียออก เมื่อเลิกใช้งาน เครื่องปรับอากาศควรจะเปิดหน้าต่างให้ลมโกรก ระบายอากาศเสียออกไป

ในห้องผ่าตัดที่ทันสมัยของโรงพยาบาลที่ทันสมัยจะมีการป้องกันเชื้อแบคทีเรีย เชื้อโรคเข้าไปในห้องขณะทำการผ่าตัดเข้าไปในร่างกายมนุษย์โดยการใช้แสง UV อัลตราไวโอเล็ต และเครื่องกรองอากาศ ที่ครอบเอาไว้ที่ปากทางเข้าของอากาศจาก แอร์คอนดีชั่น จะช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ดี

เรื่องของฝุ่นเป็นเรื่องสำคัญมากขึ้นทุกวัน นอกจากมันเกิดโดยธรรมชาติแล้ว มนุษย์เองก็สร้างมันขึ้นมาเช่น การระเบิดที่ภูเขา การทำอุตสาหกรรมที่เกิดฝุ่นมากๆ เช่น โรงงานทำปูนซีเมนต์ มนุษย์จึงควรมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ ดูแลสิ่งแวดล้อมให้สะอาด ปราศจากฝุ่นละอองอยู่เสมอ อย่าลืมดูแลตนเองอย่างน้อยก็สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละออง เวลาทำงานอยู่เสมอนะครับ


(update 8 ตุลาคม 2001)
[ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 25 ฉบับที่ 5 พฤษภาคม 2544]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600