มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam


น้ำร้อนลวก น้ำมันลวก


ชีวิตประจำวันในบ้านวนเวียนอยู่กับการยืน เดิน นั่ง นอน

4 อิริยาบถนี้ เป็นอิริยาบทหลักจะแผลงจากนี้ไปบ้างก็คงมีแต่ไม่น่าจะมากนัก แต่ละวันก็มีเอกลักษณ์แห่งอิริยาบทเป็นของตนครับ ทารก เด็กเล็กๆ เห็นชัดเลยว่า อิริยาบทนอนเป็นอิริยาบทหลักเพราะยังเดินหรือยืนไม่เป็น แกเลยแผลงออกไป เป็นคลานแทน

คุณเชื่อไหมครับอิริยาบทต่างๆ ของคนเรามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุ ในบ้านมากทีเดียว โดยเฉพาะอิริยาบทที่มีการเคลื่อนไหว แต่บางทีไม่ได้เคลื่อนไหวสักหน่อย ก็พลอยฟ้าพลอยฝนเจ็บไปด้วยก็มี

ภาวะฉุกเฉินในบ้านฉบับนี้เป็นเรื่องในครัวหรือใกล้ครัวครับ น้ำมันลวกจากกระทะ ที่กำลังทอดปลาอยู่ เป็นเรื่องในครัวแน่ๆ น้ำร้อนลวกจากหม้อแกงจืดหรือแกงส้ม ที่กำลังเดือดพล่านก็อยู่ในครัวอีกนั่นแหละ มีไม่น้อยเหมือนกันที่จะมีกระติกน้ำร้อน ตามจุดต่างๆ ในบ้านนอกครัว เช่น ในห้องนอนไว้ชงนมให้ลูกเล็กที่เพิ่งเกิดมา ในห้องทำงานหรือหม้อต้มน้ำร้อนไฟฟ้าไว้ชงกาแฟดื่มแก้ง่วง

ครับ ผมกำลังจะนำผู้อ่านไปสู่เรื่องการบาดเจ็บจากของเหลวที่ร้อนก็น้ำร้อนกับน้ำมัน ที่กำลังร้อนนั่นแหละ ผมเชื่อว่าทุกท่านเคยเห็นหรือเคยมีประสบการณ์ด้วยตัวเอง ในเรื่องนี้มาแล้วไม่มากก็น้อย น้ำร้อนหกโดนมือ โดนขา โดนเท้า แก้วแตก น้ำร้อยในแก้วลวกเอา ถือแก้วน้ำร้อนหรือชามใส่แกงจืดร้อนๆ หลุดมือหรือลื่นล้ม เลยถูกน้ำร้อน น้ำแกงราดเอา กำลังเคี่ยวน้ำมันร้อนฉ่าในกระทะ ใส่ปลาลงไปทอด น้ำมันกระเด็นโดนแขน นี่เป็นตัวอย่างส่วนหนึ่ง คุณอาจเจอเหตุการณ์คล้ายๆ อย่างนี้อีกหลายชนิด

คุณว่าน้ำร้อนกับน้ำมันร้อนนี่ต่างกันไหม ?

คงต่างล่ะครับ อย่างน้อยน้ำก็ไม่เหมือนน้ำมันแน่ๆ มีคุณสมบัติอีกอย่างที่น้ำกับน้ำมันต่างกัน น้ำเดือดที่ 100 องศาเซลเซียส แต่น้ำมันเดือดที่อุณหภูมิสูงกว่า อาจ 150 ถึง 250 องศาครับ แสดงว่าน้ำมันร้อยกว่าน้ำใช่ไหม ?

