กุลเกย์


คำถามที่ว่า " อะไรคือสาเหตุของการเป็นคนรัก เพศเดียวกัน ? " ดูจะเป็นคำถามยอดฮิต ที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ ในฐานะที่ผมเองเป็นเกย์ และคร่ำหวอดอยู่กับสิ่งแวดล้อมของคนรักเพศเดียวกันมานานนักหนา จึงคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์บ้างหากจะประมวลความคิดเห็นของตัวผมเอง มาลองเล่าสู่พี่น้องในวงการแพทย์ฟัง (อ่าน) ถือเสียว่าเป็นการปูพื้นไปสู่ความเข้าใจกลุ่มคนรักเพศเดียวกันให้มากยิ่งขึ้นก็แล้วกันนะครับ

สาเหตุของการเป็นคนรักเพศเดียวกันในความคิดเห็นของผมน่าจะมีสาเหตุหลักๆ 5 ประการคือ
1. เป็นเรื่องของ genetic ซึ่งจะเกี่ยวโยงกับ gene ที่ทำให้ hormone ต่างๆ ผิดไปจากคนส่วนใหญ่ ผมเชื่อว่าขณะนี้นักวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งกำลังศึกษาค้นคว้าอยู่ อาทิเช่น ดร.เลอเวย์ ชาวฝรั่งเศสได้ทำการศึกษาไว้ว่ารอยหยักของกระโหลกศีรษะของผู้ชายชอบผู้หญิงกับผู้ชายชอบผู้ชายนั้น มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ถ้าเรื่องของ gene ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการแล้วละก็ กระบวนการทุกเรื่องอันเกี่ยวกับคนรักเพศเดียวกันก็จะถูกมองเปลี่ยนแปลงไป คือพูดง่ายๆ ว่า ความเชื่อว่าโลกมนุษย์มีแค่ 2 เพศก็จะถือว่าไม่ถูกต้องอีกต่อไปแล้วนั่นเอง กลุ่มนี้น่าที่จะถูกเรียกว่า " Born to be " คือ " เกิดมาเป็น " คงไม่ต้องมาคิดแก้ไขอะไรอีกเลย หรือถ้ายังคิดรังเกียจพวกเราอยู่อีกละก็คงต้องจัดการตัดต่อ gene กันในระดับนั้นเลยทีเดียว เอาเป็นว่าฝากไว้เป็นแง่คิดก็แล้วกันว่าโลกของความเชื่อที่ว่าเกิดมาเป็นเพศนี้ดีกว่าเพศนั้น สร้างปัญหาจนกลายเป็นความเสื่อมของโลกตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน แก้ไขกันไม่หวาดไม่ไหว

