มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ http://i.am/thaidoc หรือ http://hey.to/yimyam


คลินิกคุณแม่



ทำไมน้ำคร่ำสีเขียว จึงคลอดเองไม่ได้

ตั้งใจอยากคลอดลูกเอง แต่สุดท้ายต้องผ่าออกเพราะรอจนน้ำเดินจึงไปโรงพยาบาล จากนั้นอีก 12 ชั่วโมง ปากมดลูกเปิดแค่ 1 ซม. พอเจาะน้ำคร่ำดูเป็นสีเขียว (ปกติต้องเป็นสีเหลือง) คุณหมอตัดสินใจผ่าเพราะกลัวเด็กขาดออกซิเจน กรณีนี้ใช้ยาเร่งคลอดแทน เพื่อจะได้คลอดเองไม่ได้หรือคะ

วิภาวดี สากุลวงศ์/กทม.


คุณแม่ที่ครรภ์ครบกำหนดแล้วมีอาการน้ำเดิน คือถุงน้ำคร่ำแตกแต่ไม่มีอาการเจ็บครรภ์ เมื่อไปถึงโรงพยาบาลก็ควรให้ยาเร่งคลอดในน้ำเกลือ หยดเข้าหลอดเลือดดำ และควรให้คลอดภายใน 24 ชั่วโมง นับจากเวลาที่เริ่มมีน้ำเดิน เพราะถ้านานกว่านั้น จะเสี่ยงต่อเยื่อถุงน้ำคร่ำอักเสบ ซึ่งเกิดการติดเชื้อทั้งคุณแม่และลูกในครรภ์

ถ้ารอมานาน 12 ชั่วโมง โดยไม่ได้ยาเร่ง หรือได้ยาเร่งแล้วแต่ปากมดลูกยังแข็ง ไม่เปิดขยาย คือเปิดเพียง 1 ซม. และตรวจพบว่าน้ำคร่ำมีสีเขียวซึ่งปกติจะใสหรือขุ่นเล็กน้อยเหมือนน้ำมะพร้าว แสดงว่าลูกถ่ายขี้เทา ซึ่งมีสีเขียวขี้ม้าข้นออกมาปนกับน้ำคร่ำ ทำให้น้ำคร่ำมีสีคล้ายน้ำถั่วเขียวต้ม ซึ่งจะข้นมากน้อย ขึ้นกับปริมาณขี้เทาที่ลูกถ่ายออกมา และเป็นสัญญาณว่าลูกมีความเครียดในครรภ์ เช่น สายสะดือถูกกดทับ แต่เราจะไม่ทราบว่าความเครียดนั้นยังคงมีอยู่หรือหายไปแล้ว

การเร่งคลอดต่อไปอาจต้องใช้เวลานานถึง 8-10 ชั่วโมงก็อาจเป็นอันตรายต่อลูก ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อหรือความเครียดจากการกดทับของสายสะดือถ้ายังคงมีอยู่ การตัดสินใจผ่าท้องคลอดก็น่าจะเหมาะสมกว่าค่ะ

รศ.พญ.เฉลิมศรี ธนันตเศรษฐ


เคยกินยาขับเลือด จะมีผลกับลูกมั้ย

น้องสาวอายุ 19 ปีเคยกินยาขับเลือด ตอนนี้ตั้งครรภ์ได้ 8 เดือนแล้ว เครียดมากเลยค่ะ กลัวจะส่งผลต่อลูก

วิไล พูลพิมมะ/ชลบุรี


ผลของยาขับเลือดต่อลูกในครรภ์ ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะสรุปได้ว่า อันตรายหรือไม่ เพราะยาขับเลือดที่สามารถซื้อหากันได้เองตามร้านขายยาใกล้บ้าน มักหมายถึงยาดอง หรือยาสตรีซึ่งมีวิธีปรุงแบบโบราณ ไม่ได้ผ่านมาตรฐานขององค์การอาหารและยา ส่วนยาฮอร์โมนที่คุณหมอสูติฯ ใช้ปรับให้ประจำเดือนมา อาจเรียกว่ายาขับเลือดก็ได้

