ด้วยรักและวินัย แด่ลูกวัยอนุบาล


อย่าให้ใครปรามาสว่า เด็กไทยไร้ระเบียบวินัยเลยค่ะ
เรื่องเนี้ยเราปลูกฝังกันได้ แต่มีข้อแม้ว่าบ้านและโรงเรียนต้องร่วมมือกันด้วย

"ซ้ายหัน" เด็กๆ หันซ้าย "เอ้าขวาหัน" เด็กๆ เปลี่ยนมาหนทางขวา "เอาล่ะ ตามระเบียบพัก" ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ไม่ใช่วินัยแบบการฝึกทหาร สั่งซ้ายไปซ้าย สั่งขวาไปขวา
จริงๆ แล้ว "วินัย" หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า discipline คือการที่เรา (ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่) รู้จักควบคุมตัวเอง ไม่ว่าจะทางจิตใจ อารมณ์ และส่งผลให้แสดงออกอย่างที่เหมาะสม คือรู้จักเคารพสิทธิของผู้อื่น มีความรับผิดชอบ ยอมรับกฎเกณฑ์ของสังคม

สร้างได้ไหม วินัยของเจ้าหนูอนุบาล

การสร้างวินัยให้ลูกเราควรเริ่มมาตั้งแต่วัยเล็กๆ เลยล่ะค่ะ โดยปฏิบัติให้กลืนไปกับชีวิตประจำวัน แล้วลูกจะรู้สึกว่าวินัยไม่ใช่การบังคับฝึกกัน แต่เป็นการใช้ชีวิตธรรมดาๆ นี่แหละ
และลูกวัย 3-6 ปี ของเรา ช่วงนี้เขาจะเริ่มเปิดตัวเข้าสู่สังคมมากขึ้น มีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง รู้จักการเล่นกับเพื่อนๆ วัยเดียวกัน เริ่มพูดรู้เรื่องมากขึ้น เชื่อฟังเรามากขึ้น แต่บางทีก็ยังมีบ้างที่ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางอยู่ ไม่ค่อยควบคุมอารมณ์ตัวเองได้มากนัก เวลาโกรธหรือไม่พอใจอะไรก็ยังคงทำปึงปังๆ การที่เราสอนให้ลูกรู้จัก "วินัย" ตั้งแต่วัยเล็กๆ ก็จะช่วยในการดำเนินชีวิตในสังคมได้

วินัยเรื่องไหนที่หนูควรมี

  • ความสามารถในการควบคุมตัวเอง ไม่อาละวาดลงมือลงเท้าหรือทุบตีคนอื่นเมื่อรู้สึกโกรธ ผิดหวัง อิจฉา ฯลฯ

  • เรียนรู้เคารพสิทธิของผู้อื่น รู้จักพูดขอบคุณค่ะ ขอโทษครับ เคาะประตูห้องก่อนเข้าห้องคนอื่น ขออนุญาตเวลาหยิบของผู้อื่นไปใช้ หรือไม่ทำเสียงรบกวนสมาธิผู้อื่น หรือรู้จักการเข้าคิว รู้จักกฎเกณฑ์กติกาเวลาเล่นกับคนอื่น

  • รู้จักรับผิดชอบตัวเอง เช่น อาบน้ำแต่งตัวเองได้ ช่วยรับผิดชอบงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ เหมาะกับวัยได้ โดยอาจให้ลูกช่วยจัดโต๊ะอาหาร เป็นต้น

  • รู้ว่าเวลาไหนควรทำอะไร อย่างเช่น รู้ว่าเวลานี้ควรอาบน้ำ หรือเวลานี้ควรรับประทานอาหาร ไม่ใช่เวลานั่งดูโทรทัศน์หรือเป็นเวลาวิ่งเล่น เมื่อถึงเวลาเข้านอนหนูก็ควรเข้านอน เป็นต้น
สร้างอย่างไร วินัยเจ้าตัวเล็ก

  • ควรสื่อสารกับลูกให้ชัดเจน ด้วยการพูดกับลูกอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ของบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนรับรู้และต้องปฏิบัติ เช่น เวลารับประทานอาหารเย็นคือ 6 โมงเย็น หรือ เด็กควรเข้านอนเวลาไม่เกิน 3 ทุ่ม เป็นต้น

