มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam

ตรวจภายใน


" ป้ามาตรวจภายในจ๊ะ " คุณป้าจำปีอายุ 60 ปี เดินมาหน้าห้องเบอร์ 13 ของแผนกสูติ-นรีเวช ที่หน้าห้องมีป้ายตัวเบ้อเริ่มเขียนว่า ห้องตรวจภายใน
" ค่ะเชิญค่ะ คุณป้าจำปีมีลูกกี่คนคะ " หมอซักประวัติ
" ลูกเจ็ด ตายห้าเหลือสอง "
" ทำไมลูกถึงเสียชีวิตไปตั้งห้าละคะคุณป้า " หมอสงสัย
" พออายุสองสามขวบก็เป็นลมตาย สมัยก่อนเป็นอะไรก็ให้กินยาลม ไม่มีโรงพยาบาลเหมือเดี๋ยวนี้ "
" คุณป้าจะมาตรวจภายใน มีอาการผิดปกติอะไรหรือเปล่าคะ " คุณป้าจำปีส่ายหน้า
" มีปวดท้องน้อย ตกขาวหรือเปล่าคะ " หมอยังซักถาม อาการทั้งสองอย่างนี้ เป็นอาการที่พาคนไข้มาตรวจภายในบ่อยที่สุด เป็นจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งของคนไข้ ที่มาตรวจภายในทั้งหมด
" ไม่มี มีแต่เจ็บหน้าอก เจ็บมาเป็นปีแล้ว "
หมอไม่สงสัยว่า คุณป้าจำปีเจ็บอก แต่ต้องการตรวจภายใน เพราะสมัยนี้การแพทย์ แผนปัจจุบันทันสมัย มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ดี สตรีทุกคนรู้กันทั่วว่า เมื่อมีเพศสัมพันธ์แล้ว ควรตรวจภายในทุกปีไม่ว่าจะอายุเท่าไร สำหรับคนโสดอายุเกิน 20 ปี ก็ควรตรวจภายในทุกปีเช่นกัน

แต่เมื่อคุณพยาบาลพาคุณป้าจำปีขึ้นเปลี่ยนผ้าถุง ถอดกางเกงใน ขึ้นเตียงขาหยั่ง ซึ่งเป็นเตียงตรวจภายใน คุณป้าเอามือปิดป้องของสงวนและร้องโวยวาย
" หมอฉันมาตรวจภายใน "
" ก็ตรวจภายในไงคะคุณป้า "
" หมอตรวจอย่างไง "
" ตรวจภายใน ก็คือการตรวจอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกภายในไงคะคุณป้า "
หมอจะตรวจโดยการดูและคลำภายนอก แล้วใส่เครื่องมือส่องตรวจรูปปากเป็ด ที่เรียกว่าสเป็กคูลั่ม (speculum) เข้าไปในช่องคลอด เครื่องมือนี้ก็มีหลายขนาด เลือกขนาดแล้วแต่ขนาดของช่องคลอด สำหรับเด็กและคนยังโสดก็มีขนาดจิ๋ว และขนาดเล็กให้เลือกใช้ ใส่เข้าไปก็ไม่เจ็บนะคะ หมอก็จะตรวจดูตกขาว ดูปากมดลูก ถ้ามีตกขาวก็อาจใช้สำลีป้าย แล้วส่งย้อมตรวจหาเชื้อโรค ต่อนั้นก็ใช้ไม้ป้าย ป้ายตรวจหาเซลล์มะเร็งของปากมดลูก

เมื่อเอาเครื่องมือส่องตรวจออก หมอก็จะใช้นิ้วมือคลำทางช่องคลอด อีกมือคลำทางหน้าท้อง เพื่อตรวจว่า คุณป้ามีมดลูกโตไหม มีเนื้องอกของมดลูกและของรังไข่ไหม ภายในอุ้งเชิงกราน มีอักเสบ มีพังผืดผิดปกติอะไรไหมนะคะคุณป้า รับรองไม่เจ็บเลยนะคะคุณป้า…

