หนูอยากตาย

เฉพาะในเขตที่ผมทำงาน วัยรุ่นยังพยายามฆ่าตัวตาย อย่างน้อยวันละหนึ่งราย บางวันสามราย อันนี้นับเฉพาะที่พยายามฆ่าตัวตายแล้วไม่ตาย และมีคนพามาโรงพยาบาล ผมจึงทราบเรื่อง ที่ไม่ทราบก็คงจะมีอีก

เมื่อวัยรุ่นพยายามฆ่าตัวตาย แปลว่าเขากำลังเรียกหา ความช่วยเหลือ มิใช่เรียกร้อง ความสนใจ
เอาล่ะ! ต่อให้วัยรุ่นบางคนนิยมเรียกร้องความสนใจด้วยวิธีนี้ พฤติกรรม เรียกร้องความสนใจ ก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเรียกหาความช่วยเหลืออยู่ดี
ดังนั้น จึงไม่ควรมีความคิดว่า วัยรุ่นกำลังเรียกร้องความสนใจในสมองของพวกเรา
วัยรุ่นกำลังเรียกหาความช่วยเหลืออะไร
ตอบง่ายมากครับ เขากำลังหาคนคุยด้วย

เมื่อมนุษย์คนหนึ่งตัดสินใจฆ่าตัวตาย มันบอกเป็นนัยว่า เขาคนนั้นติดมุมจนตรอกเรียบร้อยแล้ว เขาเคยพยายามหาคนคุยด้วยหลายครั้งแล้ว แต่ไม่สำเร็จ ก็คงถึงเวลาอำลาโลกกันเสียที

การช่วยเหลือที่ควรให้กับวัยรุ่นที่คิดฆ่าตัวตายก็คือ คุยด้วย
อย่ามัวพะวงหรือหนักใจว่าจะคุยเรื่องอะไร คุยแล้วจะแก้ปัญหาให้เขาได้มั้ย เขาจะฟังคำแนะนำของเราหรือเปล่า เราเก่งพอจะคุยกับวัยรุ่นมีปัญหาหรือไม่ หรือแม้กระทั่งคิดว่า มันอยากคุยก็มาคุยเองสิวะ ความคิดเหล่านี้เป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น
เพราะวัยรุ่นที่คิดตายนั้นขอเพียงคนคุยด้วย ไม่ได้ขออะไรมากกว่านั้นจริงๆ

เคยสังเกตการต่อรองกับคนจะโดดตึกมั้ยครับ ในหนังก็ได้ครับ เพราะในชีวิตจริงคงไม่มีใครไปถ่ายทอดมาให้ดู นักต่อรองจะเริ่มบทสนทนาโดยการแนะนำชื่อตัวเอง และเรียกชื่อคนที่จะกระโดดตึก
ไม่เริ่มต้นการต่อรองโดยการห้ามเขาฆ่าตัวตาย!
แนะนำตนเองเพื่อเตือนว่า มนุษย์อีกคนมาแล้วและกำลังพยายาม ติดต่อ คุณอยู่
เรียกชื่อคนที่จะกระโดดตึกเพื่อเตือนว่า คุณก็เป็นมนุษย์มีชื่อเสียงเรียงนาม มิหนำซ้ำยังมีมนุษย์อีกคนรู้ชื่อคุณเสียด้วย

อย่าลืมนะครับว่าคนคิดจะตายนั้น เพราะกำลังหมดหวังกับการพูดคุย มิใช่หมดหวังกับปัญหาชีวิตที่กำลังเผชิญ จริงอยู่ว่าปัญหาชีวิตนั้นหนักหน่วง แต่ปัญหานั้นมิใช่ตัวจุดระเบิดการฆ่าตัวตายหรอกครับ ตัวจุดระเบิดที่แท้คือ เขาไม่สามารถติดต่อใครได้อีกแล้ว ติดมุม จนตรอก หมดทางไปและไม่มีคนคุยด้วย

ซ้ำอีกครั้ง วัยรุ่นทีคิดตายนั้น หากเขาลงมือเมื่อไหร่แปลว่าเขากำลังร้อง "ช่วยด้วย" เรื่องที่เราควรช่วยเหลือทันทีคือ คุยด้วย
การคุยด้วยแบบมนุษย์ต่อมนุษย์ ไม่ต้องอาศัยวิชาการอะไรมากมายก็สามารถพาเขาออกจากมุมอับนั้นได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปจึงคิดพึ่งผู้เชี่ยวชาญ

เอาละ! หากไม่ชอบพึ่งผู้เชี่ยวชาญ ลองอ่านต่อดูนะครับ วัยรุ่นคิดตายเป็นลูกหลานของท่าน ท่านดูแลเองไม่ได้ก็ให้มันรู้ไป อย่างไรก็ตาม หากมีทัศนคติจะดูแลลูกหลานของเรา ก็ควรหาความรู้เพิ่มเติมอีกเล็กน้อย