ใช่แล้วครับ ร้อนกว่ามากทีเดียวถ้าถูกเนื้อถูกหนังคุณก็พองหรือบาดเจ็บได้มากกว่าแน่ ด้วยเหตุที่อุณหภูมิสูงกว่านั่นเอง ผิวหนังเมื่อโดนความร้อนลวกก็จะเกิดการบาดเจ็บ บาดเจ็บมาก บาดเจ็บน้อยก็แล้วแต่ว่าร้อนมากแค่ไหน โดนลวกบริเวณกว้างไหมและแหล่งความร้อน (น้ำหรือน้ำมัน) ลวกหรือสัมผัสอยู่กับผิวหนังนานแค่ไหนด้วย

ลองมารู้จักผิวหนังเราเพิ่มสักนิดครับ

หนังชั้นบนสุดเป็นชั้นบางๆ เรียกว่าหนังกำพร้า ถัดลงไปเป็นชั้นหนาขึ้น มีต่อมไขมัน ต่อมเหงื่อ และส่วนรากของขน (ผม) อยู่ ชั้นนี้เรียกว่าหนังแท้ ถัดจากชั้นนี้ลงไปจะเป็น เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง กล้ามเนื้อ เอ็น กระดูก เส้นประสาท เส้นเลือดต่างๆ

ความร้อนที่ลวกผิวหนังจึงอาจทำลายผิวหนังเพียงชั้นบนชั้นเดียวบางๆ เรียกว่า บาดเจ็บแค่หนังกำพร้า แบบนี้เกิดจากความร้อนที่ไม่สูงนัก และสัมผัสผิวหนังอยู่เพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น ความร้อนที่สูงขึ้นถูกผิวหนังนานขึ้น จะทำลายผิวหนังได้มากขึ้นและลึกครับ อาจลึกถึงหนังแท้ หรือลึกลงกว่านี้อีก ทำลายไปถึงชั้นใต้ผิวหนัง ถึงกล้ามเนื้อ ถึงเส้นเลือด เส้นประสาท หรือกระดูกเลย ยิ่งลึกยิ่งรุนแรงครับ ยิ่งโลหิตไปเลี้ยงแขนขาส่วนนั้นติดขัด แผลก็หายยาก และอาจมีผลกระทบต่อการเคลื่อนไหว ถ้าอยู่ตรงนั้นพอดี

การพิจารณาความรุนแรงของน้ำร้อน น้ำมันลวก นอกจากดูปัจจัยที่กล่าวข้างต้นแล้ว อาจดูจากอาการของผู้ถูกลวกครับ

การลวกที่บาดเจ็บแค่ชั้นของหนังกำพร้าจะมีอาการผิวหนังแดงอาจบวมเล็กน้อย ปวดแสบปวดร้อนบริเวณถูกลวก

การลวกที่บาดเจ็บลึกลงหนังแท้แต่ไม่ทะลุลงไปกว่านี้จะมีอาการผิวหนังแดง มีตุ่มพอง (ตุ่มน้ำ) ผิวหนังเป็นจุดลายๆ จะปวดรุนแรงมากและผิวบวมด้วย

หากเจ็บลึกกว่านี้เกิดในกรณีมีความร้อนสูงมากและสัมผัสอยู่กับผิวหนังนาน เนื้อเยื่อถูกทำลายทั้งหนังกำพร้า หนังแท้ และบริเวณใต้ผิวหนังที่มีเส้นประสาท เส้นเลือด กล้ามเนื้อหรือกระดูกอยู่ ผู้ถูกลวกอาจไม่เจ็บตรงแผล ถ้าเส้นประสาทถูกทำลายหมด อาจเจ็บปวดมากถ้าเส้นประสาทถูกทำลายบางส่วน ส่วนที่เหลือยังส่งสัญญาณความเจ็บปวด ไปสู่สมองให้รับรู้ได้

ในแง่การหายของแผล โดนลวกแล้วกรณีแรกจะหายดีที่สุด เพราะโดนทำลายแค่หนังกำพร้า จึงหายได้รวดเร็ว และไม่มีแผลเป็นครับ กรณีที่สอง หนังแท้ถูกทำลายหายยากขึ้นมาก และปวดมากด้วย แต่ยังดีหน่อยที่เกิดแผลเป็นเล็กน้อย

กรณีสุดท้ายล่ะครับที่รุนแรงและแย่ที่สุด เพราะเนื้อเยื่อถูกทำลายลึกไม่มีเชื้อของผิวหนัง เหลือให้งอกขึ้นมาใหม่ ต้องผ่าตัดเอาผิวหนังบริเวณอื่นมาปลูกแทนครับ และยังไงก็เสียโฉม เป็นแผลเป็นครับ



