ดูแลผิวอย่างไร เมื่อย่างเข้าฤดูหนาว


เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสพบนักข่าวหญิงชายไทย แต่บังเอิญเธอได้ทำงานสังกัดสำนักข่าว ซี เอ็น เอ็น และมีโอกาสเดินทางไปทำข่าวที่อัฟกานิสถาน ซึ่งมีอากาศหนาวเย็นมากกว่าเมืองไทยมากมายนัก เธออยู่ในประเทศนั้นประมาณ 2 สัปดาห์เท่านั้น ก็ขอกลับเพราะอันตรายมาก มีการทิ้งระเบิดเป็นระยะๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน เมื่อกลับมาถึงเมืองไทย พบว่าผิวบริเวณสีข้าง ท้อง และหน้าแข้งมีคราบดำๆ แต่ยังไม่ลอกหลุด มีอาการแสบๆ คันๆ มาก

เมื่อซักไซ้ไล่เลี่ยได้ความว่า ตอนอยู่ประเทศนั้นอากาศหนาวมากแม้จะยังไม่ใช่ฤดูหนาวที่แท้จริงๆ ด้วยความหนาวเย็นเธอจึงอาบน้ำอุ่นจัดไปหน่อย ทำให้ผิวลอกและแห้งตกสะเก็ดเป็นสีดำๆ เข้าใจว่าเป็นการถูขี้ไคลไม่หมด จึงถูแรงๆ และฟอกสบู่มากๆ ขึ้นไปอีก อาการจึงดูแย่กว่าเดิม ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง ที่ถูกต้องนั้นคือ อาบน้ำที่ไม่ร้อนจัดมาก งดสบู่ ถูผิวแต่เพียงเบาๆ ทาโลชั่น ครีมบำรุงผิว หรือสารที่มีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้ เช่น 10%ยูเรีย (Urea) ครีมจะเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวและหายลอกได้เป็นอย่างดี

เมืองไทยเราเมื่อถึงฤดูหนาว ในแถบภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศจะหนาวจัด ลมพัดแรงและแห้ง ซึ่งจะก่ออันตรายต่อผิว การดูแลผิวพรรณในฤดูหนาวน่าจะต้องแบ่งตามวัย และผิวพรรณพื้นฐานของแต่ละคน


  • ในวัยเด็กเล็ก  ถ้าอากาศหนาวจัดและลมพัดแรงจัด ไม่ควรพาเด็กออกไปตากลมแรงๆ ควรใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ใส่หมวกโดยเฉพาะเด็กทารก เนื้อผ้าควรเป็นผ้าเนื้อนุ่ม เป็นผ้าสำลีจะดีมาก ผ้าแพรควรหลีกเลี่ยงเพราะเมื่อสวมใส่จะยิ่งหนาวเย็นมากขึ้น เมื่อเด็กปัสสาวะรดผ้า ควรรีบเปลี่ยนทันที และจัดการทำความสะอาดบริเวณนั้นด้วยน้ำสะอาดที่อุณหภูมิไม่เย็นมากและไม่ร้อนมาก อาจใช้สบู่สำหรับเด็กในการทำความสะอาดโดยถูเพียงเบาๆ แล้วรีบล้างสบู่ออกให้เกลี้ยง เช็ดให้แห้งแล้วใส่กางเกงหรือผ้าอ้อมผืนใหม่

    ในฤดูหนาวนั้น เมื่อต้องการอาบน้ำให้เด็ก ควรใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดใบหน้า โดยไม่ถูสบู่ ส่วนลำตัว แขนและขาเนื่องจากเหงื่อไม่ออกมาก จึงงดฟอกสบู่เพียงวันละครั้งก็จะเพียงพอ และควรใช้สบู่สำหรับเด็กเท่านั้น เนื่องจากสบู่ชนิดนี้มีความเป็นกรดด่างคล้ายผิวทารก ไม่ค่อยเจือปนกลิ่นหอมหรือสารระคายเคืองผิวแต่อย่างใด หลังอาบน้ำ ถ้าพบว่าผิวพรรณค่อนข้างแห้ง ควรทาบอดี้โลชั่น หือวาสลินถนอมผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้มากขึ้น การทาไม่ควรทาจนไหลเยิ้ม ให้ทาเพียงหมาดๆ ก็พอ การทามากอาจเกิดผลข้างเคียง เช่น คันยิบๆ สิว ต่อมขนอักเสบเป็นตุ่มแดงๆ รอบชุมชน ตุ่มหนองเล็กๆ ซึ่งมักเกิดจากการทาในร่มผ้า หรือที่อับชื้นมากๆ ได้แก่ ขาหนีบ รักแร้


