รกไม่ยอมคลอด


ในการคลอดแต่ละครั้ง แม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่มักมุ่งความสนใจไปที่การคลอดเจ้าตัวน้อยว่าจะปลอดภัย หรือมีอุปสรรคใดหรือไม่ แต่จะมีสักกี่คนที่ตระหนักว่า การคลอดรก ภายหลังจากคลอดเจ้าตัวเล็กแล้วนั้น ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย…


คุณตรึงตราอายุ 30 ปี ตั้งครรภ์ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ในการตั้งครรภ์ครั้งแรกเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน ได้ไปทำแท้ง ขณะตั้งครรภ์ได้ประมาณ 2-3 เดือน โดยได้รับการขูดมดลูกที่คลินิกแห่งหนึ่งเนื่องจากยังไม่พร้อมที่จะมีบุตร ส่วนการตั้งครรภ์ครั้งที่ 2 เมื่อ 2 ปีก่อน ก็สิ้นสุดลงด้วยการแท้งบุตรเช่นเดียวกันแต่เป็นการแท้งที่เกิดขึ้นเอง และเกิดขณะตั้งครรภ์ประมาณ 2 เดือน ซึ่งก็ได้รับการขูดมดลูกเช่นเดียวกับการตั้งครรภ์ครั้งแรก

ในการตั้งครรภ์ครั้งที่ 3 นี้ คุณตรึงตรามาฝากครรภ์ตั้งแต่ตั้งครรภ์ได้ประมาณ 2 เดือน คุณหมอที่ดูแลได้ทำการซักประวัติ ตรวจร่างกายรวมทั้งได้ตรวจท้อง ไม่พบว่ามีปัญหาหรือความผิดปกติแต่อย่างใด จึงได้แนะนำให้มาฝากครรภ์ต่อตามนัด

ขณะอายุครรภ์ประมาณ 38 สัปดาห์ หรือท้องได้ 9 เดือนเศษ คุณตรึงตราก็เริ่มมีอาการเจ็บท้อง และมีมูกเลือดออกทางช่องคลอด จึงมาโรงพยาบาล เมื่อมาถึงห้องคลอด คุณหมอได้ตรวจภายในพบว่า ปากมดลูกมีการเปิดแล้วประมาณ 3 เซนติเมตร และพบว่าถุงน้ำคร่ำยังไม่แตกและโป่งตึง จึงได้เจาะถุงน้ำคร่ำเพื่อช่วยให้ระยะเวลาเจ็บครรภ์คลอดสั้นลง และได้รับคุณตรึงตราไว้ในห้องรอคลอด เพื่อตรวจติดตามการคลอดต่อไป

ประมาณ 5 ชั่วโมงภายหลังจากที่รับไว้ในโรงพยาบาล คุณหมอตรวจพบว่าปากมดลูกของคุณตรึงตราเปิดหมดแล้ว และคุณตรึงตราเริ่มอยากเบ่งคลอด คุณหมอและพยาบาลในห้องคลอดจึงช่วยกันเชียร์ให้คุณตรึงตราเบ่งคลอด ขณะมดลูกมีการหดรัดตัว ภายหลังเบ่งคลอดอยู่ประมาณ 40 นาที คุณตรึงตราก็คลอดลูกออกมาเป็นเพศชาย น้ำหนักประมาณ 2,900 กรัม และแข็งแรงดี

หลังจากที่ลูกคลอดออกมาแล้ว คุณหมอที่ทำคลอดก็เตรียมจะทำการคลอดรก ซึ่งปกติจะคลอดตามเด็กออกมาในระยะเวลาไม่นาน แต่รออยู่ประมาณ 30 นาที พบว่ารกก็ยังไม่ยอมคลอด แต่มีเลือดไหลออกจากช่องคลอดเป็นปริมาณค่อนข้างมาก คุณตรึงตราเริ่มรู้สึกกระสับกระส่าย คุณหมอตรวจชีพจรพบว่าเร็วขึ้นเล็กน้อย ความดันโลหิตต่ำลงจาก 120/80 มิลลิเมตรปรอทเหลือประมาณ 90/60 มิลลิเมตรปรอท คุณหมอจึงตัดสินใจช่วยคลอดรกโดย การล้วงรก เนื่องจากเห็นว่าถ้ารอต่อไปอีกผู้ป่วยอาจเสียเลือดมากจนช็อกได้ โดยก่อนล้วงรกได้ตามวิสัญญีแพทย์มาช่วยให้ยาสลบแก่ผู้ป่วย จากนั้นคุณหมอจึงสอดมือเข้าไปในช่องคลอด และลึกเข้าไปจนถึงภายในมดลูกเพื่อล้วงเอารกที่อยู่ในมดลูกออกมา

