เรื่องของการตั้งครรภ์ ใครๆ ก็คิดว่า เป็นเรื่องของแม่คนเดียว พ่อมีเอี่ยวอยู่แค่เป็นเจ้าของสเปิร์ม
ตรงนี้ต้องโทษคุณแม่นั่นแหละที่กันผู้ชายออกไปจากแวดวงของคนท้อง แล้วคิดไปเองว่า
" เขาไม่เห็นสนใจชั้น (กับลูกในท้อง) เลย"
รักลูกเคยเจาะใจว่าที่คุณพ่อ ทุกรายบอกว่า ทำไมจะไม่สนใจ นับแต่นาทีแรกที่รู้ว่าจะเป็นพ่อ
แต่หลังรับฟังข่าวดีด้วยความยินดีปรีดาแล้วก็ไม่รู้จะทำอะไรได้อีก ไม่มีอะไรทำให้เขารู้สึกใกล้ชิดลูกได้เท่ากับคนเป็นแม่
ที่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงทีละเล็กหละน้อย รู้สึกลูกดิ้นอยู่ในท้อง หรือรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าลูกมีชีวิตอยู่ในตัวแม่นี่เอง
ส่วนคุณพ่อสิ มารู้ตัวอีกทีก็เมื่อพยาบาลส่งทารกตัวแดงๆ ให้อุ้มจึงเก้ๆ กังๆ ทำตัวไม่ถูก หรือรู้สึกเป็นส่วนเกินถ้าเทียบกับความสัมพันธ์ที่เป็นไปด้วยดีอย่างเป็นธรรมชาติระหว่างแม่ลูก
วันนี้รักลูกขอทำตัวเป็นโค้ชให้ว่าที่คุณพ่อหน่อยนะคะ อยากแนะวิธีให้คุณพ่อเข้าไปมีส่วนร่วมกลมกลืน
ไปกับการตั้งครรภ์ของคุณแม่ เสมือนหนึ่งว่าคุณก็ท้องด้วยลองดูกันค่ะ
เผชิญหน้ากับความกลัว
ก่อนจะพูดถึงเรื่องอื่น ว่าที่คุณพ่ออาจจะไม่รู้ตัวว่ากำลังเกิดความรู้สึกกลัวอยู่
พอทราบข่าวว่าภรรยาตั้งครรภ์แม้จะตื่นเต้นดีใจสุดขีด แต่ลึกๆ แล้วอาจรู้สึกหนักๆ อยู่ในอก
หลายคนย้ำถามตัวเองหลายหนว่า นี่เราจะเป็นพ่อแล้วหรือ ถึงเวลาแล้วหรือที่เราต้องสละความสนุก
ชีวิตโลดโผนโจนทะยานแบบหนุ่มโสดไปรับภาระที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะทำได้ดีหรือเปล่า ขอบอกว่าที่คุณกังวลนั้นไม่ผิดหรอกค่ะ
การเป็นพ่อก็ต้องเสียสละพอๆ กับการเป็นแม่ ชีวิตคุณต้องเปลี่ยนแปลงแน่นอน ขอให้คุณยอมรับความจริงข้อนี้
และเผชิญกับมันอย่างองอาจ ไม่เช่นนั้นความรู้สึกนี้จะติดค้างอยู่ในใจไปอีกนานจนรู้สึกไปว่าลูกเป็นห่วงผูกมัดชีวิตของคุณ ขอบอกว่าแม้ความเป็นพ่อนั้นจะทำให้คุณหมดสนุกไปบ้าง แต่มันจะเป็นประสบการณ์ชีวิตล้ำค่า
ที่ทำให้คุณก้าวสู่ความเป็นมนุษย์อีกขั้นหนึ่งที่หนุ่มโสดไม่มีวันเทียบได้ค่ะ
ให้เวลาใส่ใจกันหน่อย อย่าเพิ่งน้อยใจนะคะว่าคุณไม่สามารถรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกายเหมือนคุณแม่
