มาที่นี่ ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ภาษาไทย
จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน   INTERNET   ถ้าที่นี่ขัดข้อง ไปที่นี่ก็ได้ครับ
http://i.am/thaidoc    หรือ     http://hey.to/yimyam

แมกนีเซียม


พักหลังๆ มานี้พวกเราคงได้ยินชื่อ แมกนีเซียม ซึ่งเป็นธาตุตัวหนึ่งมากขึ้น ผู้เขียนเจอคำถาม เกี่ยวกับแมกนีเซียมอยู่บ่อยๆ เพราะมีคนเห็น การเสริมธาตุแมกนีเซียมเข้าไปในผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารหลายตัว บางครั้งไปซื้อแคลเซียมมาแท้ๆ แต่กลับได้แมกนีเซียม เสริมเข้ามาด้วย เลยอยากจะรู้ว่า แมกนีเซียมมีหน้าที่ทำอะไร

ในทางโภชนาการหากอยากรู้ว่า ธาตุตัวไหนสำคัญ กับชีวิตอย่างไร ต้องดูตอนที่ขาด แมกนีเซียม ก็เหมือนกันมันเป็นธาตุตัวหนึ่งที่จำเป็นต่อกลไกการดำเนินชีวิตของคนเรา นักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์พบว่า มีโรคอยู่หลายโรคที่เกี่ยวข้องกับการขาดแมกนีเซียม เป็นต้นว่า เบาหวาน โรคไต และภาวะฮอร์โมนธัยรอยด์สูง ใครที่ขาดแมกนีเซียมแล้วเกิดเครียดนานๆ หรือออกกำลังกายหักโหม หรือท้องร่วงจะยิ่งทำให้ ภาวะการขาดแคลเซียมเกิดรุนแรงเข้าไปใหญ่ อาการของการขาดแคลเซียมที่ร่างกายแสดงออกมา ได้แก่ คลื่นไส้ กล้ามเนื้ออ่อนเปลี้ย ไม่มีแรง กล้ามเนื้อกระตุก ความคิดสับสนหรือแม้กระทั่งเกิดภาพหลอน

แมกนีเซียมเป็นแร่ธาตุที่ทำหน้าที่ช่วยการทำงานของเอนไซม์หลายชนิดในร่างกาย ทั้งยังเกี่ยวข้องกับการทำงานที่เป็นปกติของเซลล์ประสาทและกล้ามเนื้อ อย่างนี้นี่เองที่ทำให้การขาดแมกนีเซียม ทำให้เกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับทั้งกล้ามเนื้อและประสาท

หน้าที่ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของแมกนีเซียมคือมันทำงานร่วมกับธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัส ในการสร้างกระดูก เด็กที่ขาดแคลเซียมอย่างรุนแรงจะเจอปัญหาร่างกายแคระแกรนขึ้นได้ กระดูกสร้างขึ้นได้อย่างไม่สมประกอบ เติบโตได้ไม่เต็มที่ หรืออาจจะเจอปัญหากระดูกผุตั้งแต่วัยรุ่นเข้าก็ได้ แต่โชคดีตรงที่เราเจอเด็กเล็กๆ ที่ขาดแมกนีเซียมได้น้อยมาก

อันที่จริงร่างกายต้องการธาตุแมกนีเซียมไม่มากนัก เพียงแค่ 250-350 มิลลิกรัมก็น่าจะเพียงพอแล้ว การสำรวจที่ทำกันในเด็กพบว่าเด็กไม่ค่อยขาดแมกนีเซียมเพราะอาหารของเด็กมีแมกนีเซียมเพียงพอ การศึกษาที่ทำโดยคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียที่ดาวิส พบว่า เด็กเล็กๆ มีโอกาสขาดแมกนีเซียมได้ยากมาก เพราะได้รับเพียงพออยู่แล้วจากอาหาร อย่าหลงไปเสริมแมกนีเซียมในเด็กให้มันวุ่นวายเลย

มีรายงานภาวะแมกนีเซียมสูงเกินไปในเด็กจนเกิดปัญหาได้บ้างเหมือนกัน แต่คงไม่ต้องห่วงเพราะเรื่องนี้พบยากเช่นเดียวกัน เหตุที่เด็กเกิดปัญหาพิษจากแมกนีเซียม เป็นผลมาจากแม่ทำการเสริมแมกนีเซียมมากเกินไปในช่วงการตั้งครรภ์ เสริมแมกนีเซียม เพราะหลงเชื่อคำโฆษณาของผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ให้ข้อมูลกระทั่งทำให้บางคนหลงเข้าใจว่า หากตั้งครรภ์ต้องเสริมแมกนีเซียมเพื่อช่วยให้ทารกเจริญเติบโตดี