  • สำหรับวัยรุ่น  เป็นวัยที่มีจิตใจวิตกกังวลกับผิวพรรณมาก ดูได้จากผลิตภัณฑ์ของใบหน้า และเส้นผมที่ทำออกมาจำหน่าย จะมียอดขายแต่วัยรุ่นมากกว่าวัยอื่นๆ อย่างที่ทราบฤดูหนาวอากาศแห้งและเย็น ผิวจะขาดความชุ่มชื่น ดังนั้นสำหรับใบหน้าที่เคยเช็ดด้วยโลชั่นทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์นั้น ควรลดจำนวนครั้งลงหรืองดชั่วคราว เนื่องจากแอลกอฮอล์มีคุณสมบัติพิเศษ คือทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้เล็กน้อย เปลี่ยนเป็นเช็ดเบาๆ ด้วยกระดาษหรือผ้านิ่มๆ เพื่อซับความมันบนใบหน้า หรืออาจล้างด้วยน้ำเปล่า หรือฟอกสบู่ล้างหน้าเฉพาะช่วงกลางใบหน้า รวมระหว่างคิ้ว จมูก ซอกจมูก คาง ส่วนแก้มด้านข้างมักจะมีผิวแห้งอยู่แล้ว โดยธรรมชาติสร้างมาให้มีต่อมไขมันและต่อมเหงื่อน้อยกว่าบริเวณกลางใบหน้าจึงไม่ควรฟอกสบู่บริเวณนี้มากนัก

    ในการอาบน้ำ ควรถูสบู่เฉพาะส่วนกลางลำตัว ร่องอก กลางหลัง เพราะบริเวณนี้มีต่อมไขมันและต่อมเหงื่อมาก แต่อย่างไรก็ตามวันละครั้งน่าจะเพียงพอ แขนและขานั้นโดยธรรมชาติสร้างให้มีต่อมไขมันน้อย ผิวจึงไม่ค่อยมันประกอบกับต้องเผชิญกับความหนาวเย็นและกระแสลมด้วยจึงมีผิวแห้ง ควรงดสบู่หรือฟอกเว้นวันก็ได้ เมื่ออาบน้ำควรล้างด้วยน้ำเปล่าปริมาณมาก เพื่อล้างฝุ่นละอองออกไป

    สำหรับวัยรุ่นชาย ซึ่งชอบออกกำลังกายและเหงื่อมาก ควรรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกเหงื่อออกทันที และจัดการทำความสะอาดใบหน้าและลำตัวด้วยสบู่เพื่อขจัดเหงื่อไคลออกไปให้หมด สำหรับการแต่งกาย เพื่อไปเรียนหนังสือต้องใส่เสื้อแขนยาวที่มีขนาดความหนาพอสมควรกับอากาศในท้องถิ่น บางโรงเรียนอนุญาตให้สวมกางเกงขายาวไปเรียนได้ ก็เป็นการดียิ่งเพราะกางเกงขาสั้นของเด็กชายนั้น ป้องกันความหนาวจัดไม่ได้ ถุงเท้าควรเลือกใช้ชนิดที่เนื้อผ้าหนาและมีความยาวกึ่งกลางน่องจะช่วยป้องกันความหนาวได้ดี เป็นการเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย


  • วัยทำงาน  ถ้าโชคดีได้ทำงานในห้องติดแอร์คอนดิชั่นด้วย ควรเพิ่มอุณหภูมิขึ้นอีก 2-3 องศา เพราะอากาศภายนอกอาคารเย็นอยู่แล้วหรือปิดแอร์ในบางครั้ง และปิดพัดลมแทนบ้างถ้าอากาศเย็นมากไป การสวมถุงน่องจะช่วยป้องกันความหนาวเย็นได้ดี ในวัยนี้ผิวพรรณยังแข็งแรง ต่อมไขมันทำงานได้เต็มที่ สามารถผลิตไขมันออกมาได้มากบริเวณใบหน้า อก กลางหลัง ในการทำความสะอาดจึงควรฟอกสบู่เพื่อล้างไขมันออกบ้าง แต่ควรทำวันละครั้งก็จะพอเพียง สำหรับชนบทที่มีอากาศหนาวเย็นมาก การทำงานกลางแดดจะเพิ่มความอบอุ่นได้ดี แต่ควรหันหลังให้ดวงอาทิตย์ และสวมเสื้อผ้าเพื่อป้องกันแสงแดดมิให้กระทบผิวโดยตรง เนื่องจากในฤดูหนาว แม้อากาศจะหนาวเย็น แต่แสงแดดจะมีแสงสว่างจ้ามาก และมีอันตรายต่อผิวในระยะยาว อย่างไรก็ดี ไม่เห็นด้วยกับการสุมไฟกลางแจ้งแล้วนั่งล้อมกองไฟ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นโดยการนั่งเฉยๆ เพราะเป็นการเสียเวลาทำงาน แต่ควรใส่เสื้อผ้าหนาเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกายและปฏิบัติงานตามปกติจะดีกว่า เพราะเป็นการออกแรงสร้างพลังงาน ทำให้หายหนาวและยังได้เม็ดงานออกมาเป็นชิ้นเป็นอันด้วย เป็นการเพิ่มพูนรายได้ไปในตัว