แต่ไม่แน่นะคะ คุณพ่อบางรายมีอาการแพ้ท้องด้วย อยากกินของเปรี้ยวหรือโอ้กอ้ากแทนคุณแม่ ถึงคุณไม่มีอาการอย่างนั้นก็ขอให้หมั่นใส่ใจสังเกตความเปลี่ยนแปลงของคุณแม่ก็แล้วกัน
จัดตารางเวลาประจำวันให้มีเวลาที่จะได้ใกล้ชิดและผ่อนคลายกันสองคนมากขึ้น ใช้เวลานี้ถามไถ่อาการของคุณแม่
ลูบท้องคุณแม่ เพื่อรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของหน้าท้องที่ค่อยๆ นูนขึ้นจนรู้สึกถึงอาการดิ้นของเจ้าตัวน้อย
เปิดเพลงเบาๆ และจินตนาการว่า เจ้าตัวน้อยของพ่อคงพริ้มหลับอย่างมีความสุขในท้องแม่
และอย่าอายเลยค่ะถ้าอยากจะพูดคุยบอกรักเจ้าตัวน้อยของคุณ
ไม่ใช่ดูแลแต่สุขภาพแม่ สุขภาพพ่อสำคัญพอกัน
ที่จริงเรื่องนี้ต้องใส่ใจกันตั้งแต่ยังไม่ตั้งครรภ์จะดีที่สุดค่ะ
อย่างคุณแม่หมอจะแนะนำให้ฉีดวัคซีน กินโฟลิกก่อนตั้งครรภ์อย่างน้อย 3 เดือน การกินอยู่ของคุณพ่อในช่วงนั้นก็สำคัญด้วยเช่นกัน เพราะคุณคือเจ้าของสเปิร์มที่จะไปก่อเกิดชีวิต เหล้า เบียร์ ไวน์ล้วนเป็นตัวบ่อนทำลายคุณภาพสเปิร์ม
ทำให้ระดับฮอร์โมนเพศและจำนวนอสุจิน้อยลง และยังมีงานวิจัยพบว่าพ่อที่ดื่มวันละสองแก้วทุกวันก่อนให้กำเนิดทารก
ทารกที่คลอดออกมาจะมีน้ำหนักตัวน้อย อาหารการกินที่ดีสำหรับว่าที่คุณพ่อทางการแพทย์แนะนำว่า
เมื่อคุณพ่อตัดสินใจจะมีลูกให้รับประทานอาหารประเภทผักผลไม้ให้มากๆ โดยเฉพาะวิตามินซี
จะช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการมีสเปิร์มผิดปกติ อาหารที่ให้สังกะสี เช่น เนื้อแดง ถั่ว เนื้อไก่ดำ
เพราะการขาดสังกะสีจะทำให้น้ำอสุจิและระดับฮอร์โมนเทสโตสเตอโรนน้อยลง วิตามินดีกับแคลเซียม
เช่น นม โยเกิร์ต ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้การปฏิสนธิ
บุหรี่นอกจากเป็นอันตรายกับสุขภาพของพ่อเองยังส่งผลมาถึงทารกในครรภ์ด้วยแม้แม่ไม่ได้สูบเองก็ตาม
รวมทั้งสิ่งเสพย์ติดอื่นๆ เช่น กัญชา โคเคน ล้วนมีผลต่อคุณภาพสเปิร์มและอาจทำให้ทารกพิการได้
น่าชื่นชมอย่างยิ่งที่คุณพ่อหลายต่อหลายรายเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ เป็นของขวัญแด่ลูกน้อย แต่ถ้าลองคิดในมุมกลับกันเป็นไปได้ว่า
ลูกน้อยนั่นเองที่มอบสุขภาพที่ดีเป็นของขวัญอันล้ำค่าแด่คุณพ่อที่รักเช่นกันค่ะ
เป็นโค้ชประจำตัว
คุณแม่ตั้งครรภ์มีเรื่องที่ต้องปฏิบัติมากมาย อย่างน้อยคุณหมอจะนัดตรวจครรภ์ทุกเดือน