คุณป้าจำปี หน้าแดงซ่าน หนีบขาทั้งสองข้าง เกร็งตัวเต็มที่ ไม่ให้หมดตรวจได้โดยง่ายจริงๆ เรื่องอายแบบนี้นับเป็นเรื่องปกติสำหรับสตรีชาวไทย ขณะที่แพทย์ชาวอเมริกันเล่าว่า ในเมืองของเขานั้นการตรวจภายในถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา ไม่ว่าสาวอายุน้อยหรือมาก ก็เห็นแก้ผ้าเดินขึ้นเตียงตรวจ แยกขาให้ตรวจอย่างไม่อาย แต่จากประสบการณ์สิบกว่าปี ที่หมอตรวจภายในมานั้นนะคะ สตรีไทยยิ่งอายุมากก็ยิ่งอาย ที่อายนั้นท่านให้เหตุผลว่า
" ของของฉัน มันไม่เหมือนใคร ไม่เคยให้ใครดู "
" แล้วคลอดลูกละคะ ไม่เคยมีใครดูเลยหรือ " หมอเคยถามท่านคุณย่าคุณยาย ที่อายการตรวจภายใน
" เวลาคลอดลูก หมอตำแยเขาก็เอามือล้วงไปในบ่วงผ้าถุง เขาไม่เปิดอ้าซ่า ให้ใครเห็นเหมือนเดี๋ยวนี้ "
" คลอดก็คลอดไม่ได้เย็บ ฉีกไปไหนต่อไหน มันน่าเกลียดนะหมอนะ " หลายท่านตอบดังนี้ ที่เป็นสาเหตุของการเขินอาย
" คุณป้าจำปีไม่ต้องอายหรอกนะคะ ตรวจภายในเป็นเรื่องธรรมดา เดี๋ยวนี้สาวๆ ที่แต่งงานแล้วเขาตรวจกันทุกคน ตรวจกันทุกปี ขนาดสาวโสดยังตรวจ " หมอคุยกับป้าจำปีต่อ
คุณป้ายังคงอายเหนียม จนหมอใส่เครื่องมือตรวจไม่ได้ สุดท้ายท่านโพล่งออกมา ด้วยเสียงอยากร้องไห้ว่า
" หมอฉันมาตรวจภายใน ภายในนี้น่ะ " ท่านเอามือตบบอกเสียงดัง
" ให้มันรู้ว่าภายในภายนอกในใจมันเป็นอะไรถึงได้ปวดมาเป็นปีๆ ไม่ได้มาให้หมอตรวจมดลูกหรอก "
ใช่ค่ะ…คำว่าตรวจภายในของคุณป้ากับตรวจภายในของหมอเป็นคนละเรื่องกัน กว่าจะรู้ว่าการตรวจภายในของคุณป้าคือ การตรวจภายในอก ไม่ใช่ตรวจภายในสตรี ก็เล่นเอาคุณป้าอายม้วนไปหลายตลบ

คุณผู้หญิงที่รักคะ เมื่อเทียบกับสิบกว่าปีก่อน ปัจจุบันการตรวจภายในเป็นที่นิยมมากกว่า อาจเพราะคุณผู้หญิงต่างรู้ถึงประโยชน์ของการตรวจภายในถ้วนหน้าและอีกอย่าง การตรวจภายในนั้นไม่เจ็บไม่ปวด ไม่ทรมาน ขอย้ำว่าไม่เจ็บจริงๆ เพราะผู้มาตรวจบางท่านนั้น มักจะกลัวและฝังใจว่าจะเจ็บ จนบางครั้งตัวสั่นหน้ามืดเป็นลมไปก่อนจะตรวจก็มี

