หลังคลอด ฟื้นตัวหรือยังนะ !


ก่อนจะนึกไปถึงวันที่รูปร่างจะกลับมาปิ๊งปั๊งเหมือนเดิม มาสำรวจกันก่อนดีกว่าว่าภายหลังคลอดใหม่ๆ นั้น ภาวะไหนที่เรียกว่าปกติจนพร้อมลุยเลี้ยงเจ้าตัวน้อยได้

เรื่องนี้คุณหมออานนท์ไม่พลาดนำมาบอกกล่าวกันค่ะ

หลังจากเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ากับการตั้งครรภ์และการคลอดมาตั้งนาน ทั้งกลัวทั้งตื่นเต้นกับการที่จะได้เป็นแม่ สุดท้ายก็ได้เป็นแม่สมใจอยาก เห็นลูกออกมาสมบูรณ์แข็งแรงน่ารัก ความเจ็บความเหนื่อยก็แทบจะหายไปหมดเลยล่ะครับ และแม้จะทั้งเหนื่อยทั้งเพลียแต่มันก็ดีใจ ภูมิใจที่ได้สร้างชีวิตหนึ่งขึ้นมา ชีวิตที่อยู่ในท้องเรา ตอนนี้เขาออกมาเป็นลูกของเราอย่างสมบูรณ์แล้ว ให้เราต้องดูแลเลี้ยงดูเติบโตไปด้วยกัน…

เมื่อมีลูก คุณแม่ส่วนใหญ่ก็จะคิดถึงแต่ลูก จนหลายๆ คนลืมที่จะดูแลตัวเอง ถ้าในช่วงหลังคลอดคุณแม่ฟื้นตัวดี สดชื่นแข็งแรง สุขภาพกายสุขภาพใจดี ก็จะสามารถทุ่มเทให้กับเจ้าตัวน้อยได้เต็มที่ แต่ถ้าหากคุณแม่มีปัญหาหลังคลอด แทนที่จะเอาเวลามาดูแลเจ้าตัวน้อยกลับต้องวุ่นวายกับปัญหาของตัวเอง สุขภาพจิตก็แย่…อย่างนี้คงเป็นการเริ่มต้นการเป็นแม่ที่ไม่ค่อยดีนัก


หลังคลอด แบบไหนเรียกปกติ

หลังคลอดใหม่ๆ คุณแม่จะยังคงนอนพักที่ห้องคลอดก่อน เพื่อดูว่าจะไม่มีอาการตกเลือด ความดันเลือดปกติ แผลไม่บวม ไม่มีเลือดคั่ง ดูจนแน่ใจแล้วก็จะย้ายคุณแม่กลับไปห้องพัก ช่วงนี้คุณแม่จะเหนื่อย แต่จะให้นอนพักหลับตาก็คงหลับไม่ลง มันตื่นเต้น ดีใจ ภูมิใจที่ได้รู้สึกว่า ตอนนี้ฉันเป็นแม่แล้วนะ ฉันมีลูกแล้วนะ แต่อย่างไรก็ตามคงต้องสนใจดูแลตัวคุณแม่เองด้วย โดยเริ่มตั้งแต่หลังคลอดกันเลย

ช่วงหลังคลอดคุณแม่จะนอนอยู่โรงพยาบาล 2-3 วัน เพื่อพักฟื้นจนแข็งแรง แล้วหัดเลี้ยงลูกให้คล่องแล้วค่อยกลับบ้าน การดูแลตัวเองตอนอยู่ที่โรงพยาบาลก็ไม่ยากหรอกครับ หลักง่ายๆ มีแค่ 4 ข้อ
ข้อแรก สำคัญที่สุดคือต้องไม่มีไข้ตัวร้อน ถ้าหากมีไข้ตัวร้อนขึ้นมาก็ต้องอยู่โรงพยาบาลยาวเลยล่ะทีนี้ เพราะแสดงว่าอาจมีอะไรอักเสบแอบซ่อนอยู่ เช่นแผลอักเสบ หรือมดลูกข้างในอักเสบก็ได้

ข้อสอง ปวดมดลูกก็ต้องรู้สึกปวดน้อยลงเรื่อยๆ พอลูกออกจากมดลูกไปแล้วมดลูกที่โตค้ำลิ้นปี่ ก็จะหดตัวเล็กลงเหลืออันเท่าส้มโอ แล้วจะบีบตัวเล็กลงเรื่อยๆ วันละ 1 นิ้วมือ บีบตัวทีก็เล็กลงนิด บีบทีก็ปวดอีกหน่อย เวลาปวดก็จะปวดบีบๆ เหมือนปวดประจำเดือนยังไงยังงั้นขึ้นเลยล่ะ แต่จะปวดมากกว่าก็มดลูกมันโตกว่านี่ครับ อาการปวดจะลดน้อยลงเรื่อยๆ สองสามวันก็หายปวดแล้ว แต่จะปวดมากขึ้นตอนลูกดูดนม ยิ่งปวดมดลูกก็ยิ่งเล็กลงพุงจะได้ยุบไวๆ ไงครับ