คุณหมอจะต้องตรวจให้แน่ใจเสียก่อนว่าไม่ตั้งครรภ์จึงจะให้ยา เพราะยาฮอร์โมนเหล่านี้ มีข้อห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ค่ะ แต่ไม่ว่าจะเป็นยาขับเลือดแบบไหนก็มักจะใช้กัน เมื่อเริ่มขาดประจำเดือนใหม่ๆ ในช่วง 3 เดือนแรกที่เด็กกำลังสร้างอวัยวะต่างๆ ให้ครบถ้วน จึงควรทำอัลตราซาวนด์ เพื่อติดตามความสมบูรณ์ของเด็ก ถึงแม้ขณะนี้จะตั้งครรภ์ได้ 8 เดือนแล้ว ถ้าการตรวจไม่พบความผิดปกติของลูกก็จะช่วยให้คุณแม่คลายเครียดและสบายใจขึ้นค่ะ

รศ.พญ.เฉลิมศรี ธนันตเศรษฐ


รกเกาะต่ำคืออะไร

รกเกาะต่ำคืออะไรคะ ถ้ามีอาการดังกล่าวต้องระวังอะไรบ้าง ระยะเวลาแค่ไหนถึงจะรู้ว่าลูกปลอดภัย

คุณแม่คนใหม่/นนทบุรี


รกเกาะต่ำ เป็นภาวะที่รกมีการฝังตัวหรือเกาะบริเวณส่วนล่างของมดลูกในขณะตั้งครรภ์ โดยปกติรกทำหน้าที่เป็นตัวกลางผ่านอาหารและก๊าซต่างๆ จากมารดาสู่ทารกในครรภ์ และนำของเสียจากทารกสู่มารดา จึงเป็นส่วนที่มีการไหลเวียนของเลือดตลอดเวลา ดังนั้นถ้ามีการกระทบกระเทือนต่อรก ไม่ว่าจากอุบัติเหตุหรือการร่วมเพศผลย่อมเกิดขึ้นต่อรก ที่เกาะต่ำได้มากกว่ากรณีที่รกเกาะบริเวณอื่นที่อยู่เหนือขึ้นไป

อาการของรกเกาะต่ำคือ มีเลือดสดๆ ไหลออกมาทางช่องคลอดโดยไม่จำเป็น ต้องมีอาการปวดท้องร่วมด้วย การตรวจที่ง่ายที่สุดคือการตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ หากพบว่ามีรกเกาะต่ำ ข้อแนะนำคือนอนพักให้มาก ระวังการกระทบกระเทือนต่อท้องหรือมดลูก เช่น ห้ามการมีเพศสัมพันธ์ ระวังหกล้ม ฯลฯ จนถึงช่วงครบกำหนดคลอด หากรกยังเกาะต่ำอยู่ แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเอาเด็กออกทางหน้าท้อง เพื่อความปลอดภัยของทารก

น.พ.ชาญวิทย์ พันธุมะผล


โฟเลตเม็ด แม่ตั้งครรภ์กินได้หรือเปล่า

เคยได้ยินมาว่า แม่ตั้งครรภ์ควรได้รับโฟเลตวันละ 450 mg. หรือมากกว่าคนปกติ 3 เท่า ดิฉันกินนมวันละ 2 แก้วแต่ยังรู้สึกคลื่นไส้ อยากเรียนถามว่า จะทานโฟเลตในรูปแบบเป็นเม็ด ได้หรือไม่คะ ควรจะทานวันละกี่เม็ด และโฟเลตกับโฟลิก เอซิดคือตัวเดียวกันหรือไม่คะ

ศิริวรรณ เนตรประไพ/กทม.