  • ให้ลูกรู้จักขอบเขตของตน เพื่อให้หนูเรียนรู้ว่าสิ่งใดที่หนูทำได้ทำไม่ได้ อาจจะช่วยเสนอทางเลือกให้กับลูก เช่น หนูแย่งของเล่นเพื่อนไม่ได้นะคะ แต่ว่าหนูจะขอเพื่อนเล่นด้วยกันได้ หรือหนูรอให้เพื่อนล่นเสร็จก่อนแล้วหนูถึงจะเล่นได้

  • ชมเมื่อหนูทำดี มอบคำชมให้กับลูกเมื่อหนูทำถูกต้องเป็นเด็กที่มีวินัย บางทีเราก็อาจจะมีรางวัลให้เล็กน้อยแต่ไม่บ่อยนัก เพื่อไม่ให้ลูกทำเพื่อหวังผลรางวัล แต่รางวัลมีไว้เป็นกำลังใจคนทำดีค่ะ

  • ตักเตือนการกระทำที่ไม่เหมาะสม อย่าเพิกเฉย แต่ต้องบอก ตักเตือนลูกด้วย หากลูกแสดงออกที่ไม่เหมาะสม เช่น แซงคิว ขว้างปาทำลายข้าวของ แย่งของเล่นเพื่อน

  • สอนด้วยการกระทำของเราเอง ให้ลูกเรียนรู้การปฏิบัติด้วยชีวิตประจำวัน ไม่ให้รู้สึกว่าเป็นการบังคับ เพราะว่าทุกคนในบ้านก็ทำเหมือนๆ กัน เช่น ทุกคนต่างมีหน้าที่ความรับผิดชอบงานบ้านเป็นของตนเองและทำอย่างเต็มใจ หรือเมื่อเวลารับประทานอาหารทุกคนก็นั่งรับประทานอาหารที่โต๊ะ ไม่เปิดโทรทัศน์แล้วนั่งดูไปด้วย

  • ปฏิบัติเป็นประจำสม่ำเสมอ และเสมอต้นเสมอปลายทุกคนในบ้านต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ไม่มีข้อยกเว้น และทำอย่างจริงจัง
และเพื่อให้ได้ผล การสร้างวินัยต้องประกอบไปด้วย
  • ความรัก แสดงให้ลูกรู้ค่ะว่าเขายังเป็นที่รักของพ่อแม่อยู่ ถึงแม้หนูจะถูกดุบ้างก็ตาม
  • ให้อิสระ ให้ลูกได้เรียนรู้สิทธิของตนเอง รู้จักขอบเขตและรู้จักควบคุมตัวเองอย่างเหมาะสม เพื่อให้หนูเป็นตัวของตัวเอง เราอาจจะให้ลูกแสดงความคิดเห็นได้ เป็นต้น

  • ให้หนูแสดงความรู้สึกอย่างเหมาะสม แสดงให้ลูกรู้ว่าเราเข้าใจลูกและพร้อมจะรับฟังอยู่เสมอ หนูอาจแสดงความรู้สึกโกรธ ผิดหวัง น้อยใจ ฯลฯ ได้โดยการพูดบอกความรู้สึกแทนการแสดงออกที่ไม่เหมาะสม ขณะเดียวกันก็ต้องสอนให้ลูกรู้จักยอมรับเมื่อเวลาผู้อื่นแสดงความรู้สึกเช่นกัน

  • ส่งเสริมความรับผิดชอบ โดยการมอบหมายงานในบ้านเล็กๆ น้อยๆ ให้หนูทำตามความเหมาะสม กำหนดเวลาว่าหนูจะต้องทำงานนั้นๆ เสร็จเมื่อใด โดยที่มีเราคอยเป็นตัวอย่าง และชมลูกบ้างเวลางานสำเร็จ
เคล็ดลับสร้างวินัยของคุณครู

นอกจากวิธีปฏิบัติของคุณพ่อคุณแม่แล้ว เรายังมีวิธีปฏิบัติสำหรับคุณครูที่ต้องรับมือเด็กสิบกว่าคนในห้องเรียน ว่าจะมีวิธีสร้างวินัยให้ลูกศิษย์ตัวน้อยอย่างไรคะ
  • เป็นกฎของทั้งห้อง ข้อปฏิบัติที่เรากำหนดก็ต้องเป็นกฎระเบียบวินัยของทั้งห้องเรียน โดยปฏิบัติอย่างทั่วถึงกันไม่มีข้อยกเว้นว่าเป็นนักเรียนคนโปรดหรือเปล่า

