ฟันสึก-ฟันเตี้ย


ฟันแต่ละซี่ของเราตามปกติมีอยู่ 3 ชั้น ชั้นนอกสุดเป็นชั้นเคลือบฟันหรือ ENAMEL ชั้นถัดไปหรือชั้นกลางเป็น เนื้อฟันหรือ DENTINE ส่วนชั้นในสุดเป็นโพรงเรียกว่า โพรงประสาทฟัน หรือ PULP

ชั้นเคลือบฟันเป็นชั้นที่แข็งแรงที่สุด อีนาเมลถูกจัดอันดับว่าแข็งเป็นที่ 8 รองจากเพชร โดยเรียงตัวเป็นแท่งซ้อนกัน ความหนาของอีนาเมลในฟันแต่ละซี่และแต่ละชุดจะไม่เท่ากัน เช่น ฟันเขี้ยวจะมีอีนาเมลหนา คอฟันจะมีอีนาเมลบาง ส่วนปุ่มฟันบนด้านบดเคี้ยวอีนาเมลหนา อีนาเมลทำหน้าที่ป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับเนื้อฟัน และเส้นเลือด เส้นประสาทภายในโพรงประสาทฟัน

ชั้นเนื้อฟัน จะอ่อนกว่าชั้นอีนาเมลมาก มีลักษณะเป็นท่อเล็กๆ วางซ้อนกันภายในท่อ มีปลายประสาทฟันยื่นเข้ามา ดังนั้นส่วนของเนื้อฟันนี้จะรับความรู้สึกได้ เมื่อใดที่รู้สึกเสียวฟัน จึงแสดงว่ามีส่วนของเนื้อฟันถูกกระทบกระเทือน

ชั้นโพรงประสาท เป็นช่องว่างอยู่ภายในตัวฟัน เป็นที่อยู่ของเส้นเลือดเส้นประสาทที่มาเลี้ยงฟัน ซึ่งจะไวในการรับความรู้สึก และตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ ได้เร็วมาก

ชั้นอีนาเมลเมื่อสึกไป จะทำให้ฟันสั้นหรือเตี้ยลง ถ้าอีนาเมลสึกหมดจนถึงชั้นเนื้อฟัน จะมีอาการเสียวฟันจากการเคี้ยวอาหาร หรือดื่มเครื่องดื่มที่ร้อนหรือเย็นมากๆ รวมทั้งอาหารหวานจัดหรือเปรี้ยวจัด เนื่องจากสิ่งกระตุ้นเหล่านี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของของเหลวภายในท่อของเนื้อฟัน ส่งผลต่อปลายประสาทที่อยู่ภายในท่อเหล่านั้น จึงทำให้เกิดความรู้สึกเสียวฟันขึ้น

ฟันที่เตี้ยหรือสั้นลงจากการสึกของอีนาเมลมีได้หลายสาเหตุ ซึ่งโดยปกติฟันจะสึกเองตามธรรมชาติอยู่แล้ว เกิดจากการใช้งาน จะสังเกตได้ว่าฟันที่ขึ้นมาใหม่ๆ ปุ่มยอดฟันจะแหลมคมชัด เมื่อใช้งานไปนานๆ และอายุมากขึ้นปุ่มเหล่านี้จะกลมมน และเตี้ยลง ฟันที่สึกจากการใช้งานตามปกติมักไม่เป็นปัญหา เพราะร่างกายเราจะชดเชยโดยการสร้างเนื้อฟันให้หนาขึ้น โพรงประสาทจะเล็กลง ความไวในการตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ จะลดไปด้วย

ส่วนสาเหตุอื่นที่ทำให้ฟันสึกรวดเร็วมากจนฟันเตี้ยหรือกุดจนถึงขอบเหงือก ที่พบมากคือ การนอนกัดฟัน ฟันที่บดกันด้วยแรงที่มากและบ่อยๆ ฟันจะสึกบริเวณด้านบดเคี้ยว ปุ่มฟันจะหายไปกลายเป็นฟันที่มีหน้าตัดแบนเรียบ ถ้าอีนาเมลสึกไปจนหมดถึงชั้นเนื้อฟัน ฟันจะยิ่งสึกได้รวดเร็วมากขึ้น เพราะชั้นเนื้อฟันนั้นอ่อนกว่าอีนาเมลมาก การนอนกัดฟันมีสาเหตุหลายประการ ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่ไม่ทราบว่าตัวเองนอนกัดฟัน ฟันจะขยับไปมาเพียงเล็กน้อย จึงไม่มีเสียงให้ได้ยิน แต่ก็ทำให้ฟันสึกได้เหมือนกับการกัดฟันแบบเคี้ยวซึ่งมีเสียงดัง การนอนกัดฟันเป็นปัญหาที่แก้ยาก ต้องได้รับคำแนะนำและรักษากับผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ

อาหารที่รับประทาน หรือสารเคมีที่อยู่ในสิ่งแวดล้อม เช่น คลอรีนที่อยู่ในสระว่ายน้ำ จะทำให้นักว่ายน้ำที่ต้องฝึกซ้อมบ่อยๆ ฟันสึกหรือกร่อนได้ อาหารหรือเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรด ได้แก่ ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวมากๆ อาหารหรือผลไม้หมักดอง เครื่องดื่มอัดลมประเภทมีฟองฟู่มากๆ ถ้าทานบ่อยๆ และไม่ดื่มน้ำตามจะทำให้ฟันสึก และผุได้ง่าย

เมื่อฟันสึกหรือฟันเตี้ยลงไปแล้ว ทำอย่างไรได้บ้าง วิธีที่ง่ายและเสียค่าใช้จ่ายน้อย คือการอุดฟัน โดยจะอุดบริเวณที่สึกเป็นหลุมร่องลงไป หรืออาจอุดต่อฟันให้ยาวเพิ่มขึ้นได้ ถ้าเป็นการสึกเพียงบางซี่ และฟันซี่นั้นไม่ต้องรับแรงบดเคี้ยวมาก รอยอุดก็จะอยู่ได้นาน ไม่แตกหรือหลุดบ่อยๆ ซึ่งมักจะเป็นฟันหน้า ส่วนฟันกรามหรือฟันที่สึกหลายๆ ซี่หรือทั้งปาก (มักเกิดจากการนอนกัดฟัน) การบูรณะด้วยการอุดนั้นอาจจะไม่ทน หรืออุดไม่อยู่ วัสดุอุดหลุดหรือแตกฝอย จะต้องบูรณะโดยการทำครอบฟัน ซึ่งเป็นงานที่ยุ่งยากขึ้นและเสียค่าใช้จ่ายสูง

ดังนั้นจึงควรป้องกันไม่ให้เกิดฟันสึก ด้วยการหลีกเลี่ยงสาเหตุต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น ท่านที่ชอบกัดฟันขณะทำงานควรหลีกเลี่ยง ผู้ที่นอนกัดฟันควรพบทันตแพทย์เพื่อหาสาเหตุ หรือใส่เครื่องมือเพื่อป้องกันการสึกของฟัน เพราะเมื่อเกิดฟันสึกแล้ว นอกจากจะเสียวฟันจนเป็นที่น่ารำคาญแล้วยังทำให้เสียเงินด้วยค่ะ


(update 26 มิถุนายน 2002)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 25 ฉบับที่ 10 ตุลาคม 2544 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600