โฟเลตหรือโฟลิกเอซิด เป็นสารเกลือแร่ที่มีความจำเป็นสำหรับการสร้างเม็ดเลือดในแม่ตั้งครรภ์ และพบว่าการได้รับโฟเลตในปริมาณที่เพียงพอ จะสามารถป้องกันภาวะความผิดปกติ ในระบบประสาทของทารกได้

สารโฟเลตสามารถพบได้ในอาหารประเภทผักใบเขียว ไข่ เนื้อสัตว์ นม เนย ตับ ฯลฯ ความต้องการระหว่างการตั้งครรภ์คือวันละ 400 ไมโครกรัม หรือประมาณ 0.4 มิลลิกรัมเท่านั้น ดังนั้นจึงควรที่จะดูว่าปริมาณของโฟเลตที่อยู่ในน้ำนมมีอยู่เท่าใดในน้ำนม 1 แก้ว ส่วนกรดโฟลิก ชนิดเม็ดส่วนใหญ่จะผลิตเป็นเม็ด โดยมีปริมาณเม็ดละ 5 มิลลิกรัมหรือ 5,000ไมโครกรัม จะเห็นได้ว่า การรับประทานกรดโฟลิกชนิดเม็ดเพียงวันละ 1 เม็ด ก็ดูจะมากเกินพอแล้วครับ

นท.นพ.วิวัฒน์ ชินพิลาศ


ลูกกินนมแม่ ทำให้ไม่มีประจำเดือน

ตอนนี้ลูกอายุได้ 11 เดือนแล้ว แต่ยังกินนมแม่อยู่ ปัญหาคือดิฉันยังไม่มีประจำเดือนเลยค่ะ ไม่ทราบว่าผิดปกติรึเปล่าคะ ควรพบแพทย์หรือไม่ (มั่นใจว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ค่ะ)

รุ่งทิวา พยุงวิวัฒนกูลา/ขอนแก่น


การที่แม่ให้นมลูกอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ต่อมใต้สมองหลั่งฮอร์โมนโปรแล็กตินออกมา ฮอร์โมนดังกล่าวจะไประงับไม่ให้รังไข่ทำงานตามปกติในระหว่างที่ให้นมลูกอย่างสม่ำเสมอ เมื่อรังไข่ไม่ทำงานชั่วคราวก็จะทำให้ไม่มีประจำเดือน หากหยุดให้นมลูก ฮอร์โมนโปรแล็กตินลดระดับลง จะทำให้รังไข่กลับมาทำงานตามปกติ ประจำเดือนก็จะกลับมาเป็นปกติ

ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็น วิธีคุมกำเนิดที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ให้กับมนุษย์ หากหยุดให้นมแล้วยังไม่มีประจำเดือนในระยะเวลา 3 เดือน ควรไปพบแพทย์ เพื่อตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งครับ

นท.นพ.วิวัฒน์ ชินพิลาศ


มดลูกฝ่อ เพราะกินยาคุมกำเนิดนานเกินไป

กินยาคุมกำเนิดติดต่อกันเป็นเวลา 5-8 ปีมีผลทำให้มดลูกฝ่อ ยากที่จะตั้งครรภ์หรือไม่คะ และจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะตอนนี้เลิกทานยาประมาณ 2 เดือนแล้ว แต่ยังไม่สามารถตั้งครรภ์ได้เลยค่ะ

วัชราภรณ์ พัฒนขจร/โคราช


ยาคุมกำเนิด จะไปกดการสร้างฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นรังไข่ให้ตกไข่ ดังนั้นรังไข่ก็จะไม่มีการตกไข่ จึงไม่มีฮอร์โมนเพศหลั่งออกมาจากรังไข่ตามธรรมชาติ ทำให้มดลูก เยื่อบุโพรงมดลูก ช่องคลอดฝ่อลง หลังจากหยุดยาคุมกำเนิด ถ้ากินมาเป็นเวลานานหลายปีอาจต้องรอเวลาหลายเดือน กว่าจะมีการตกไข่ครั้งใหม่ และบางคนอาจขาดประจำเดือนไปได้ระยะหนึ่ง โดยไม่มีการตั้งครรภ์ แต่บางคนหลังหยุดยาก็ตั้งครรภ์เลย และบางคนก็ตั้งครรภ์แฝดซึ่งพบได้บ่อยๆ ดังนั้น ถ้าคุณแม่อายุต่ำกว่า 35 ปี ยังสามารถรอต่อไปได้อีก 10 เดือนครับ