2. เป็นเรื่องของการเลี้ยงดู ประเด็นนี้พูดกันมากที่สุด และเชื่อกันว่าคนรักเพศเดียวกัน มีสาเหตุมาจากความใกล้ชิดกับเพศตรงข้ามของตนมากเสียจนรู้สึกชินชาในที่สุดก็ไม่เกิดความรู้สึกทางเพศด้วย เช่น เด็กผู้ขายถูกแม่เลี้ยงดูใกล้ชิดมากเกินไปโดยพ่อไม่มีบทบาทหรือมีบทบาทน้อยเกินไป ทำให้ลูกชายเกิดพฤติกรรมเกย์ เป็นกะเทยหรือเด็กผู้หญิงถูกเลี้ยงดูแบบเห็นพ่อทำร้ายแม่อยู่เป็นประจำ เลยเกิดความเกลียดชังเพศพ่อเห็นอกเห็นใจแม่ กลายเป็นผู้หญิงรักผู้หญิง ที่เรียกกันว่า " ทอม" เป็นต้น กรณีเหล่านี้ก็ยังมีข้อโต้แย้งที่ยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจน ส่วนเรื่องที่ว่า บทบาทพ่อกับแม่แค่ไหน ถึงจะเรียกว่าได้ว่าพอดีนั้นก็ยังมิได้มีการศึกษาอย่างละเอียดละออ สังคมก็เลยยังไม่มีคำตอบในเรื่องเหล่านี้ ส่วนตัวผมเองจากประสบการณ์ที่ผ่านมามีความเชื่อว่าเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงสมควรที่จะได้มีโอกาสรับรู้ข้อมูล ของทั้งเพศแม่และเพศพ่ออย่างละเอียด พ่อและแม่มีหน้าที่ชี้แจงให้ลูกๆ ได้รู้ว่าพวกเขาถือกำเนิดมา ด้วยลักษณะของการเป็นคนเพศใดหากลูกได้รับข้อมูลครบถ้วนแล้ว เขาและเธอยังเป็นคนรักเพศเดียวกันอีกละก็ ผมก็ถือว่าพ่อและแม่ต้องเคารพการตัดสินใจของพวกเขาและไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะพยายามผันพวกเขา ให้กลายเป็นสิ่งที่ไม่อยากเป็น หรือที่เรียกว่า ทำให้เขาผิดปกติไปจากที่เขาเป็นหรือชอบอย่างเด็ดขาด เพราะนั่นจะเป็นการนำความทุกข์มาสู่ลูกของตนเองอีกทั้งผูกโยงความทุกข์นี้เข้ากับบุคคลอื่น ที่จะก้าวเข้ามาในชีวิตของพวกเขาและเธออีกเป็นจำนวนเป็นมาก

3. เป็นเรื่องของการกลายมาเป็น เรื่องนี้ สำหรับผมถือเป็นเรื่องใหม่ที่สุด ผมได้พบปะพูดคุย กับเด็กหนุ่มขายบริการทางเพศมากมายในช่วงที่ผมทำงานรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดและโรคเอดส์ในบาร์เกย์ ได้รับรู้เรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่ผ่านชีวิตของการมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงมาพอสมควร และด้วยความจำเป็นทางเศรษฐกิจ พวกเขาต้องเข้ามาทำงานเป็นบริกรชายในบาร์เกย์ ซึ่งงานบริการทางเพศที่หลายคนต้องฝืนทำในระยะแรกนั้นกลับกลายเป็นความเคยชิน และในท้ายที่สุดหลายคนในจำนวนนี้ กลายเป็นคนรักเพศเดียวกันไปเลยก็มี หรือที่กลายเป็นคนรักสองเพศ (bisexual) ก็มาก กรณีนี้น่าที่จะรวมถึงเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิงในโรงเรียนประจำที่เราได้ยินว่า มีพฤติกรรมรักเพศเดียวกันสูงมาก อันเนื่องมากจากพวกเขาอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ มีความรู้สึกและต้องการทางเพศมาก การหาทางระบายออกทางเพศจึงเป็นเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้น และเพื่อความสะดวก การใช้เพื่อนหรือรุ่นพี่รุ่นน้องในกิจกรรมนี้ จึงนำไปสู่พฤติกรรมรักเพศเดียวกันในที่สุด เรื่องนี้น่าที่จะจัดรวมผู้ต้องขังเข้าไปด้วย เพราะจะมีพฤติกรรมทางเพศ กับเพศเดียวกันสูง ส่วนที่ว่าจะติดตรึงใจถึงขั้นปลูกฝังเป็นนิสัยเลยหรือเป็นพฤติกรรมชั่วระยะเวลาหนึ่งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลและระยะเวลาตลอดจน Factors อื่นๆ อีกซึ่งคงจะเป็นเรื่องที่ต้องวิเคราะห์กันต่อไป

