หลั่ง ไม่หลั่ง อย่างไหนดี



  " ไม่หลั่งได้อย่างไร เรื่องแบบนี้ ทำแล้วมันก็ต้องหลั่ง ไม่อย่างนั้นจะรู้สึกสุดยอดได้ที่ไหน โธ่คำถามแบบนี้ ถามเด็กหนุ่มเพิ่งแตกพานก็คงจะรู้ว่า หลั่งแล้วมันมีความสุขขนาดไหน ยิ่งถ้าได้หลั่งในนั้นด้วยแล้วละก็ คุณเอ๊ย เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม"
  " ผมว่าผู้ชายเรายอมตายก็ได้นะ ขอให้ได้หลั่งในส่วนนั้นของยอดชู้ของเราเท่านั้น อ่านประวัติศาสตร์มาไม่รู้กี่ยุคกี่สมัย ก็เห็นแต่ผู้ยิ่งใหญ่ทำสงครามกันแย่งสาวสวยเพื่อที่จะมาหลั่งกันทั้งนั้น โดยไม่สนใจว่าผู้คนจะล้มตายไปมากน้อยขนาดไหน แล้วจะมาสงสัยทำไมว่า หลั่ง ไม่หลั่ง อย่างไหนดี ต้องหลั่งซิ ถึงจะดี ไม่หลั่งนี่ผมว่าผิดปกตินะ"
  " แต่ผมว่า ถ้ายืดเวลาการหลั่งออกไปให้นานหน่อย น่าจะดีกว่านะ เพราะพอหลั่งออกไปแล้ว เราก็มักจะหมดอารมณ์พิศวาสไปดื้อๆ เลย เป็นอย่างนี้ทุกที ผมเลยว่าถ้าใช้ช่วงเวลาเล้าโลมกันและกันให้มากขึ้น ความสุขในช่วงเวลานั้นมากและยาวนานกว่าช่วงเวลาแห่งความสุขที่หลั่งซึ่งมีแค่ไม่กี่วินาทีเอง ถ้าจะให้สรุปผมก็ยังว่าหลั่งน่าจะดีกว่า ขอให้หลั่งช้าๆ หน่อยก็น่าจะดีขึ้น"
  " สำหรับผู้ชายสูงวัยแบบผมแล้ว คิดว่าหลั่งแต่ละครั้งเสียพลังงานไปมากนะ ทำให้เพลียๆ อย่างไรพิกล เคยอ่านตำราเต๋าแห่งความรักและกามารมณ์ เห็นบอกว่าถ้าจะให้อายุยืนและมีความสุขแล้ว ควรจะอดกลั้นการหลั่งเอาไว้ ให้ร่วมรักบ่อยๆ แต่ให้หลั่งนานๆ ครั้งจะดีกว่า ร่วมรักนานๆ ครั้ง แต่หลั่งทุกที"
  " ดิฉันว่า หลั่งหรือไม่หลั่ง คงจะไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรหรอกค่ะ ขอให้สามีร่วมรักกับดิฉันเพราะว่ารักดิฉันคนเดียวก็พอแล้ว แต่ก็คงจะต้องเชียร์ข้างหลั่งล่ะค่ะว่าน่าจะดีกว่า เพราะถ้าไม่หลั่งมันก็ไม่เหมือนธรรมชาติ แล้วถ้าไม่หลั่งออกมาจะมีลูกได้อย่างไร จริงไหมคุณ เอาเป็นว่าหลั่งออกมาเถิด เก็บไว้เดี๋ยวคั่ง ย้อนขึ้นสมอง แล้วจะทำอย่างไร"
  " หนูว่าผู้ชายก็คิดหลั่งกันทุกคนนะคะ ที่แอบๆ มาลงอ่างเที่ยวกับพวกหนูก็เห็นตั้งใจ มาให้ช่วยทำการขับเคลื่อนน้ำอสุจิให้ออกมาทั้งนั้น นี่ถ้าผู้ชายไม่คิดหลั่ง พวกหนูมิต้องอดอยากปากแห้งหรือคะ"
  " ปัญหามันอยู่ที่คุณผู้ชายของดิฉันหลั่งช้าเหลือเกิน แล้วคุณเธอก็ต้องพยายามทำเพื่อให้หลั่งให้ได้ กลัวหัวใจแกจะวายจริงๆ บอกกี่ครั้งกี่หนก็ไม่เชื่อว่าความสุขมันไม่ได้อยู่ที่จุดหมายปลายทางหรอก มันอยู่ที่ว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่มากกว่า ก็แค่ทำรักกันเท่านั้นเอง จุดสุดยอดก็แค่เป็นของแถมจากการทำรักเท่านั้น... ใช่ไหมคุณ"
  " ดิฉันว่า ถ้าเป็นผู้หญิงแล้ว ต้องร่วมรักกับแฟนนะ เราก็คงอยากให้เขาหลั่งภายในของเรา จะได้รู้สึกว่าเขามีความสุขในของเรามากๆ นะ ถ้าไม่หลั่ง มันอาจทำให้คิดได้ว่า เราไม่มีความสามารถหรืออย่างไร แล้วจากประสบการณ์ของตัวเอง เวลาที่เขาหลั่งภายในของเรา เหมือนมีอะไรอุ่นๆ ฉีดออกมา ทำให้เกิดความอบอุ่นอยู่ภายในอย่างประหลาดๆ และเวลาที่ของของเขากำลังจะฉีดน้ำรักออกมานั้น เจ้าหนูน้อยมันเต้นเป็นจังหวะๆ ทำให้ได้สัมผัสอะไรบางอย่างที่น่าจะเป็นสัมผัสรักที่คนเราอยากได้"
  " ส่วนดิฉันคิดว่า ถ้าผู้ชายไม่หลั่งได้ก็ดีนะ ไม่มีอะไรออกมาเลอะเทอะเปรอะเปื้อนจุดซ่อนเร้น และต้องเสียเวลาไปล้างออกทุกครั้ง หลังจากร่วมรักกัน ถ้ายุ่งกันเฉยๆ แล้วไม่มีอะไรออกมาก็น่าจะดีนะ แค่มีความสุขตอนเสียดสีกันสัมผัสกันภายในก็น่าจะพอแล้ว แถมเคยได้ยินมาว่า ถ้าผู้ชายสูบบุหรี่ น้ำอสุจิของเขาจะมีสารก่อมะเร็งด้วย ไม่หลั่งออกมาเราจะได้ไม่ต้องเสี่ยงเป็นมะเร็งปากมดลูก..."