หัวใจของการตรวจภายในสตรีนั้นคือ การร่วมมือกันระหว่างผู้ถูกตรวจที่ขออนุญาติ เรียกว่าผู้ป่วยกับหมอผู้ตรวจนะคะ และไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมากมายก่อนมาตรวจ ผู้ป่วยบางท่านอุตส่าห์โกนขนหัวหน่าวมาเรียบร้อยเพื่อการตรวจภายในโดยเฉพาะ บางท่านก็ล้างภายในจนเอี่ยมอ่อง เพราะเกรงว่าหมอจะรังเกียจหรือได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ จริงๆ แล้วการตรวจภายในไม่จำเป็นต้องโกนขนหรือสวนล้างในช่องคลอดก่อนมาตรวจนะคะ เพราะหมอเองก็ต้องการดูสภาพที่เป็นอยู่ เพื่อจะได้วินิจฉัยได้ถูกต้อง การเตรียมตัว ก่อนมาตรวจที่ควรทำ ไม่ยุ่งยาก เพียงแต่ปัสสาวะ อุจจาระตามปกติให้เรียบร้อยก่อนมาตรวจ ก็นับว่าใช้ได้แล้ว

ทำไมต้องปัสสาวะอุจจาระให้เรียบร้อยก่อนมา…บางท่านสงสัย หมอขอตอบว่า การที่มีปัสสาวะอยู่เต็มกระเพาะปัสสาวะ หรือมีก้อนอุจจาระ อาจทำให้หมอผู้ตรวจเข้าใจผิด ว่าเป็นถุงน้ำ หรือเนื้องอกในช่องท้องได้ค่ะ

ส่วนการร่วมมือนั้น ทำให้หมอตรวจได้ง่ายและไม่ผิดพลาด เมื่อผู้ป่วยขึ้นนอน บนเตียงที่มีขาหยั่ง พยาบาลจะอยู่ในห้องตรวจเป็นเพื่อน ใช้ผ้าคลุมส่วนล่าง เปิดเฉพาะที่จะตรวจ บางแห่งก็ใช้ผ้าคลุมตาหรือปิดตาผู้ป่วย เพื่อไม่ให้เก้อเขิน หรือกระดาก

ก่อนหมอจะตรวจภายใน หมอมักจะบอกผู้ป่วยเสมอว่า " เดี๋ยวหมอตรวจภายในนะคะ จะใส่เครื่องมือเข้าไปข้างใน ไม่เจ็บนะคะ อย่าเกร็งนะคะ "

ผู้ป่วยที่รับการตรวจภายในควรนอนหงายให้สบายไม่เกร็งลำตัวเมื่อหมอดู และคลำอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก ควรคลายกล้ามเนื้อขาและท้องไม่เกร็งหน้าท้อง หรือบิดตัวกระเถิบตัวหนีเมื่อหมอค่อยๆ สอดใส่เครื่องมือเข้าไปในช่องคลอด

การเกร็ง บิดตัว กระเถิบตัว นั้นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รู้สึกเจ็บ เพราะช่องคลอดจะเกร็งและหนีบเครื่องมือที่กำลังสอดใส่อยู่

ต่อจากนั้นหมอก็จะบอกว่า " เดี๋ยวจะเสียวนิดหน่อยนะคะ เพราะหมอจะตรวจหา มะเร็งปากมดลูก "

หมอจะใช้ไม้ที่มีลักษณะไม้ง่ามเล็กๆ (Ayre's spatula) เข้าไปป้ายรอบๆ ปากมดลูก และช่องคลอดด้านหลังส่วนบน รวมใช้ไม้พันสำลีขนาดเล็กเข้าไปหมุนรอบๆ รูปากมดลูก เพื่อตรวจหามะเร็งปากมดลูกเป็นการค้นหาที่คุ้มค่ามาก เพราะมะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็ง ที่พบมากที่สุดในสตรีไทยค่ะ

สตรีที่เป็นมะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่อายุ 30-50 ปี จะเห็นว่าอายุยังน้อย … และโรคมะเร็งปากมดลูกนี้สามารถรักษาให้หายขาดถ้าอยู่ในระยะต้นๆ ที่สำคัญคือ การตรวจหามะเร็งปากมดลูกนี้ สามารถค้นพบระยะก่อนเป็นมะเร็งได้ด้วย (dysplasia)