ผลที่ตามมาจากการที่แม่เสริมแมกนีเซียมมากเกินไปก็คือ เด็กที่คลอดออกมามีภาวะแมกนีเซียมเป็นพิษ ซึ่งเผอิญรายงานไม่ได้บอกว่า เด็กแสดงอาการอย่างไรบ้าง แต่กล่าวถึงว่า เด็กมีอาการผิดปกติหลายอย่างทางร่างกาย เมื่อตรวจสอบแล้วก็พบว่า ในเลือดมีแมกนีเซียมสูงมากเป็นผลมาจากแม่เสริมแมกนีเซียมมากเกินไปนั่นเอง

ดังนั้นใครที่คิดจะเสริมอาหารชนิดไหนน่าจะได้บอกแพทย์ที่ดูแลรักษาเราอยู่ให้ได้ทราบด้วย อย่าได้หลงเข้าใจว่าสารอาหารปลอดภัยเป็นอันขาด จำไว้เถอะครับว่ายิ่งคิดว่าปลอดภัยก็ยิ่งต้องควรระวัง เพราะความปลอดภัยมักจะทำให้เราประมาทอยู่บ่อยๆ

อันที่จริง ผู้เขียนไม่แนะนำให้ซื้อหาแมกนีเซียมมารับประทานหรอกครับเพราะมันไม่จำเป็น คนที่เป็นผู้ใหญ่แม้จะมีความเสี่ยงที่จะขาดแมกนีเซียมอยู่บ้างแต่การขาดยังพบได้ไม่บ่อยนัก ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากร่างกายได้รับแมกนีเซียมไม่เพียงพอจากอาหารนั่นแหละครับ ดังนั้นในทางที่ดีควรจะเสริมแมกนีเซียมจากอาหาร ยกเว้นแต่เมื่อพบว่าร่างกายขาดแมกนีเซียมเข้าจริงๆ ก็ให้เสริมแมกนีเซียมได้

ใครที่คิดจะเสริมแมกนีเซียมคงต้องระวังกันหน่อย เพราะเคยมีรายงานอยู่บ้างเหมือนกันว่า ผู้ที่เสริมแมกนีเซียมสูงมากเกินไปอย่างเช่นสูงถึง 500 มิลลิกรัมต่อวันต่อเนื่องกันเป็นเวลานานๆ อาจจะเจอปัญหาท้องร่วงรวมไปถึงปัญหาอื่นทางด้านระบบทางเดินอาหารเข้าได้

วิธีง่ายๆ ในการป้องกันการขาดแมกนีเซียมคือ รับประทานอาหารที่มีแมกนีเซียมมากพอ เป็นต้นว่า การรับประทานถั่วเปลือกแข็งหรือประเภทนัททั้งหลายซึ่งจะมีแร่ธาตุแมกนีเซียมค่อนข้างสูง ถั่วเมล็ดเปียก ไม่ว่าจะเป็นถั่วลันเตา ถั่วฝักยาวก็มีแมกนีเซียมไม่น้อยเหมือนกัน คิดจะเสริมแมกนีเซียมด้วยวิธีง่ายๆ คือเลือกรับประทานถั่วงอกหัวโตซึ่งเป็นถั่วงอกที่มาจากถั่วเหลือง

ผลไม้ที่มีแมกนีเซียมค่อนข้างมากคือ กล้วย ข้าวกล้องเองก็มีแมกนีเซียมไม่น้อย พักหลังๆ เมื่อผู้คนในบ้านเรานิยมรับประทานข้าวกล้องมากขึ้นก็ย่อมต้องได้รับแมกนีเซียมมากขึ้น ลองเลือกวิธีการเสริมข้าวกล้องปนเข้าไปกับข้าวขาวที่รับประทานกันอยู่ทุกวันก็ได้ครับ

อาหารอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นแหล่งที่ดีของแมกนีเซียมคือ ผักใบเขียวเข้ม ผักกลุ่มนี้มีแมกนีเซียม อยู่ในสีเขียวของคลอโรฟิลนั่นเอง แมกนีเซียมเป็นธาตุที่จำเป็นต่อการสร้างสีเขียวของพืช ดังนั้นหากเลือกรับประทานผักใบสีเขียวเข้มบ่อยๆ ร่างกายก็น่าจะได้รับปมกนีเซียมเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องไปซื้อหาแมกนีเซียมมาเสริมให้วุ่นวาย

อย่างไรก็ตามมีพวกเราบางคนคิดอยากจะรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเสียเหลือเกิน เสริมผลิตภัณฑ์นั้นเสริมได้ครับแต่น่าจะดูว่าความจำเป็นมันมีมากน้อยแค่ไหน หากคิดจะเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมากกว่าเลือกอาหารธรรมดา เอาเป็นว่าให้เสริมแมกนีเซียม ในรูปของแมกนีเซียมออกไซด์หรือแมกนีเซียมคาร์บอเนตไม่ให้เกิน 50-100 มิลลิกรัม อย่าไปเสริมให้มากไปกว่านั้น เปลืองสตางค์เปล่าๆ อาจแถมโทษให้อีกต่างหาก


(update 18 กุมภาพันธ์ 2002)
[ ที่มา... เนชั่นสุดสัปดาห์   ปีที่8 ฉบับที่ 442 วันที่ 20-26 พฤศจิกายน 2543 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600