นั่นคงจะเป็นส่วนหนึ่งของนานาทัศนะว่าด้วยการหลั่ง...ไม่หลั่ง ว่าอย่างไหนถึงจะดี

ไม่นานมานี้มีข่าวตีพิมพ์ออกมาทั่วโลก จากผลการวิจัยของแพทย์จากนครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียว่า ถ้าผู้ชายมีการช่วยตัวเองเป็นประจำสม่ำเสมอ และมีการขับเคลื่อนน้ำอสุจิออกมาเป็นระยะๆ แล้ว จะทำให้ลดโอกาสการเป็นมะเร็งของต่อมลูกหมากลงได้

โดยเฉพาะถ้าทำเป็นประจำมาตั้งแต่วัยหนุ่มๆ แน่นอน การร่วมรักที่มีการถึงจุดสุดยอด และมีการขับเคลื่อน ตัวอสุจิออกมา ก็สามารถที่จะนับรวมกันไปด้วย เหตุผลที่คุณหมอท่านนั้นอธิบายก็คือ ถ้าปล่อยให้น้ำอสุจิค้างอยู่ในต่อมเก็บนานๆ สารก่อมะเร็งภายในน้ำอสุจิอาจไปกระตุ้นให้เกิดมะเร็งของต่อมลูกหมากได้

ความจริงระยะหลังๆ มานี้ ผลการศึกษาวิจัยมักจะออกมาค่อนข้างตรงกัน ถึงผลดีของการหลั่งน้ำอสุจิออกมาเป็นประจำ ว่าน่าจะมีผลดีมากกว่าผลร้าย แต่เขียนให้อ่านแบบนี้ไม่ได้หมายความว่า ต่อไปนี้ผู้ชายทุกคนจะต้องพยายาม ให้เกิดการหลั่งออกมาให้ได้อย่างสม่ำเสมอ แล้วต้องไปทำให้ภรรยาเดือดร้อน โดยเฉพาะภรรยาวัยทอง ที่ส่วนใหญ่มักจะหมดอารมณ์พิศวาสไปและหวังจะให้พ่อเจ้าประคุณสามีหมดอารมณ์พิศวาสตามเธอไปด้วย จนเกิดปัญหาความไม่เข้าใจกันตามมา อันนำไปสู่ปัญหาครอบครัวบางราย เพราะภรรยาเป็นประเภทยึดมั่นถือมั่น