เมื่อพบว่าเป็นระยะก่อนมะเร็ง การรักษาเฉพาะที่เช่นการผ่าตัดเฉพาะปากมดลูก การจี้ด้วยความร้อนหรือความเย็น ทำให้ไม่กลายเป็นมะเร็งปากมดลูกต่อไปค่ะ

เคยมีผู้ป่วยถามหมอว่า " เพียงพอไหมที่จะตรวจภายในปีละครั้ง "

จริงๆ แล้ว ก็น่าจะเพียงพอสำหรับการตรวจมะเร็งปากมดลูกนะคะ เพราะจะได้ค้นพบระยะก่อนเป็นมะเร็ง ซึ่งเมื่ออยู่ในระยะนี้จะใช้เวลา 5-10 ปี จึงจะเป็นมะเร็งปากมดลูกเต็มตัว

แต่เมื่อไรที่มีอาการผิดปกติเช่น ตกขาวมาก มีกลิ่นเหม็น ตกเลือด คัน ปวดท้องน้อย ก็ควรตรวจภายในทุกครั้งไม่ต้องรอให้ครบปีค่ะ แล้วผู้ป่วยบางรายที่หมอตรวจแล้วผิดปกติ อาจจะต้องนัดตรวจทุกเดือน ทุกสามเดือน ทุกหกเดือน เป็นรายๆ ไป

จากนั้นหมอก็จะค่อยๆ ถอดเครื่องมือตรวจออก และบอกผู้ป่วยว่า " เดี๋ยวหมอจะใช้นิ้วเข้าไปตรวจภายในนะคะ ไม่เจ็บนะคะ อย่างเกร็งท้องนะคะ " ให้ผู้ป่วยนอนตามสบายหายใจเข้าออกช้าๆ ต่อนั้นหมอจะใช้นิ้วคลำปากมดลูก มดลูก ปีกมดลูก และอวัยวะอื่นๆ ในอุ้งเชิงกราน โดยใช้มือที่กดหน้าท้องช่วย นิ้วมือที่อยู่ในช่องคลอดให้คลำอวัยวะต่างๆ ได้ชัดขึ้น เมื่อหมอถอยนิ้วมือออกก็เป็นอันเสร็จ หมอจะบอกว่า " เสร็จแล้วนะคะ ค่อยๆ ลุก แต่งตัว แล้วคุยกับหมอด้านนอกห้องนะคะ "

นี่นับว่าเป็นการสิ้นสุดการตรวจภายใน

สรุป การตรวจภายในนั้นใช้เวลาในการตรวจไม่ถึงห้านาที แต่ผู้ป่วยทุกคน จะได้รับการตรวจหาโรคต่างๆ ที่คุ้มค่า เช่น ดูความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์ ทั้งภายนอกภายใน ตรวจหาการอักเสบติดเชื้อของอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกของช่องคลอด ปากมดลูก เนื้องอกปากมดลูกชนิดไม่ร้ายแรง ภาวะก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูก มะเร็งปากมดลูก มดลูกโต เนื้องอกของมดลูก ถุงน้ำรังไข่ เนื้องอกของรังไข่ พังผืดภายใน และถ้าสงสัยว่า มีอะไรผิดปกติ ก็อาจต้องส่งตรวจเพิ่มเติมโดยใช้เครื่องอัลตราซาวนด์หรือเอกซเรย์แล้วแต่โรค

การตรวจภายในนี้ไม่แพงค่ะ ขณะนี้ค่าตรวจภายในและค่าตรวจหามะเร็งปากมดลูก ในโรงพยาบาลของรัฐอยู่ระหว่าง 50 บางถึงร้อยกว่าบาทเท่านั้นนะคะ


(update 20 กันยายน 2001)
[ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอปีที่ 25 ฉบับที่ 5 พฤษภาคม 2544]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600