หลังจากที่ได้ใช้มือพยายามล้วงเอารกออกมาจากมดลูกอยู่ประมาณ 10 นาที คุณหมอก็รู้สึกว่ารกค่อนข้างติดแน่นอยู่กับผนังมดลูก และคงไม่สามารถดึงออกมาได้ จึงเลิกล้วงรก และตัดสินใจนำคุณตรึงตราไปผ่าตัดเอามดลูกพร้อมกับรกที่ยังค้างอยู่ภายในมดลูกออกแทน เนื่องจากเกรงว่าถ้ารอช้าอาจจะทำให้เสียเลือดมากจนกระทั่งเสียชีวิตได้ ก่อนผ่าตัดได้แจ้งให้คุณตรึงตรา และญาติทราบถึงความจำเป็นที่ต้องตัดมดลูกอย่างรีบด่วน ซึ่งคุณตรึงตราและญาติก็เข้าใจดีและยินยอมรับการผ่าตัด ภายหลังการผ่าตัด คุณตรึงตราก็มีอาการดีขึ้นตามลำดับและอยู่โรงพยาบาลได้ 7 วัน ก็สามารถกลับบ้านพร้อมลูกได้โดยปลอดภัยทั้งแม่และลูก

ชื่อผู้ป่วย สถานที่ และเหตุการณ์ในตัวอย่างผู้ป่วยเป็นสิ่งสมมติขึ้น อย่างไรก็ตามเค้าโครงเรื่องนำมาจากเหตุการณ์จริงทั้งสิ้น


เมื่อพูดถึงปัญหาของการคลอด ความจริงแล้วตัวที่ก่อให้เกิดปัญหามีไม่กี่อย่าง ถ้าไม่ใช่ปัญหาที่ตัวเด็กเอง ก็อาจเป็นปัญหาจากรก น้ำคร่ำ หรือสายสะดือ รวมทั้งปัญหาของตัวมดลูกเอง ท่านที่เป็นแฟนๆ ของดวงใจพ่อแม่ คงจะเคยได้อ่านบทมความของทั้งหมอเองและของคุณหมอท่านอื่นเกี่ยวกับปัญหาในการคลอดซึ่งมีหลายอย่าง ซึ่งบางปัญหาก็เป็นเรื่องเล็กน้อยแก้ไขได้ง่าย ในขณะที่บางปัญหาก็ค่อนข้างรุนแรงจนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ปัญหาเรื่องการคลอดที่เรามักพูดถึงกันเสมอคือ ปัญหาว่าเด็กจะคลอดได้หรือไม่ แต่ไม่ค่อยมีคนกล่าวถึงเรื่องการคลอดรกกันเลยทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว รกก็มีขั้นตอน และกระบวนในการคลอดและถ้าไม่คลอดออกมา ก็ก่อให้เกิดปัญหาได้เช่นเดียวกับกรณีของคุณตรึงตรา

ระยะของการคลอด

การคลอดลูกเป็นเหตุการณ์ตามธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วยขบวนการต่างๆ หลายขั้นตอน แต่ละขั้นตอนจำเป็นต้องใช้เวลายาวนานพอสมควร ถ้าเปรียบเทียบการคลอดลูกเหมือนกับการผลิตหนังสือสัก 1 เล่ม กว่าจะได้หนังสือ 1 เล่มที่ว่า ก็ต้องมีการเตรียมกระดาษ เนื้อหาบทความ การพิมพ์ การเข้าเล่ม ซึ่งต้องมีการทำเป็นขั้นเป็นตอน การจะคลอดลูกก็เช่นเดียวกัน ที่ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ ก็จะเจ็บท้องแล้วคลอดได้เลย ร่างกายต้องมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของมดลูกซึ่งปากมดลูกต้องมีการเปิดขยาย และบางตัวมากขึ้นตามลำดับ มดลูกต้องหดรัดตัวและมีแรงบีบมากพอที่จะขับเด็กออกมาจากตัวมดลูก รวมทั้งตัวเด็กต้องมีการเคลื่อนต่ำลงมาในช่องคลอดเรื่อยๆ จนโผล่พ้นช่องคลอดออกมาสู่ภายนอกในที่สุด