สรุปแล้วถ้าครบ 1 ปียังไม่สามารถตั้งครรภ์เองได้ก็ควรไปปรึกษาแพทย์ แต่ถ้าอายุเกิน 5 ปี รอจนครบ 6 เดือนก็ควรไปปรึกษาแพทย์เช่นกัน เพราะสาเหตุการมีบุตรยากยังมีอีกหลายปัจจัย สูติ-นรีแพทย์จะช่วยหาสาเหตุและช่วยรักษาอย่างถูกต้องต่อไปครับ

น.พ.มฆวัน ธนะนันท์กูล


เป็นภูมิแพ้ กินยาและพ่นยา กลัวจะมีผลกับการตั้งครรภ์

ปัจจุบันอายุ 34 ปี เป็นโรคภูมิแพ้จะกินยาและพ่นยาอยู่ตลอด ถ้าอยากมีลูกอีกสักคน ขอเรียนถามว่า
- ต้องตรวจสุขภาพก่อนมั้ยคะ
- ถ้าตั้งครรภ์ดื่มนมได้มั้ยคะ เพราะทราบมาว่าในนมมีเมือกที่ทำให้หอบได้ ซึ่งดิฉันเคยเป็นหอบมาแล้ว เวลาดื่มนมมากๆ
- การเจาะน้ำคร่ำมีโอกาสเกิดอันตรายต่อเด็กในท้องมั้ยคะ

แม่ผู้กังวล


1. คุณแม่คงต้องตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ซึ่งจะมีประโยชน์มากเลยครับ เพราะนอกจากจะได้ทราบว่าสุขภาพร่างกายปกติดีรึเปล่า ยังสามารถตรวจเลือดดูความพร้อม และตรวจภูมิต้านทานต่อโรคต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กับการตั้งครรภ์ การคลอด เช่น โรคหัดเยอรมัน โรคเริม โรคเบาหวาน ซึ่งมีโอกาสเกิดโรคเบาหวานจะแปรผันกับอายุที่มากขึ้นของคุณแม่ด้วย

2. ตามที่คุณแม่ผู้กังวลเคยมีประวัติเป็นหอบเวลาดื่มนมมากๆ คงแพ้ดปรตีนในนมวัว ในขณะที่แม่ตั้งครรภ์ต้องการแร่ธาตุและแคลเซียมซึ่งมีมากในน้ำนม ดังนั้นนมจึงเป็นแหล่งของอาหาร ที่คุณแม่ส่วนใหญ่เลือกดื่มขณะตั้งครรภ์ แต่กรณีของคุณแม่แพ้โปรตีนในนมวัวก็อาจเสี่ยงไป ดื่มน้ำถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้ซึ่งสกัดมาจากถั่วเหลืองแทน ก็จะได้รับสารอาหารและแร่ธาตุใกล้เคียง กับนมวัวครับ หลีกเลี่ยงนมวัวเพื่อป้องกันโรคหอบหืด ซึ่งภาวะหอบหืดเป็นอันตรายต่อสุขภาพคุณแม่ครับ ถ้าหลอดลมตีบตันมากขนาดคุณแม่ขาดออกซิเจนรุนแรงจนตัวเขียวแล้วย่อมมีผลให้ลูกในครรภ์ ขาดออกซิเจนเช่นกัน ซึ่งอาจทำให้ลูกในครรภ์สมองไม่พัฒนาเกิดโรคปัญญาอ่อน หรือขาดออกซิเจนมากๆ อาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