4. เป็นเรื่องของความเบื่อหน่ายทางหนึ่งนำไปสู่ความตื่นเต้นเร้าใจกับอีกทางหนึ่ง ตัวอย่างในเรื่องนี้ เห็นจะได้แก่ผู้หญิงที่อยู่กินฉันท์สามีภรรยากับผู้ชายโดยมิได้รับความรักความอบอุ่น บ้างก็ถูกลงไม้ลงมือ หรือเมามาทีไรก็มาใช้ภรรยาเป็นที่ระบายอารมณ์ใคร่ กรณีเหล่านี้ผู้หญิงจำนวนหนึ่งอาจจะหันหน้า เข้าหาความรักความอบอุ่นจากเพศหญิงด้วยกันได้อย่างที่จะได้ยินเสมอๆ ว่า ผู้หญิงย่อมเข้าใจผู้หญิงด้วยกันเองมากกว่า หรือในกรณีผู้ชายบางคนที่ไม่ได้รับความสุขทางเพศจากแม่บ้านเป็นระยะเวลานานๆ พวกเขาอาจจะหันมามีความสัมพันธ์กับเกย์ หรือกะเทยได้ง่ายขึ้น เพราะการหันไปหาผู้หญิงอื่นในบางรายก็ไม่สะดวกในทางปฏิบัติ เพราะการมีภรรยาเก็บ หรือภรรยาน้อยนั้นเป็นเรื่องที่ต้องลงทุน อาจจะถูกเรียกร้องจากผู้หญิงทั้งในเรื่องเงินทองและสิทธิต่างๆ ถือว่าเป็นเรื่องเสี่ยงต่อการสูญเสียมากมาย การหันมาหาเกย์หรือกะเทยจึงเป็นเรื่องสะดวกกายสบายใจมากกว่า ทุกอย่างจึงเปรียบเสมือนการผ่าทางตันของผู้ชายจำนวนไม่น้อยและเมื่อปฏิบัติอยู่เป็นประจำ พวกเขาจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมคนรักเพศเดียวกันไปในที่สุด

5. เป็นเรื่องของการทดลอง เราต้องยอมรับว่าหากจะเปรียบผู้ชายชอบผู้หญิง (heterosexual men) เป็นสีดำสนิท ผู้ชายชอบผู้ชาย (homosexual men) เป็นสีขาวสนิทแล้วละก็ เรายังคงมีผู้ชายอีกเป็นจำนวนไม่น้อย ที่ไม่ได้ดำสนิทหรือขาวสนิท หากแต่พวกเขาจะเป็นสีเทา จะเทาแก่หรืออ่อนอย่างไรก็สุดแท้แต่การพัฒนาชีวิต ของพวกเขาตั้งแต่เยาว์วัยจนถึงปัจจุบัน ผู้ชายสีเทาจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้รังเกียจการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายด้วยกัน ประกอบกับวัฒนธรรมของคนไทก็ไม่ได้เข้มงวดนักกับเรื่องของพฤติกรรมรักเพศเดียวกัน จึงเปิดช่องให้เกิดการทดลองเรียนรู้สิ่งแปลกๆ ในชีวิต ด้วยธรรมชาติที่ไม่รังเกียจประกอบกับผมกระทบที่จะเกิดขึ้นมีน้อย จึงทำให้การทดลองนี้เกิดขึ้นได้ง่ายและในวงกว้างด้วย ผมขอยืนยันสาเหตุข้อที่ 5 นี้ด้วยคำกล่าวของใครก็มิทราบได้ หากแต่ได้ยินมานานมากแล้วว่า " ชายฟันชายคือยอดชาย"
เอาเป็นว่าสาเหตุทั้ง 5 ประการนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมที่นำมาเล่าสู่กันฟัง จะจริงแท้แค่ไหนก็คงจะต้องรอพิสูจน์กันล่ะ ส่วนการพิสูจน์จะเริ่มขึ้นเมื่อไร โดยใคร อย่างไรผมจะทำหน้าที่รายงานให้ท่านผู้อ่านได้ทราบก็แล้วกัน เรื่องเหล่านี้ถึงจะห่างไกลตัวคุณ แต่เชื่อผมเถอะว่า รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม


(update 25 มิถุนายน 2002)
[ ที่มา...นิตยสาร TMTL ปีที่ 13 ฉบับเดือนเมษายน-มิถุนายน 2545 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600