โดยทั่วไป ในทางการแพทย์เราจะแบ่งระยะของการคลอดออกเป็น 3 ระยะด้วยกัน
ระยะที่ 1 คือ ระยะตั้งแต่คุณแม่เริ่มเจ็บครรภ์ร่วมกันปากมดลูกที่เคยปิดอยู่เริ่มมีการเปิดขยายออก จนกระทั่งถึงระยะที่ปากมดลูกมีการเปิดหมดเต็มที่ ซึ่งโดยทั่วไปจะมีขนาดเส้นผ้าศูนย์กลางประมาณ 10 เซนติเมตร ในระยะนี้คุณแม่มักจะมีมูกเลือด (หรือบางรายอาจมีน้ำคร่ำไหลออกมาที่เราเรียกว่าน้ำเดิน) ร่วมด้วย ปกติระยะนี้กินเวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง อาจจะมีช้าหรือเร็วกว่านี้ได้บ้างเล็กน้อย ถ้าช้ากว่านี้มากอาจเกิดการคลอดยากหรือการคลอดล่าช้าได้ ซึ่งต้องรีบหาสาเหตุและแก้ไข

ระยะที่ 2 นับตั้งแต่ระยะที่ปากมดลูกเปิดหมดเต็มที่แล้วจนถึงระยะที่เด็กคลอดออกมาจนหมดทั้งตัว ในระยะนี้ด้วยกลไกตามธรรมชาติที่หัวเด็กจะเคลื่อนต่ำลงมากดที่ลำไส้ใหญ่ทำให้รู้สึกเหมือนปวดถ่ายอุจจาระ คุณแม่จึงรู้สึกอยากเบ่งถ่าย ซึ่งการเบ่งดังกล่าวจะขับเด็กให้คลอดออกมาได้ เวลาที่ใช้ในระยะนี้แตกต่างกันแล้วแต่ว่าเป็นการคลอดครั้งแรกหรือการคลอดครั้งหลัง ถ้าเป็นการคลอดครั้งแรกจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นคลอดครั้งหลังจะใช้เวลาสั้นกว่าคือประมาณ 30 นาทีเท่านั้น

ระยะที่ 3 เริ่มนับตั้งแต่ภายหลังเด็กคลอดออกไปแล้ว จนกระทั่งถึงระยะที่รกคลอดออกมาทั้งหมด เวลาที่ใช้ในระยะนี้โดยปกติไม่นานนัก ประมาณ 10-15 นาทีเท่านั้น แต่ถ้ารอนานเกิน 30 นาที แล้วรกก็ยังไม่คลอด เราจะถือว่าระยะที่ 3 ของการคลอดมีการล่าช้า ต้องหาสาเหตุและรีบแก้ไข
ในรายคุณตรึงตรา ปัญหาของการคลอดก็คือ ระยะที่ 3 ของการคลอดล่าช้านั่นเอง ซึ่งสาเหตุเกิดจากรกไม่ยอมคลอด


ทำไมรกไม่ยอมคลอด ?

สาเหตุที่ทำให้รกไม่ยอมคลอดตามมาภายหลังจากเด็กคลอดแล้ว มีได้หลายสาเหตุแต่ที่สำคัญๆ มีอยู่ 3 ประการคือ

1. มดลูกมีการบีบตัวไม่แรงพอ ในกรณีนี้ความจริงรกได้หลุดออกจากผนังมดลูกและพร้อมที่จะคลอดแล้ว แต่เพราะมดลูกมีการบีบรัดตัวไม่แรงพอ จึงไม่สามารถขับรกออกมาได้

การที่มดลูกหดรัดตัวไม่ดีเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ที่พบบ่อยคือ
  • คุณแม่มีอายุมาก เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะถ้าเปรียบมดลูกของคุณแม่ที่มีอายุมากกับเครื่องของรถยนต์ ก็เหมือนกับเครื่องยนต์ที่เก่าแล้ว ทำให้แรงไม่ดี

  • เคยคลอดลูกหลายครั้งแล้ว กรณีนี้อธิบายได้คล้ายกับกรณีแรก กล่าวคือมดลูกที่เคยใช้งานหลายครั้ง ก็เหมือนกับเครื่องยนต์เก่าแล้ว