ข้อสาม หลังคลอดจะมีน้ำคาวปลาออกมาทางช่องคลอด ที่จริงก็ไม่ได้เป็นน้ำจากปลาที่ไหนหรอกครับ แต่เป็นเลือดปนน้ำเหลืองที่ซึมออกจากรอยแผลบริเวณที่เคยมีรกเกาะอยู่นั่นแหละ วันแรกน้ำคาวปลาจะเป็นสีแดงสดออกประมาณหนึ่งเท่าครึ่งของรอบเดือน วันที่สองก็ยังคงแดงสดอยู่แต่จะออกน้อยลงพอๆ กับประจำเดือนมาวันแรก วันที่สามยังแดงสดเหมือนเดิมแต่น้อยลงเหลือประมาณครึ่งหนึ่งของรอบเดือน หลังจากนั้นก็จะออกจางลง น้อยลงเรื่อยๆ จนสิบวันก็เป็นน้ำเหลืองใสๆ แล้วจะหมดสนิทใน 14 วัน อย่างเก่งก็ไม่เกิน 21 วัน

น้ำคาวปลาที่ว่านี้มันต้องออกน้อยลงเรื่อยๆ จนหมดนะครับ แต่ถ้าหากออกมากขึ้นเรื่อยๆ นี่สิมีปัญหาซึ่งก็มักเป็นการอักเสบของโพรงมดลูก หรือไม่ก็มีเศษรกตกค้างอยู่ข้างใน… งานนี้สงสัยโดนจับไปขูดมดลูกแน่ แต่น้ำคาวปลาไม่ได้ไหลกันต่อเนื่องทั้งวันนะครับ เวลานอนมันจะขังอยู่ในมดลูก แต่พอลุกนั่งหรือยืนนี่สิจะไหลพรวดออกมาเป็นก้อนๆ เลยล่ะ แต่ถ้ารวมๆ แล้วมันออกน้อยลงเรื่อยๆ ก็ไม่มีปัญหา

ข้อสุดท้าย เจ็บแผลก็ต้องเจ็บน้อยลงเรื่อยๆ ห้ามเจ็บมากขึ้นเป็นเด็ดขาด เวลาคลอดลูกส่วนใหญ่คุณหมอจะตัดฝีเย็บ แผลจะได้เรียบสวยไม่ฉีกขาดรุ่งริ่ง แต่โชคไม่ดีนะครับที่ช่องคลอดอันแสนจะบอกบางต้องมาอยู่ใกล้กับทวารหนักที่เป็นส่วนที่สกปรกที่สุดของร่างกาย แผลฝีเย็บก็จะยิ่งใกล้ทวารหนักไปกันใหญ่ การดูแลฝีเย็บเลยต้องดูแลกันให้ดีเป็นพิเศษหน่อย เดี๋ยวของรักของหวงมันอักเสบขึ้นมาทั้งเจ็บทั้งบวมเดินหุบขาไม่ลงกันไปอีกเป็นเดือน

ฝีเย็บ เรื่องต้องดูแล

หลังคลอดแรกๆ คงต้องทุ่มเทดูแลฝีเย็บกันหน่อยครับ เวลาทำความสะอาดก็ต้อง "เช็ดลงล่างทางเดียวทิ้ง" คือต้องเช็ดทำความสะอาดเริ่มจากช่องคลอดแล้วเช็ดลากไปทางทวารหนักทุกครั้ง ห้ามย้อนศรเด็ดขาด ถ้าเช็ดย้อนขึ้นเชื้อโรคจากทวารหนักก็จะยกโขยงเข้าไปในแผล แค่สองวันก็ได้เรื่องแล้วครับ แล้วไม่ต้องขี้เหนียวนะครับ เช็ดทีเดียวแล้วทิ้งเลย ไม่ใช่เช็ดแล้ววนมาเช็ดอีกเรื่อยๆ เพราะพอเช็ดแล้วสำลีมันก็สกปรก มีเชื้อโรคเรียบร้อยแล้ว เอามาเช็ดซ้ำแทนที่จะสะอาด กลับกลายเป็นเอาเชื้อโรคเข้าไปในแผลซะนี่

เวลาอาบน้ำหากแผลโดนน้ำก็ไม่มีปัญหาครับ ล้างด้วยน้ำเปล่าได้โดยให้น้ำรินไหลผ่านนะครับ ห้ามเอาหัวฉีดล้างชำระ หรือใช้ฝักบัวล้างโดยตรง เพราะแรงของน้ำจะทำให้แผลเปิดแยกออกจากกันได้ แถมบางทีกลับทำให้เชื้อโรคเข้าไปสู่ส่วนลึกๆ ของแผลได้อีกด้วย อาบน้ำเสร็จก็เช็ดให้แห้งใส่ผ้าอนามัยไว้ให้เรียบร้อย

ช่วงหลังคลอดจะมีน้ำคาวปลาไหลซึมออกมาทางช่องคลอด ก็ต้องใส่ผ้าอนามัยเอาไว้ตลอด และต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ นะครับ ให้แผลแห้งๆ ไว้เป็นดี อย่ามัวแต่ขี้เหนียวใส่ตัวเดียวอันเดียวกันทั้งวันทั้งคืน แผลมันจะชื้นแฉะหมักหมม อักเสบได้ง่ายเหมือนกัน