หมอจึงขอแนะนำให้เลี่ยงจากนมวัวไปเป็นนมถั่วเหลืองจะป้องกันภาวะแพ้นมวัว และป้องกันภาวะหอบหืดลงไปได้

3. การเจาะน้ำคร่ำมีโอกาสเกิดอันตรายต่อเด็กในครรภ์ได้ครับ ซึ่งแบ่งออกเป็น
3.1 อันตรายที่เกิดขึ้นทันทีเช่น เข็มแทงโดนอวัยวะสำคัญของเด็กในครรภ์ เข็มแทงผ่านรกทำให้รกลอกตัวก่อนกำหนด หรือแทงโดนสายสะดือเส้นเลือดฉีกขาด หรือภาวะน้ำเดินก่อนกำหนด

3.2 อันตรายที่เกิดขึ้นตามมาอาจเกิดขึ้นหลัง 1-2 วัน เช่น น้ำเดินก่อนกำหนด ภาวะอักเสบของน้ำคร่ำเกิดจากการติดเชื้อ รกอักเสบและแท้งบุตร ดังนั้นคุณแม่ควรซักถามคุณหมอ ก่อนการตรวจดังกล่าว เพื่อให้คุณแม่ได้คำตอบในข้อสงสัย รวมทั้งคุณหมอคงต้องให้คำแนะนำ ปรึกษา ถึงวิธีการตรวจ ข้อดีและข้อเสีย รวมทั้งอาการแทรกซ้อนซึ่งอาจเกิดขึ้นได้

น.พ.มฆวัน ธนะนันท์กูล


เป็นพาหะทาลัสซีเมีย ลูกจะมีโอกาสเป็นมั้ย

ตอนนี้ภรรยาตั้งครรภ์ลูกคนที่สองได้ 8 เดือนแล้ว พบว่าเป็นพาหะทาลัสซีเมีย ลูกในท้องจะมีโอกาสเป็นโรคนี้มั้ย (ลูกตนโตแข็งแรงดีครับ) ผมกังวลมากครับ

พ่อผู้กังวล/กทม.


โรคทาลัสซีเมีย เป็นโรคเกี่ยวกับความผิดปกติของการสร้างสารฮีโมโกลบินอันเป็นสารสีแดง ที่อยู่ภายในเม็ดเลือดแดงของคนเรา ซึ่งทำหน้าที่ในการลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยคนที่มีความผิดปกติของโรคนี้ เม็ดเลือดแดงจะมีลักษณะที่ผิดปกติไป ทำให้อายุของเม็ดเลือด สั้นกว่าของคนปกติ ผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะมีอาการซีด จะซีดมากหรือน้อยแล้วแต่ชนิดของความรุนแรงของโรค อาจมีความผิดปกติของอวัยวะภายใน เช่น ตับโต ม้ามโต มีกระดูกแก้มและหน้าผากนูน อ่อนเพลียง่าย ร่างกายไม่แข็งแรง โชคดีที่โรคนี้เป็นลักษณะด้อย

ในกรณีที่เป็นพาหะของโรคนี้มักจะไม่แสดงอาการออกมาชัดเจน ยกเว้นจะรับการถ่ายทอดยีน ของโรคนี้จากทั้งพ่อและแม่ ลูกก็จะแสดงอาการออกมาชัดเจนตามชนิดของโรคนี้ กรณีของคุณ ภรรยาเป็นพาหะ คุณควรจะตรวจเลือดของคุณว่าเป็นโรคนี้หรือพาหะของโรคนี้ด้วยหรือไม่ เพื่อจะได้ทราบถึงโอกาสที่ลูกของคุณจะเป็นพาหะหรือเป็นโรค ซึ่งคุณสามารถปรึกษา และขอคำแนะนำเพิ่มเติมกับสูติแพทย์ที่ดูแลการฝากครรภ์ของภรรยาคุณได้ครับ

น.พ.ชาญวิทย์ พันธุมะผล

(update 9 พฤษภาคม 2001]


[ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่   ปีที่ 5 ฉบับที่ 59 กันยายน]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600