  • การเจ็บท้องคลอดที่ยาวนาน มักพบในรายที่ลูกในท้องค่อนข้างโต แม้ว่ามดลูกจะหดรัดตัวได้ดีในตอนแรก แต่เนื่องจากเด็กค่อนข้างใหญ่ทำให้คลอดยาก แม้มดลูกจะหดตัวดีอย่างไรก็ไม่คลอดเสียที จนถึงระยะหนึ่งมดลูกก็จะล้าเหมือนคนหมดแรงทำงาน ทำให้บีบตัวได้น้อยลงในภายหลัง กรณีนี้อาจจะพบในการคลอดครั้งแรหรือในคนอายุยังน้อยอยู่ก็ได้ เพราะปัญหาอยู่ที่ตัวเด็กไม่ใช่ตัวแม่ แต่ถ้ามีปัญหาแม่อายุมาก หรือเคยคลอดมาแล้วหลายครั้งร่วมด้วย ก็จะยิ่งทำให้มดลูกหดรัดตัวไม่ดีได้ง่ายยิ่งขึ้น
การแก้ปัญหาในกรณีนี้อาจทำโดยการให้ยาช่วยการหดรัดตัวของมดลูก ถ้าคิดว่าเด็กตัวไม่ใหญ่มากและน่าจะคลอดทางช่องคลอดได้ แต่ถ้าคิดว่าเด็กตัวใหญ่มาก และคงคลอดทางช่องคลอดไม่ได้ก็ต้องผ่าคลอด

2. ปากมดลูกหรือส่วนล่างของมดลูกมีการตึงตัวหรือหดรัดตัวมาก แม้รกจะหลุดลอกออกมาจากผนังมดลูกแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถคลอดออกมาได้ เปรียบเหมือนเราเอาขวดที่ใส่น้ำคว่ำลงแต่ไม่ยอมเปิดฝาหรือจุกทำให้น้ำไหลออกมาไม่ได้
ปัญหากรณีนี้มักเกิดจากการช่วยคลอดที่ไม่ถูกวิธี เช่น การดึงสายสะดือเร็วเกินไป ทำให้ปากมดลูกถูกกระตุ้นเกิดการเกร็งตัวกักรกไม่ให้ออกมา
ปัญหานี้แก้ไขได้ด้วยการใช้มือเข้าไปล้วงรกที่อยู่ภายในมดลูกภายหลังการดมยาสลบ

3. รกติดแน่นไม่ยอมหลุดออกจากผนังมดลูก สาเหตุนี้พบได้ไม่บ่อยนัก แต่ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาแล้วทำให้เกิดอันตรายหรือเสี่ยงต่อการที่ทำให้ผู้ป่วยเสียเลือดได้ค่อนข้างมาก อย่างเช่นในรายของคุณตรึงตรา


รกติดแน่นเป็นอย่างไร ?

ก่อนที่จะกล่าวถึงภาวะที่รกติดแน่นกับผนังมดลูกว่าเป็นอย่างไร หมอขอเล่าถึงลักษณะที่พิเศษบางประการของมดลูกให้คุณแม่ทราบเพื่อจะได้ทำความเข้าใจ กับปัญหารกติดแน่นได้ง่ายขึ้น

มดลูกของคนเราเป็นอวัยวะที่มีความมหัศจรรย์เป็นอย่างยิ่งในคนที่ไม่ตั้งครรภ์ มดลูกจะมีขนาดพอเทียบได้กับลูกชมพู่เท่านั้น แต่เมื่อมีการตั้งครรภ์ มดลูกจะมีการขยายขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพื่อทำให้เด็กที่อยู่ในมดลูกและโตขึ้นทุกวันสามารถอยู่ได้ในมดลูกได้ จนเมื่อใกล้คลอดมดลูกจะมีขนาดใหญ่ จนเกือบเต็มช่องท้อง ดังที่คุณแม่ทั้งหลายก็คงจะเห็นกันอยู่ ขนาดมดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นนี้ใหญ่ขึ้นประมาณถึง 500 เท่า ของมดลูกขณะไม่ตั้งครรภ์เลยทีเดียว และภายหลังคลอดมดลูกก็จะลดขนาดกลับไปเท่าลูกชมพู่ใหม่