คุณแม่หลังคลอดมักจะบ่นกับหมอเรื่อยเลยครับว่ารู้สึกแผลมันจะตึงๆ รู้สึกแผลตึงก็ดีสิครับ แสดงว่าหมอเย็บแผลได้กระชับดี ถ้าหากรู้สึกแผลมันหย่อนๆ หลวมๆ นั่นแหละที่น่าเป็นห่วง คราวนี้ถ้าแผลมันตึงเวลาทำอะไรต้องระวังนิดหน่อยนะครับ

ส่วนมากเวลาอยู่บนเตียงจะให้ลูกกินนม คุณแม่จะชอบนั่งขัดสมาธิกัน แต่การนั่งท่านี้ขาจะฉีกแยกออกจากกันเยอะ แผลที่ตึงอยู่แล้วก็แทบจะปริแยกออกจากกัน เจ็บแทบตายเลยล่ะ พยายามนั่งท่าพับเพียบดีกว่า ดูเรียบร้อยแล้วก็ไม่เจ็บด้วย

ผู้หญิงเราเวลานั่งบริเวณฝีเย็บจะโดนน้ำหนักตัวทับลงกับพื้นทุกที เลยทำให้คุณแม่คลอดใหม่ๆ นั่งตรงๆ ไม่ค่อยได้ ต้องคอยตะแคงเอาน้ำหนักลงแก้มก้นซ้ายทีขวาที นั่งพับเพียบอย่างที่แนะนำนี่ดีที่สุดครับ ไม่ค่อยเจ็บ แต่ถ้ายังนั่งไม่ถนัดก็หาห่วงยางของเด็กๆ อันละไม่กี่สิบบาทมารองนั่งก็ได้ เผื่อลูกโตยังเอาไปหัดว่ายน้ำต่อได้

แต่ท่าเวลาเดิน ไม่ควรเดินหนีบๆ นะครับ ให้เดินขาแยกออกจากกันเล็กน้อย เดินแบบจิ๊กโก๋ซ่าคับซอยทำนองนั้นแหละ เพราะแผลมันจะอยู่ตรงกลางระหว่างขาพอดี ถ้าเดินหนีบๆ แบบนางสาวไทยแผลจะระบมเพราะสีกันเอง เดินแยกนิดหน่อยแต่พองาม เดินอย่างนี้สัก 7 วันแผลก็จะค่อยๆ หาย คราวนี้ก็กลับมาเดินท่าปกติได้แล้วครับ อย่าเผลอเดินแบบนี้นาน เดี๋ยวใครเขาจะนึกว่าเป็นฝีมะม่วงเอานะ

ปกติแผลฝีเย็บจะหายเจ็บค่อนข้างเร็ว ความเจ็บถ้าวัดกันเป็นตัวเลขได้ ก็จะเจ็บน้อยลงวันละ 30 เปอร์เซ็นต์ วันแรกเจ็บ 100 วันที่สองเจ็บ 70 วันที่สามเจ็บ 40 วันที่สี่เจ็บ 10 แล้วก็หายเจ็บไปเลย แต่ถ้าเจ็บมากขึ้นเป็นปัญหาแล้วล่ะ ยิ่งแผลบวม แผลแดงมาขึ้นท่าจะไม่ดี แผลอาจมีการอักเสบเกิดขึ้นแล้ว ต้องรีบให้คุณหมอดูแผลว่ามันจะอักเสบหรือเปล่า

เวลาเจ็บแผลมากๆ ก็หายาพาราเซตามอลกินกันก่อนนะ แต่ถ้ากินยาแล้วไม่ดีขึ้นค่อยเอาผ้าห่อน้ำแข็งมาประคบ มันจะเย็นจนชาคลายปวดได้ดี แต่ต้องทนหนาวจนขนลุกหน่อยละกันครับ

และส่วนใหญ่หลังการคลอดลูกไปแล้ว คุณแม่อาจจะดีใจที่ได้ผ่านบทเรียนของการเป็นแม่บทแรกไปได้ แล้วแต่หนทางของการเป็นแม่ยังมีอีกยาวไกลนัก ลูกน้อยจะต้องเติบโต ต้องเรียนรู้ อะไรต่ออะไรอีกมากมาย…

หน้าที่ของแม่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด คุณแม่ต้องเรียนรู้ที่จะเป็นคุณแม่ที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมและดวงใจพ่อแม่ก็ขออยู่เป็นกำลังใจให้คุณแม่ทุกคนตลอดไป อ้อ! แล้วอย่าลืมทำหน้าที่ศรีภรรยาที่ดีด้วยนะ หกสัปดาห์หลังคลอดก็สามารถมีอะไรกันได้ตามปกติแล้วครับ


(update 30 มิถุนายน 2003)
[ ที่มา.. นิตยสารดวงใจพ่อแม่  ปีที่ 8 ฉบับที่ 86 ธันวาคม 2545 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600