คุณพ่ออาจคิดว่าคุณแม่เท่านั้นที่จำเป็นต้องพบหมอ
ผิดค่ะ คุณหมอจะยินดีอย่างยิ่งหากคุณพ่อจะไปกับคุณแม่ทุกครั้ง
เพราะคุณหมอรู้ดีว่า คุณพ่อเป็นคนสำคัญที่สุดสำหรับคุณแม่ในยามตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเรื่องของกำลังใจ การดูแลสุขภาพ
การร่วมกันตัดสินใจ และพาภรรยาไปคลอด หากไม่ใช่คุณแล้วใครเล่าที่คุณแม่จะสามารถพึ่งพิงได้มากที่สุด เพราะฉะนั้นคุณควรจะได้ร่วมรับรู้ทุกเรื่องที่คุณแม่ต้องรู้ต้องปฏิบัติตัว เช่น ต้องกินยาบำรุงอะไรบ้าง
มีอะไรที่ต้องระวังต้องหลีกเลี่ยง เวลาคุณแม่ไปเข้าคอร์สอบรมการตั้งครรภ์ การคลอดคุณก็ควรไปด้วย
เพราะในตอนนี้คุณเหมือนเป็นโค้ชประจำตัวของคุณแม่แล้วล่ะค่ะ การตั้งครรภ์ การคลอด
ตลอดจนคุณภาพของลูกน้อยในครรภ์จะเป็นอย่างไร โค้ชใกล้ตัวสำคัญมากๆ เลยค่ะ
เป็นคู่หู คู่ใจ
นอกจากเป็นโค้ชแล้ว คุณพ่อควรทำตัวเป็นคู่หูคู่ใจที่พูดจาภาษาเดียวกัน คุณแม่อ่านหนังสือเกี่ยวกับการตั้งครรภ์
การเลี้ยงลูกคุณก็อ่านด้วย (บางทีอาจจะต้องอ่านมากกว่าถ้าคุณพ่อไม่อ่าน) พูดคุยถึงความกลัวการคลอดด้วยกัน
เรียนรู้วิธีหายใจ เข้าคอร์สอบรมวิธีเลี้ยงลูกอ่อนด้วยกัน ช่วยกันหาข้อมูลและตัดสินใจว่าจะคลอดที่ไหน แบบไหนดี
การเตรียมข้าวของห้องหับไว้รับลูกคนใหม่ ตั้งชื่อลูก ช่วงเวลานี้แม้คุณจะห่างหายไปจากวงสังคมเพื่อนฝูงไปบ้าง
แต่รับรองว่าคุณไม่เหงาแน่ เพราะมีเรื่องล้านแปดที่คุณต้องเรียนรู้ ตระเตรียม ฝึกฝน
เรียนรู้เรื่องคลอด
คุณเรียนรู้เรื่องคลอดมากเท่าไร ก็ยิ่งช่วยคุณแม่ได้มากเท่านั้น ตั้งแต่กำหนดคลอด
ขั้นตอนการคลอด สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาคลอดแล้ว วิธีหายใจในช่วงเจ็บครรภ์ วิธีคลายเจ็บครรภ์
มันทำให้คุณสามารถเตรียมตัวเคลียร์งานให้ว่างในช่วงกำหนดคลอด (เชื่อว่าคุณคงไม่อยากพลาดเวลาสำคัญ)
เช็กรถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน (ไม่งั้นลูกของคุณอาจจะคลอดกลางถนน) เมื่อไปถึงโรงพยาบาลคุณก็ควรรู้ขั้นตอนว่าจะต้องทำอะไรบ้าง หรือหากมีโอกาสได้เข้าไปอยู่ในห้องคลอด คุณก็สามารถช่วยนวดหรืออื่นๆ เพื่อช่วยคลายอาการเจ็บครรภ์ให้คุณแม่
และเป็นโค้ชช่วยคุณแม่หายใจได้ถูกต้อง (ซึ่งสำคัญมากในการคลอด เพราะจะช่วยให้ทารกไม่ขาดออกซิเจน)