การปฐมพยาบาล

กรณีน้ำร้อนลวก น้ำมันลวกนี้ การช่วยเหลือเบื้องต้นมุ่งเน้น 2 ประการครับ
1. ยับยั้งความรุนแรง
2. บรรเทาความเจ็บปวด
ลองมาดูกันครับว่าจะทำยังไง

ยับยั้งความรุนแรง หมายถึงช่วยไม่ให้เนื้อหนังถูกทำลายมากจากความร้อน ที่ได้รับจากน้ำหรือน้ำมัน ก็อย่าให้ผิวหนังสัมผัสกับแหล่งความร้อนนานครับ ถ้าน้ำร้อน หรือน้ำมันเปียกเสื้อผ้าที่สัมผัสกับผิวหนังอยู่ ให้รีบถอดเสื้อผ้าตรงนั้นออกโดยเร็ว ชะน้ำร้อน หรือน้ำมันออกจากผิวหนังโดยเร็ว เช่น เอาน้ำเย็นราดหรือเปิดก๊อกน้ำ ให้น้ำไหลลงบน ส่วนที่ถูกลวก วิธีนี้จะช่วยขจัดแหล่งความร้อนออกไปจากผิวหนังส่วนนั้นได้ดีครับ บรรลุเป้าหมายประการหนึ่งแล้ว

เป้าหมายประการที่สอง บรรเทาความเจ็บปวด ทำยังไงดี ? ครับนี้ก็สำคัญ อาการปวดแสบปวดร้อนนี่หยอกซะเมื่อไรล่ะ ใช้วิธีที่ผมบอกนี่เร็วกว่ากินยาแก้ปวดเยอะเลย ใช้ความเย็นครับ จะเป็นผ้าเย็นๆ ถุงใส่น้ำเย็นหรือเยลแช่เย็นที่ใช้วางหน้าผากลดไข้ก็ได้ วางนาบลงบนบริเวณที่ถูกลวกจะช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อนได้ทันทีเชียวล่ะ แถมยังได้ประโยชน์ ช่วยยับยั้งความรุนแรงของการบาดเจ็บได้อีกด้วย เรียกว่า กระสุนนัดเดียวได้นก 2 ตัวเลย

บางคนผมเห็นใช้วิธีเอาน้ำปลาราด มาโรงพยาบาลได้กลิ่นน้ำปลากหึ่งมาทีเดียว บางทีก็เห็นทายาสีฟันโปะขาววอกมาเลย เชื่อว่าถอนพิษความร้อน ซึ่งไม่น่าจะช่วยจริงครับ เพราะไม่มีฤทธิ์หรือสรรพคุณต่อแผลอย่างนั้น ผมแนะนำว่าอย่าใช้เลยครับ ใช้วิธีผมแนะนำเถอะ อย่างน้อยก็ช่วยไม่ให้หมอ พยาบาล ต้องลำบากล้างเอาน้ำปลา ยาสีฟันออกครับ

จะต้องเปิดแผลไหม ?

เรื่องปิดแผลนี่ก็สงสัยกันมาก มีผ้าสะอาดๆ ที่ไม่มีขนคลุมแผลไว้หน่อยก็ดี หรือถ้าไม่มี ก็คงไม่เป็นไรนัก มักใช้เวลาไม่นานก็ไปถึงหมอได้ แพทย์จะพิจารณาความรุนแรง ให้การรักษาแผลที่เหมาะสม รวมถึงการป้องกันบาดทะยักและป้องกันแผลติดเชื้อด้วย เรียกว่ารักษาให้ครบถ้วน กระบวนการเลย

อย่าประมาทครับ โดยเฉพาะลวกแถวมือ แถวหน้า อาจมือพิการหรือเสียโฉมได้ หากรักษาไม่ดี


(update 3 ตุลาคม 2001)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 25 ฉบับที่ 5 พฤษภาคม 2544 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600