หากเปรียบการฆ่าตัวตายเป็นระเบิด ย่อมต้องมีเชื้อเพลิงและชนวน
อะไรคือเชื้อเพลิง อะไรคือชนวน อ่านต่อไปก่อน
เคยถามตนเองมั้ยครับว่า สัตว์ฆ่าตัวตายได้หรือไม่ วารสารการแพทย์ฉบับหนึ่งเคยตีพิมพ์งานวิจัย เกี่ยวกับพฤติกรรมทำร้ายตนเองในสัตว์ ไม่ถึงกับฆ่าตัวตาย เพียงแต่กัดและข่วนร่างกายของมันเองจนเป็นแผลโดยเจตนา

สัตว์ทำร้ายตัวเองโดยเจตนาเป็น เท่าที่ทราบก็มีสิงโต หมาไฮยีนา หมาแจ๊กกัล ลิงบาบูน และสัตว์ฟันแทะบางชนิด นักวิทยาศาสตร์พบว่า ลูกสัตว์เหล่านี้ที่เติบโตมาโดยถูกทอดทิ้ง จะมีแนวโน้มของการทำร้ายตนเองมากกว่าปกติ

โมเดลนี้ถูกใช้อธิบายในคนด้วยครับ เด็กๆ ที่ถูกทอดทิ้งจากพ่อแม่แต่เล็กก็มีโอกาสคิดตายสูงกว่าคนอื่นๆ

ข้อแตกต่างจากลูกสัตว์ คำว่า ทอดทิ้ง ในเด็กๆ อาจจะมีความหมายกว้างกว่าลูกสัตว์ คือนับรวมการทอดทิ้งทางจิตใจเข้าไปด้วย ลูกสัตว์เพียงถูกทอดทิ้งทางกายก็เป็นปัญหา แต่ลูกคนที่มีอาหารการกินพร้อม แต่ถูกทอดทิ้งทางจิตใจ ก็เป็นปัญหาได้

นักวิทยาศาสตร์พบต่อว่า ลูกสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งเหล่านี้จะเริ่มต้นกัดข่วนตัวเองเมื่อมันถูกทำร้ายเนืองๆ หรือมันสูญเสียความสามารถอะไรบางอย่างไป เช่น ความสามารถที่จะออกจากถิ่นที่อยู่หรือความสามารถที่จะหาอาหาร การสูญเสียความสามารถนี้ นับเป็นความเครียดของสัตว์

โมเดลนี้ถูกใช้อธิบายในคนอีกครั้ง วัยรุ่นจะเริ่มคิด และพยายามฆ่าตัวตายเมื่อตนเองสูญเสียอะไรบางอย่างไปเหมือนกัน หากเราอ่านหนังสือพิมพ์จะพบว่า เนื้อข่าวมักสรุปให้ทราบว่า วัยรุ่นนั้นอกหัก ถูกพ่อด่า เอ็นท์ไม่ได้ หรือเสียคนรัก เสียพ่อ เสียหน้า

ข้อแตกต่างจากลูกสัตว์ คำว่า สูญเสีย ที่หนักหนาสาหัสที่สุดในวัยรุ่นน่าจะเป็นการเสียอัตลักษณ์ของตนเอง ยากไปเอาใหม่

คำ สูญเสีย ที่หนักหนาสาหัสที่สุดในวัยรุ่นน่าจะเป็นการสูญเสียความภาคภูมิใจในตนเอง เขียนอย่างนี้ก็มิใช่หมายความว่า อัตลักษณ์ แปลว่าความภาคภูมิใจนะครับ โอกาสหน้าจะมีเรื่องอัตลักษณ์มาให้อ่านอีกที

สังเกตมั้ยครับว่า เสียคนรัก เสียพ่อ เสียหน้า ทั้งสามเรื่องนี้มีข้อเหมือนกันอยู่อย่างคือ การเสียความภาคภูมิใจ ความรักและความเชื่อมั่นในตนเอง

รวมความว่า เชื้อเพลิงของการฆ่าตัวตายคือ การถูกทอดทิ้งในวัยเด็ก ชนวนคือการสูญเสียความภาคภูมิใจ ความรักแหละความเชื่อมั่นในตนเอง
หากมีเพียงเชื้อเพลิงย่อมไม่ระเบิด หากมีเพียงชนวนก็ไม่ระเบิดเช่นกัน ต้องมีทั้งสองอย่างคือ วัยเด็กถูกทอดทิ้งและมาพบกับความสูญเสียในปัจจุบัน จึงฆ่าตัวตาย

ในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนการฆ่าตัวตาย คือการขาดความสามารถในการ ติดต่อ กับผู้คน ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ เพื่อน หรือ ครู ล้วนทดลองติดต่อมาหมดแล้ว แต่ไม่มีคนฟัง
การที่พูดอะไรไม่มีคนฟังเลยแม้แต่คนเดียว มีความหมายว่า ตัวเขาไม่มีจริง
นั่นคือการสูญเสียอัตลักษณ์อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นตัวจุดระเบิดอำลาโลกนี้ไปเสีย

การช่วยเหลือวัยรุ่นคิดตายจึงมีข้อเดียวครับ ข้อเดียวจริงๆ คุยกับเขา


(update 21 พฤศจิกายน 2002)
[ ที่มา.. life & family   ปีที่ 6 ฉบับที่ 61 เมษายน 2544 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600