สำหรับผนังของมดลูก จะมีกล้ามเนื้อเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในทางการแพทย์เราแบ่งความหนาของผนังมดลูก ออกเป็น 3 ชั้น ส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อ ซึ่งจะเป็นส่วนที่หนาที่สุดด้วยจะอยู่ตรงกลาง ด้านนอกของมดลูกจะมีผนังที่บางมาก และติดแน่นกับกล้ามเนื้อมดลูก ลักษณะคล้ายแผ่นฟิล์มติดกระจกรถยนต์ ส่วนด้านในของมดลูก ซึ่งในขณะตั้งครรภ์จะมีลักษณะคล้ายห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีพรมบุอยู่โดยรอบเจ้าพรมที่บุอยู่นี้สำหรับมดลูกแล้วก็คือ เยื่อบุโพรงมดลูก หรือผนังด้านในของมดลูกนั่นเอง

ขณะตั้งครรภ์ รกที่ร่างกายของคุณแม่สร้างขึ้นขณะตั้งครรภ์ เพื่อเป็นตัวนำอาหารจากแม่ไปเลี้ยงลูก ก็จะมาฝังตัวและติดอยู่กับเยื่อบุโพรงมดลูกที่ว่านี้ การฝังตัวของรกคล้ายกับรากต้นไม้ที่ฝังลงไปในดิน อย่างไรก็ตาม ในการตั้งครรภ์ที่ปกติ การฝังตัวของรกดังกล่าวก็จะไม่ลึกลงไปถึงชั้นกล้ามเนื้อของผนังมดลูก อย่างมากที่สุดก็ไม่เกินชั้นเยื่อบุโพรงมดลูกเท่านั้น และเมื่อมีการคลอด รกก็จะลอกหลุดออกมาได้ง่ายๆ พร้อมกับชั้นบนๆ ของเยื่อบุโพรงมดลูกที่จะลอกหลุดออกมาด้วย

ในคุณแม่บางคน การฝังตัวของรกไม่เป็นอย่างที่กล่าวถึง กล่าวคือบางคนรกจะฝังตัวลึก เข้าไปถึงชั้นกล้ามเนื้อมดลูก และบางรายอาจจะฝังตัวลึกมากจนทะลุชั้นกล้ามเนื้อมดลูกออกมา จนถึงด้านนอกของมดลูกเลยก็มี


อะไรทำให้รกติดแน่น ?

ปกติการเกาะติดของรกกับผนังด้านในของมดลูก จะเกาะติดไม่แน่นมากนัก เมื่อถึงเวลาคลอด รกก็จะลอกหลุดออกมาจากผนังมดลูกได้อย่างง่ายดาย ในคุณแม่บางรายขณะตั้งครรภ์แล้วเผอิญโดนกระแทกที่หน้าท้อง ก็อาจทำให้รกลอกตัวได้ง่ายๆ เลยด้วยซ้ำไป

สำหรับสาเหตุที่ทำให้รกมีการติดแน่นกับผนังมดลูกไม่ยอมคลอดออกมา ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มักพบในคุณแม่ที่มีประวัติหรือการตรวจพบบางอย่าง เช่น
1. เคยขูดมดลูกมาก่อน คุณแม่ที่เคยขูดมดลูกมาก่อน ไม่ว่าจะจากสาเหตุใด เช่น ขูดมดลูกเพื่อทำแท้ง หรือเพื่อรักษาโรคเลือดออกผิดปกติจากมดลูก คุณแม่เหล่านี้มีโอกาสที่รกจะฝังแน่นเข้าไปในกล้ามเนื้อมดลูก ได้มากกว่าคุณแม่ที่ไม่มีประวัติดังกล่าว เชื่อว่าอาจเกิดจากการขูดมดลูกที่รุนแรงจนขูดลึกเข้าไปถึงชั้นกล้ามเนื้อของมดลูก เมื่อรกที่สร้างขึ้นขณะตั้งครรภ์ไปฝังตัวบริเวณนั้นจึงทำให้ฝังตัวได้ลึกกว่าปกติ
สำหรับกรณีของคุณตรึงตรา จะเห็นว่าเคยมีประวัติทั้งทำแท้งและแท้งเอง และได้รับการขูดมดลูกทั้งสองครั้ง จึงน่าจะเป็นสาเหตุของรกเกาะติดแน่นกับผนังมดลูกดังเหตุผลที่กล่าวข้างต้น

2. เคยผ่าตัดคลอดมาก่อน การผ่าตัดคลอดจะทำให้เกิดแผลที่ผนังมดลูก ในรายที่แผลเป็นที่เกิดจากการผ่าตัดไม่สมานกันจนแต่ละชั้นติดกันสนิทเหมือนเดิม ถ้ารกไปฝังตัวที่บริเวณดังกล่าวก็อาจทำให้ฝังลึกกว่าปกติได้