เห็นไหมคะว่าคุณเป็นคนสำคัญสำหรับแม่และลูกแค่ไหนในยามนี้
เข้าใจเค้าหน่อยนะตัวเอง
ยามตั้งครรภ์แม่ต้องการกำลังใจเป็นพิเศษค่ะ ที่เคยเห็นเป็นหญิงเหล็กทัดเทียมชาย
พอเวลาท้องกลับกลายเป็นหญิงเจ้าน้ำตาใจเสาะไปได้ เป็นเพราะฮอร์โมนมันผันผวนปรวนแปรนั่นเองค่ะ คุณแม่จะกลัวไปหมด
กลัวไม่สามารถเป็นแม่ที่ดี กลัวการคลอด กลัวลูกไม่สมบูรณ์ กลัวไม่สวยเหมือนเดิม กลัวคุณพ่อแหนงหน่าย
คุณพ่อเท่านั้นที่จะช่วยให้คุณแม่มั่นใจในทุกเรื่องได้ อย่าหาว่าเป็นเรื่องหยุมหยิมเลยนะคะ
ก็อย่างที่บอกในช่วงนี้
คุณพ่อคือคนสำคัญที่สุดของคุณแม่ นอกจากดูแลใกล้ชิดและเป็นคู่หูคุณแม่แล้ว คุณแม่ยังต้องการคำพูดประโลมใจ
เช่น ชื่นชมที่คุณแม่กำลังทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ยังบอกว่ารักเหมือนเดิม (และอาจจะมากขึ้นด้วยซ้ำ)
เตรียมตัวเป็นพ่อลูกอ่อน
น่าเสียดายอย่างยิ่งถ้าคุณพ่อพลาดโอกาสที่จะได้ชื่นชมการเติบโตในแต่ละวันของเจ้าตัวเล็กอย่างใกล้ชิด
เพราะเวลาช่วงที่ลูกเป็นทารกแบเบาะนี้ ผ่านไปอย่างรวดเร็วในพริบตาเดียว
และเป็นช่วงสำคัญที่คุณจะสร้างความผูกพันกับลูกได้ดีที่สุด ได้ลิ้มรสชาติของการเป็นพ่ออย่างแท้จริงด้วย มีงานวิจัยว่าพ่อที่เลี้ยงลูกอ่อนด้วยตัวเองร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนชนิดเดียว
กับที่แม่ลูกอ่อนหลั่งในขณะเลี้ยงดูลูก ทำให้พ่อมีสัญชาตแม่ไม่แพ้แม่เลยค่ะ
ดังนั้นขอแนะนำคุณพ่อ ว่าให้เตรียมตัวตั้งแต่ลูกยังอยู่ในครรภ์ ด้วยการศึกษาเรียนรู้วิธีดูแลลูกอ่อนอาบน้ำ
เปลี่ยนผ้าอ้อม วิธีอุ้ม ฯลฯ เตรียมเคลียร์งานและขอพักร้อนในช่วงที่ภรรยาคลอด (ถ้าเป็นไปได้
คุณพ่อน่าจะลูกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิ์ในการลาคลอดบ้างนะ แต่ต้องหยุดไปดูแลคุณแม่และลูกจริงๆ)
ทำเครื่องหมายให้เห็นวันกำหนดคลอดในปฏิทินชัดๆ เลย
อีกเรื่องหนึ่งคุณพ่ออาจจะชี้แจงกับเพื่อนฝูงเสียหน่อยว่าช่วงนี้คงต้องห่างหายไปจากวงการสักพัก เพราะต้องไปทำงานสร้างชาติ
ก็การสร้างคนให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพนับว่าเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่
และสำคัยถึงขั้นเรียกได้ว่า งานสร้างชาติ ทีเดียวค่ะ
(update 23 ตุลาคม 2002)
[ ที่มา..
นิตยสารรักลูก ปีที่ 19 ฉบับที่ 227 ธันวาคม 2544 ]
|