  • ตั้งอยู่บนความปลอดภัย ต้องดูด้วยว่า กฎเกณฑ์ของห้องเรียนนั้นอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยหรือไม่
  • กำหนดกฎเกณฑ์ที่ง่ายต่อการเข้าใจกฎของทั้งห้องไม่จำเป็นต้องมีมากมาย ไม่อย่างนั้นเด็กๆ ของเราคงจะกระดิกตัวทำอะไรไม่ได้เลย มีกฎสำคัญๆ สัก 3-4 ข้อ ที่จำเป็นก็พอค่ะ และก็บอกกับนักเรียนให้เข้าใจถึงกฎเกณฑ์นั้นๆ อาจมีการยกตัวอย่างประกอบเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น

  • ทำห้องเรียนให้เป็นระเบียบและเป็นระบบ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศน่าเรียน
  • คุยกับคุณพ่อคุณแม่ว่ามีกฎเกณฑ์แบบนี้ อาจจะปรึกษาเพื่อให้มีหลักปฏิบัติ (บางข้อ) ที่สามารถทำร่วมกันได้ทั้งที่บ้านและโรงเรียน

  • วางตัวเป็นคุณครูที่มีสัมพันธภาพที่ดี โดยวางตัวเป็นคุณครูที่ลูกศิษย์เคารพและเชื่อใจ ยุติธรรม มีมนุษยสัมพันธ์ดี มีความกระตือรือร้น อ่อนน้อมถ่อมตน ที่สำคัญมีอารมณ์ขันบ้าง ทั้งกับลูกศิษย์ตัวเองและกับผู้ปกครอง

  • รู้จักและเข้าใจลูกศิษย์ตัวน้อย ควรรู้จักนิสัยนักเรียนทุกคนว่าเป็นอย่างไร และมีการแสดงออกอย่างไร เพื่อจะได้รับมือได้ถูกวิธี เราอาจจะใช้สัมผัสที่หกของความเป็นครู สัมผัสได้ถึงปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้น และก็เข้าไปจัดการกับตรงนั้น แต่อย่าคิดอยู่ตลอดเวลาว่า เดี๋ยวจะต้องมีปัญหาเกิดขึ้นแน่นอน ไม่อย่างนั้นคนที่จะทำให้เกิดปัญหาอาจเป็นเราเสียเองค่ะ

  • รู้จักครอบครัว หรือผู้ปกครองของนักเรียน สร้างความสัมพันธ์อันดีไว้ เพื่อช่วยกันพัฒนาลูกศิษย์ตัวน้อยร่วมกัน
  • แสดงให้นักเรียนรู้ว่าเราใส่ใจ อาจจะให้นักเรียนมาช่วยกำหนดกฎเกณฑ์กันบางข้อว่าอันไหนที่ยอมรับกันได้ และอันไหนที่ไม่อยากให้ทำ
  • เป็นกฎเกณฑ์ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุผล คงต้องท่องจำให้ขึ้นใจด้วยค่ะว่า วินัยไม่ใช่การลงโทษ
แต่ก็อยากฝากไว้ให้กับคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านนะคะ จริงอยู่ว่าที่เราทำนั้นเป็นความหวังดีกับลูก อยากให้ลูกเป็นคนน่ารัก เป็นที่รักของทุกคน สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นสุข แต่การกระทำของเรานั้นก็ควรดูด้วยว่าเราไปกดดันลูกเกินไปหรือไม่ อย่าทำให้บ้านเป็นค่ายทหารเลยนะคะ สำหรับที่บ้านเราควรยึดหลัก "ด้วยรักและวินัย" ปฏิบัติต่อลูกด้วยความเข้าใจ อย่าไปเข้มงวดมาก (แต่ก็ควรจริงจังนะคะ) รู้จักยืดหยุ่นบ้าง แล้วเราก็จะได้ลูกที่น่ารักค่ะ


(update 8 มีนาคม 2002)
[ ที่มา.. นิตยสารรักลูก ปีที่ 21 ฉบับที่ 245 มิถุนายน 2546 ]


[ BACK TO LIST]

main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุด E-LIB
Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600