3. ผ่านการคลอดมาหลายครั้ง เมื่อมีการคลอดหลายครั้งก็ต้องมีการสร้างรกหลายครั้ง มีการเกาะและการลอกหลุดของรกจากผนังมดลูกหลายครั้ง ผลดังกล่าวอาจทำให้เกิดแผลจากการลอกหลุดของรก ซึ่งบางครั้งเป็นแผลลึกจนถึงชั้นกล้ามเนื้อมดลูกได้ เมื่อมีการตั้งครรภ์ครั้งใหม่และรกไปเกาะบริเวณดังกล่าว ก็จะทำให้รกฝังลึกเข้าไปในชั้นกล้ามเนื้อมดลูกได้

จะรู้ได้อย่างไรว่ารกเกาะติดแน่น ?

โดยปกติ การที่จะคาดคะเนล่วงหน้าว่า คุณแม่ที่มาคลอดจะมีภาวะรกติดแน่นไม่ยอมคลอดออกมาคงเป็นเรื่องยาก เพราะคุณแม่ส่วนมากถึงแม้จะมีประวัติหรือปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวข้างต้นก็มักจะไม่มีปัญหาเรื่องรกไม่ลอกตัว
การวินิจฉัยส่วนมากมักจะทำได้ขณะคลอดรกมากกว่า กล่าวคือ เมื่อถึงเวลาที่รกควรจะคลอดแล้ว แต่ยังไม่ยอมคลอด และคุณแม่ที่คลอดมีปัจจัยเสี่ยงข้างต้น ก็จะทำให้คุณหมอที่ดูแลคิดถึงภาวะนี้


อันตรายของรกติดแน่น

เมื่อรกติดแน่นไม่ยอมคลอด คุณแม่ก็จะมีการเสียเลือดไปเรื่อยๆ เนื่องจากรกที่ค้างอยู่ในมดลูกจะขัดขวางทำให้มดลูกหดรัดตัวได้ไม่ดี และทำให้โพรงมดลูกไม่สามารถยุบขนาดลงได้ เลือดที่ออกจากโพรงมดลูกจึงไม่ลดปริมาณลงตามไปด้วย ฉะนั้นถ้าไม่รีบตัดสินใจทำอะไรเลือดก็จะออกไปเรื่อยๆ จนผู้ป่วยอาจจะช็อกได้จากการเสียเลือดมากในรายคุณตรึงตรา จะเห็นว่าหลังจากรอรกคลอดอยู่ระยะหนึ่ง คุณตรึงตราก็เริ่มมีอาการกระสับกระส่าย ความดันโลหิตลดลงและชีพจรเร็วขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณตรึงตรามีการเสียเลือดมากจนเริ่มมีอาการช็อกเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งถ้ารอช้าอาจทำให้เสียชีวิตได้


จะรักษาอย่างไร ?

การผ่าตัดเอามดลูกออกพร้อมกับรกที่ยังค้างอยู่ เป็นวิธีการรักษาที่ดีที่สุด การจะผ่าตัดเข้าไปแคะเอาแต่ตัวรกออกมาจากมดลูกเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก อาจทำให้มดลูกทะลุ และเสียเลือดมากอย่างรวดเร็วได้ นอกจากตัดมดลูกแล้ว ส่วนมากคุณหมอมักต้องให้เลือดคุณแม่ ที่มีปัญหาดังกล่าวร่วมด้วยเสมอ เนื่องจากผู้ป่วยมักมีการเสียเลือดมากร่วมด้วย

เป็นที่แน่นอนว่าภายหลังการรักษา คุณแม่คงไม่มีโอกาสตั้งครรภ์ได้อีก เพราะไม่มีมดลูกแล้ว แต่การผ่าตัดรักษาดังกล่าวก็เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำเพื่อรักษาชีวิตแม่ไว้

จะเห็นได้ว่าปัญหาเรื่อง รกไม่ยอมคลอด เป็นปัญหาที่ค่อนข้างวิกฤต และสร้างปัญหาให้แก่ทั้งคุณแม่และคุณหมอได้มากพอสมควรทีเดียว


(update 11 มิถุนายน 2003)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่  ปีที่ 8 ฉบับที่ 87 มกราคม 2545 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600