  • วัยสูงอายุ  ผิวจะแห้งกว่าวัยอื่นๆ ที่กล่าวมาแล้ว นอกจากผิวแห้งแล้วยังมีความบางของผิวร่วมด้วย ดังนั้นจึงเกิดความรู้สึกหนาวง่ายกว่าวัยอื่นๆ เสื้อผ้าหนา แขนและขายาวจึงจำเป็นสำหรับวัยนี้เป็นอย่างมาก การรับเสื้อผ้าจากการบริจาคควรทำความสะอาดโดยการซักตากแดดหรือรีดด้วยความร้อนสูง เพื่อฆ่าเชื้อราที่ติดมากับเสื้อผ้าบริจาค เพราะเสื้อผ้าเหล่านี้ผ่านการใช้มาแล้วจากผู้อื่น แม้จะรู้สึกหนาวมาก แต่ไม่ควรอาบน้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิสูงเกินไป เพราะจะทำให้ชั้นขี้ไคลลอกออกมากทำให้ผิวแห้งมากยิ่งขึ้น

    วัยนี้ต้องกลับไปใช้สบู่เด็กอีกครั้ง เพราะผิวแห้งและบางเหมือนผิวเด็ก ถ้าใช้สบู่สำหรับผู้ใหญ่จะเกิดอาการระคายเคือง และผิวลอกมากขึ้น แม้จะเปลี่ยนมาใช้สบู่เด็กแต่ไม่ควรฟอกสบู่บ่อยเกินไปในฤดูหนาว อาจใช้ทุก 2-3 วัน หรือบางรายถ้าใช้ขนาดนี้แล้วผิวยังแห้ง อาจต้องงดใช้สบู่ในช่วงฤดูหนาว และถ้ากลัวสกปรกก็ควรใช้น้ำปริมาณมาก ล้างทำความสะอาดส่วนที่รู้สึกว่าจะสกปรก ก็น่าจะเพียงพอ ภายหลังจากทำความสะอาดผิวพรรณแล้ว ควรทาบอดี้โลชั่น หรือวาสลินโลชั่นบริเวณขอบเล็บ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า แขน ขา และสีข้างด้วย ในการล้างชามหรือซักผ้านั้นในผู้สูงอายุ ควรสวมถุงมือเสมอเพราะน้ำยาล้างชามและยาผงซักฟอก มีคุณสมบัติเป็นด่างแรงจึงระคายผิวมาก ทำให้ผิวมือสากและแข็งกระด้างเมื่อสัมผัสบ่อยๆ

อากาศหนาวและแห้งแล้งมีผลทำให้หนังศีรษะลอกเป็นแผ่นบางๆ เหมือนกับการเป็นรังแค จึงควรสระผมด้วยแชมพูขจัดรังแค เช่น แชมพูผสมซิงค์ไพริไทโอน หรือซีรีเพียนซัลไฟด์ สลับกันอย่างละ 1-2 เดือน ก็จะเป็นการดีกว่าใช้แชมพูชนิดเดียวติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะจะเกิดการดื้อยาได้ง่าย

ผู้ที่เป็นโรคผิวหนังจากภูมิแพ้โดยเฉพาะเด็กเล็กอาการมักกำเริบในฤดูหนาว โดยมีผิวแกมแดง แตกระแหงและลอกเป็นขุย จึงควรพบแพทย์ผิวหนังบ่อยครั้งกว่าภาวะปกติ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน และควรทายาอย่างสม่ำเสมอจะเป็นผลดีต่อเด็กในระยะยาวค่ะ


(update 27 สิงหาคม 2002)
[ ที่มา..หนังสือ นิตยสารใกล้หมอ ปีที่ 25 ฉบับที่ 12 ธันวาคม 2544 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600