ที่จริงเดี๋ยวนี้ก็มีเรื่องแปลกๆ มากขึ้น คือคู่แต่งงานที่อยู่กินกันมานาน เริ่มเกิดความไม่พอใจกันในเพศรส และความต้องการทางเพศมากขึ้น...จนไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะชายหญิงชอบคิดต่างกัน และยิ่งเข้าสู่วัยทอง ก็จะกลายเป็นคนยึดมั่นถือมั่นไม่ยอมรอมชอม
...ก็คงจะต้องค่อยๆ แก้ปัญหาไป

ทีนี้คุณผู้ชายทั้งหลายเมื่อเกิดความต้องการที่จะหลั่ง แต่คู่ของตนไม่ยอมให้กระทำกิจกรรมอันสุนทรีย์ หรือเป็นหนุ่มโสดไม่มีคู่จะทำอย่างไร ถ้าเชื่อในทฤษฎีของคุณหมอท่านนั้น
...คงจะไม่แนะนำให้ไปใช้บริการอ่างทองคำที่กำลังโด่งดังกันอยู่ในขณะนี้หรอก เดี๋ยวจะสวนกระแสจัดระเบียบสังคมของภรรยาแต่เพียงผู้เดียวทั้งหลาย

แต่อยากจะบอกกล่าวถึงสิทธิทางเพศ ซึ่งเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นมูลฐานที่ไม่ควรจะมีผู้ใดมาละเมิดได้ สิทธิทางเพศดังกล่าวได้รับการประกาศไว้อย่างชัดเจนในปี ค.ศ.1994 ว่า ...บุคคลใดบุคคลหนึ่งมีสิทธิที่จะกระทำต่อตนเอง เพื่อตอบสนองต่ออารมณ์เพศที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ถ้าการกระทำดังกล่าวได้กระทำในจำนวนที่เหมาะสม และโดยวิธีการที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ รวมทั้งกระทำการในสถานที่อันเป็นส่วนตัว ไม่ได้ทำให้ผู้ใดเดือดร้อนแล้ว การช่วยตนเองดังกล่าว สามารถที่จะกระทำได้ ไม่ว่าจะเป็นโสด แต่งงานแล้ว เป็นม่าย ฯลฯ

เป็นอันว่า การหลั่งโดยไม่ต้องพึ่งผู้หญิงก็สามารถที่จะกระทำได้... โดยการพาน้องชายไปเที่ยวสนามหลวง แล้วใช้บริการแม่นางทั้งห้าแทน เรียกว่าห้ารุมหนึ่งนั่นแหละ และเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามสิทธิทางเพศด้วย
...ห้ามสาวๆ ที่เป็นคู่โวยวายเด็ดขาดแบบนี้ เพราะไม่ได้นอกใจ เพียงแต่พึ่งตนเองบ้างเป็นครั้งคราวเท่านั้น ในยามยากที่เธอปฏิเสธและตัดรอนการบอกรักด้วยภาษากายอย่างไม่ไยดี

เลยต้องขอแนะนำคุณผู้ชายทั้งหลายที่พึ่งภรรยาไม่ได้แล้ว ให้หันมาพึ่งตนเอง โดยอาศัยหลักที่ว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ทีนี้ ถ้าเป็นแบบนี้เกิดติดอกติดใจขึ้นมาแล้วเลิกทำการบ้าน ภรรยาก็คงจะต้องเปล่าเปลี่ยวบ้างเป็นธรรมดา

ถ้าเธอมาขอใช้บริการบ้าง... ก็อย่าเล่นตัวนักนะคุณผู้ชาย
ของแบบนี้ขอกันกินได้... ก็อยู่กันมานานแล้วนี่นา
เป็นอันว่า หลั่ง หรือ ไม่หลั่งดี คุณคงตอบได้แล้ว!!


(update 30 สิงหาคม 2003)
[ ที่มา... เนชั่นสุดสัปดาห์   ปีที่ 12 ฉบับที่ 584 วันที่ 11 - 17 ส.ค. 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600